หงส์แดงกดดันผีแดงต่อลั่นล่าให้ถึงที่สุด

หงส์แดงกดดันผีแดงต่อลั่นล่าให้ถึงที่สุด

หงส์แดง ลิเวอร์พูล ยังไม่ยอมให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพจบง่ายๆ บุกถล่ม ขุนค้อน เวสต์แฮม 3-0 แซงขึ้นจ่าฝูงด้วยประตูได้เสียอีกครั้ง สตีวี่ จี สตีเวน เจอร์ราร์ด ย้ำตามกดดัน ปีศาจแดง แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ถึงที่สุด ขณะที่ ราฟาเอล เบนิเตซ คุย ถ้า ตอร์เรส-เจอร์ราร์ด ฟิต หงส์ไร้เทียมทาน ด้าน ช่างปั้นหม้อ สโต๊ค ซิตี้, กุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น และ โบลตัน เก็บแต้มรอดพ้นการตกชั้นแน่นอนแล้ว

ศึกพรีเมียร์ชิพนัดวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ออกไปเยือน "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ด้วยผู้เล่นชุดใหญ่ทั้งชุด หลังจากที่ได้ เฟอร์นันโด ตอร์เรส กลับมายืนเป็นหัวหอก ขณะที่เจ้าถิ่นมีปัญหาเรื่องนักเตะเจ็บเพียบต้องอาศัยดาวรุ่งลงมาหลายคน

เริ่มเกมได้แค่ 2 นาที ลิเวอร์พูล ชิงจังหวะคุมเกมนี้ได้ทันทีเมื่อ เฟอร์นันโด ตอร์เรส แทงบอลให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด หลุดไปแตะหลบ โรเบิร์ต กรีน และยิงเป็น 1-0 จากนั้นแม้ว่า เวสต์แฮม จะครองบอลบุกได้แต่ก็ไม่มีอันตรายอะไร จนนาทีที่ 38 ตอร์เรส โดน หลุยส์ บัวมอร์เต้ ดึงล้มในเขตโทษ เจอร์ราร์ด รับหน้าที่ยิงจุดโทษจังหวะแรก กรีน ปัดออกมาได้ แต่ เจอร์ราร์ด ก็ยังตามซ้ำเข้าไป จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ 2-0

ช่วงครึ่งหลัง หงส์แดง ยังเล่นแบบคุมเกมสบายๆ และมาได้ประตูปิดท้ายอีกประตู โดย ไรอัน บาเบิล ตัวสำรองโหม่งจังหวะแรกติด กรีน แต่ก็ตามซ้ำเข้าไปได้ จบเกม ลิเวอร์พูล จึงบุกมาชนะ 3-0 มีเพิ่มเป็น 80 แต้มเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่แซงนำจ่าฝูงจากประตูได้เสียที่ดีกว่า และลงสนามมากกว่า 2 นัด

หลังจบการแข่งขัน ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือหงส์แดงได้ทีออกมาคุยว่าการมี ตอร์เรส กับ เจอร์ราร์ด ในสภาพที่ฟิตนั้นสร้างความแตกต่างให้ทีมได้มาก และเป็นเรื่องยากที่ทีมอื่นๆ จะดักทางเกมรุกของตัวเองได้ถูก และในขณะนี้ทีมก็เล่นดีขึ้นเรื่อยๆ จากการที่คุมเกมได้ดีขึ้นในทุกๆ นัดที่ลงสนาม

ขณะที่ เจอร์ราร์ด ยังเชื่อว่าทีมของตัวเองยังมีลุ้นแชมป์ แม้ว่าโอกาสจะน้อยเนื่องจากต้องลุ้นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดถึง 2 นัด แต่ก็จะพยายามทำแต้มกดดันปีศาจแดงไปเรื่อยๆ รวมทั้งทีมยังได้เปรียบที่ได้พัก 1 สัปดาห์เต็มก่อนจะไปเยือน เวสต์บรอมวิช ในสัปดาห์หน้า

ด้าน จิอันฟรังโก้ โซล่า ผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ยอมรับว่า ลิเวอร์พูล เฉียบคมมาก เพราะทุกครั้งที่มีโอกาสก็สามารถทำประตูได้ทันที แต่เรื่องการลุ้นแชมป์ยังไม่เชื่อว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะพลาด จากการที่มีประสบการณ์ระดับนี้มามาก

จากความพ่ายแพ้ของ เวสต์แฮม นัดนี้ ทำให้ ฟูแล่ม กลายเป็นทีมที่ขึ้นมาครองอันดับ 7 ตำแหน่งสุดท้ายที่จะไปเล่นยูโรป้า ลีก ในฤดูกาลหน้า หลังจากที่ ฟูแล่ม เอาชนะ แอสตัน วิลล่า ได้ 3-1 จากประตูของ แดนนี เมอร์ฟี นาทีที่ 6, ดิอามองซี กามาร์รา นาทีที่ 46 กับ 60 ขณะที่วิลล่าตีไข่แตกได้จาก แอชลีย์ ยัง นาทีที่ 14 ส่วน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ได้เพิ่มมาอีกแค่แต้มเดียวจากการไปเสมอ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 0-0

ส่วนกลุ่มลุ้นหนีตกชั้น "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ รอดพ้นการตกชั้นแน่นอนแล้วด้วยการบุกไปชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 2-1 จาก ริคาร์โด้ ฟูลเลอร์ นาทีที่ 41, เลี่ยม ลอว์เรนซ์ นาทีที่ 73 และ ฮัลล์ ได้จาก แอนดี ดอว์สัน นาทีที่ 90, "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น เป็นอีกทีมที่รอดแล้วเช่นกันจากชัยชนะเหนือ ปอร์ทสมัธ 2-0 ด้วยประตูของ มอร์เทน พีเดอร์เซน นาทีที่ 31 กับ เบนนี แม็คคาร์ธี นาทีที่ 58 และ โบลตัน ก็ทำได้ถึง 40 แต้มแล้วเช่นกันจากการเสมอ ซันเดอร์แลนด์ 0-0 ส่วน เวสต์บรอมวิช ยังไม่ยอมตกชั้นง่ายๆ เอาชนะ วีแกน 3-1 ทำให้มี 31 แต้มเท่ากับ นิวคาสเซิล และ มิดเดิลสโบรช์

ตารางคะแนนพรีเมียร์ชิพ
แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
ลิเวอร์พูล 36 23 11 2 72 26 80
แมนฯ ยูไนเต็ด 34 25 5 4 63 23 80
เชลซี 35 22 8 5 59 21 74
อาร์เซนอล 35 19 11 5 63 32 68
แอสตัน วิลล่า 36 16 10 10 52 47 58
เอฟเวอร์ตัน 36 15 12 9 50 36 57
ฟูแล่ม 36 13 11 12 38 32 50
สเปอร์ส 36 13 9 14 42 41 48
เวสต์แฮม 36 13 9 14 39 41 48
แมนฯ ซิตี้ 35 14 5 16 56 46 47
วีแกน 35 11 9 15 32 41 42
สโต๊ค 36 11 9 16 35 51 42
โบลตัน 36 11 7 18 40 51 40
แบล็คเบิร์น 36 10 10 16 40 58 40
ปอร์ทสมัธ 36 9 11 16 35 55 38
ซันเดอร์แลนด์ 36 9 9 18 31 48 36
ฮัลล์ 36 8 10 18 38 62 34
นิวคาสเซิล 35 6 13 16 37 56 31
มิดเดิลสโบรช์ 35 7 10 18 25 51 31
เวสต์บรอมวิช 36 8 7 21 36 65 31