แบบนี้ก็มีเหรอ? : 12 กีฬาสุดแปลกที่ทำให้คุณรู้ว่าโลกนี้ช่างกว้างใหญ่เสียจริง!

แบบนี้ก็มีเหรอ? : 12 กีฬาสุดแปลกที่ทำให้คุณรู้ว่าโลกนี้ช่างกว้างใหญ่เสียจริง!
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

ทั่วทุกมุมโลกมีหลากหลายกีฬาที่คุณไม่รู้จัก เพราะบางครั้งการที่มีโทรทัศน์หรืออินเตอร์เน็ตก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้คุณรู้ว่าโลกของเรามีอะไรแปลกๆเหนือการคาดการณ์ไว้ขนาดไหน

 

และในหมวดหมู่ของกีฬา นี่คือกีฬาที่ทั้งแปลกและสร้างสรรค์ ที่คุณอาจจะยังไม่เคยได้ยินก็เป็นได้

Chess Boxing มวยหมากรุก

 1

ทุกอย่างต้องสัมพันธ์กันในกีฬาชนิดนี้ไม่ว่าจะเป็น สมอง และ กำลัง เพราะนี่คือการนำ มวยสากล มารวมกับ หมากรุก ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

มวยหมากรุก เกิดขึ้นใป 1992 จากนักเขียนการ์ตูนที่ชื่อว่า เอนกี บีลาล ที่ต้องการพิสูจน์ว่าการเป็นนักสู้ที่แท้จริงต้อง "ชนะบนสังเวียน และชนะบนกระดาน" กีฬาชนิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจและปรับแต่งจนได้กฎกติกาจนเข้าที่เข้าทาง จนถึงขั้นมีการเเข่งอย่างเป็นทางการ และแต่งตั้งองค์กรที่ชื่อว่า World Chess Boxing Organisation หรือ องค์การมวยหมากรุกโลกเลยทีเดียว

ส่วนวิธีการเล่นก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรอย่างที่คิด ขอเพียงผู้เล่นต้องมีทักษะด้านการชกมวย และมีความรู้ด้านการเล่นหมากรุก โดยในยกแรกจะเป็นการเเข่งขันหมากรุก 4 นาที และสลับมาชกกันอีก 3 นาที วนเวียนไปจนกระทั่งหาจุดสิ้นสุดได้ โดยสิ่งที่ตัดสินเกมได้แก่การเอาชนะน็อคเอาต์คู่แข่งบนเวทีมวยและการเอาชนะการเดินหมากด้วยการรุกฆาตบนกระดานหมากรุกได้

การแข่งขันมวยหมากรุกเป็นที่นิยมในยุโรป และได้มีการแข่งขันชิงแชมป์โลกมาแล้ว 1 ครั้งในปี 2003 ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ขณะที่การชิงแชมป์ยุโรปนั้นเคยจัดแข่งครั้งแรกในปี 2005 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน และ ณ เวลานี้มวยหมากรุกมีการเเข่งขันทั้งประเภทชายและหญิง รวมถึงรุ่นประชาชนและเยาวชนอีกด้วย

หากคุณคิดว่าคุณเป็นนักสู้ที่ครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋นรับรองได้ว่า มวยหมากรุก คือกีฬาที่ท้าทาย และสมควรจะได้พิสูจน์ขีดจำกัดของคุณดูสักครั้ง

Volcano surfing (สกีภูเขาไฟ)

 2

ลืมไปได้เลยการแต่งตัวด้วยเครื่องนุ่งห่มสุดหนาเพื่อเย้ยฟ้าท้าอากาศหนาวชนิดติดลบ เพราะนี่คือการแบกเอาสกีหรือแผ่นกระดานขึ้นไปยังยอดภูเขาไฟเพื่อเซิร์ฟลงมาจากยอดสู่ตีนเขา

โวลคาน็อก หรือ โวลคาโน่ บอร์ดดิ้ง เป็นกีฬาที่ได้รับความนิมยมในประเทศนิการากัว และที่วานูอาตู ที่มีภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่หลายแห่ง มันคือกีฬาที่ใช้คำว่าเสี่ยงตายได้เต็มปาก เพราะผู้เเข่งขันจะต้องเจอกับทั้งพื้นภูเขาไฟที่ขรุขระ การสูดหายใจเอาแก๊ซพิษ และรวมไปถึง "ลาวา" ที่อาจจะทำให้เสียชีวิตกันได้ง่ายๆเลยทีเดียว

การแข่งขันกีฬาชนิดนี้เริ่มต้นครั้งแรกในปี 1970 โดยนักสกีอย่าง แจ็ค สมิธ, แกรี่ ฟลูอิทท์ และ เดเร็ก เบรเดนแคมป์  ก่อนเผยแพร่จนเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงปี 1980

นักผจญภัยและนักข่าวของช่อง National Geographic Channel นามว่า โซลตัน อิสต์วาน ได้รับเครดิตว่าเป็นผู้ทำให้กีฬาชนิดนี้สมบูรณ์ด้วยการไปกินนอนอยู่บนภูเขาไฟยาซูร์ ที่เกาะวานูอาตู ในปี 1995 นอกจากนี้เขายังได้ถ่ายเป็นสารคดีมาออกอากาศบนความยาว 5 นาที จนทั้งโลกต้องลุกฮือให้กับความสุดยอดและความเสี่ยงตายของกีฬาชนิดนี้

ถ้าคุณอยากจะลองสัมผัสดูแนะนำว่าคุณต้องมั่นใจในทักษะและสภาพร่างกายมากๆ เพราะจากหลากหลายปัจจัยทำให้มีผู้บาดเจ็บจากกีฬาชนิดนี้เป็นหมื่นๆคนเลยทีเดียว

Gaelic football (บาสเก็ตบอล+รักบี้+ฟุตบอล)

3

นี่คือกีฬาสุดฮิตจากประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นกีฬาที่นำหลากหลายสิ่งจากแต่ละชนิดกีฬามาผสมกันไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงบอลแบบบาสเก็ตบอล, การคว้าลูกวิ่งได้เหมือนรักบี้ และการเข้าไปยิงผ่านผู้รักษาประตูอย่างฟุตบอล

กีฬาชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1908 ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ก่อนพัฒนาไปเรื่อยๆจนยุค '70 มีการเปลี่ยนแปลง และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและเป็นกีฬาที่เหล่าชนชั้นสูง จะลงทุนสร้างทีม และวางเงินเดินพันขันต่อ

ส่วนวิธีการเล่นก็ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ไม่ว่าจะส่วนใดของร่างกายคุณก็สามารถใช้ได้หมดในแกลิกฟุตบอล ผู้เล่นทั้ง 15 คนจะต้องห้ำหั่นกันในการชิงลูกฟุตบอล 1 ลูก เพื่อนำบอลไปทำเเต้ม โดยแบ่งเป็นการทำแต้ม 2 รูปแบบ นั่นคือการยิงให้ข้ามคานบน (คล้ายๆการเตะฟิลด์โกล) ซึ่งการทำคะแนนแบบนี้จะได้ 1 แต้ม ส่วนการทำแต้มแบบที่ 2 คือการยิงเข้าประตูไปเลยเหมือนกับฟุตบอล ซึ่งการยิงประตูแบบนี้จะได้ 3 แต้มต่อการส่งบอลเข้าประตู 1 ครั้ง

ปัจจุบันในไอร์แลนด์ยังนิยมกีฬาชนิดนี้อยู่ และมีการแบ่งลีกชิงแชมป์ประเทศ โดยมีสโมสรลงเเข่งทั้งหมดถึง 22 ทีมเลยทีเดียว

Train Surfing (โหนรถไฟ)

 4

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะครับว่าโลกนี้มีกีฬาชนิดนี้กับเขาด้วย เพราะนี่คือกีฬาที่ผิดกฎหมาย จากลักษณะการเล่นที่ผู้เเข่งขันจะต้องออกมาจากรถไฟและท้าทายด้วยการปีนป่ายไปให้ทั่วขณะที่รถไฟกำลังเเล่นอยู่

ส่วนการคิดคะแนน (ที่ตัดสินกันเอง) ของกีฬาชนิดนี้คือการโหนและเล่นท่าทาง ที่ยิ่งหวาดเสียวเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสได้คะแนนสูงมากเท่านั้น โดยการตัดสินมักจะเกิดขึ้นในรูปแบบของคำชมผ่านโลกโซเชียลมากกว่า เพราะส่วนใหญ่ผู้เล่นมักจะอัดคลิป และโพสต์โชว์ความสามารถกันผ่านออนไลน์  

การละเล่นแบบนี้เป็นที่นิยมมากๆในประเทศ รัสเซีย, อินเดีย และหลายประเทศในทวีปแอฟริกา อย่างไรก็ตามมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเกิดขึ้นจากการเล่น Train Surfing ไม่น้อยเลยทีเดียว

Ferret-legging (เจ้าโลกฟัดเล็บสัตว์)

 5

เฟอร์เร็ต คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรูปร่างหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงหนูผสมพังพอน แต่สิ่งที่นำมันมาเป็นอุปกรณ์การเล่นกีฬา Ferret-legging คือเล็บของมันต่างหาก

นี่คือการแข่งขันที่แสนจะบ้าบอหลุดโลก เพราะผู้เเข่งขันไม่ต้องเตรียมอะไรมาเลย แค่การเตรียมฟิตเจ้าโลกให้ทนต่อความเจ็บปวดให้ได้ก็พอ นั่นก็เพราะว่าวิธีการเล่นคือการเอาตัวเฟอร์เร็ต มาใส่ในกางเกงในและวัดกันไปแบบแมนๆว่าใครจะทนคมเล็บของเจ้าสัตว์หน้าขนนี้ได้นานกว่ากัน...

ไม่น่าเชื่อว่าการทนต่อความเจ็บปวดดันเป็นของสนุกของชาวอังกฤษจนได้รับความนิยมมากๆในยุค '70 นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันกันมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง จนถึงขั้นดังข้ามฝั่งมาเล่นกันที่สหรัฐอเมริกาก็ยังมี

นี่คือกีฬาที่แค่คิดก็เสียวไส้ไปจนถึงท้องน้อย หากคุณคิดว่าาคุณแมนเต็มร้อย ทนทานเกิดพิกัด และที่สำคัญคือ "ชอบความเจ็บปวด" นี่คือโอกาสที่คุณจะบอกให้โลกรู้ว่า "ข้าน่ะของจริง"

ส่วนสถิติโลกที่มีคนเคยทำไว้เกิดขึ้นในปี 2003 โดยผู้ชนะที่ไม่ประสงค์ออกนามสามารถนำตัวเฟอร์เร็ต ยัดกางเกงในได้นานถึง 5 ชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว  

ทนแล้วได้อะไรเนี่ย... อยากอ่านใจเขาได้จริงๆเลยเชียว

Running In High Heels (วิ่งเเข่งส้นสูง)

 6

เมื่อมีกีฬาที่ผู้ชายเท่านั้นที่จะเข้าใจ ก็มีกีฬาที่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะรับรู้ และนี่ก็คือความเจ็บปวดบนความงดงาม มันคือการใส่รองเท้าส้นสูงวิ่งเเข่งกัน!

ลืมไปได้เลยการใส่รองเท้าส้นสูงสุดหรูพร้อมกับชุดราตรีสวยๆจิบไวน์ในงานกาล่าดินเนอร์ เพราะกีฬาชนิดนี้เป็นที่นิยมมากๆ โดยเฉพาะในประเทศ รัสเซีย ที่มีการจัดเเข่งขันกันอย่างเป็นทางการเลยทีเดียว

กฎกติกาการเเข่งขันง่ายนิดเดียวเพียงแค่คุณผู้หญิงที่มั่นหน้าและมั่นใจในการทรงตัวต้องสวมรองเท้าส้นสูงยาว 9 เซ็นติเมตร และวิ่งเเข่งขันในระยะทาง 50 เมตรเพื่อชิงความเป็นเบอร์ 1 ในโลกที่ผู้ชายไม่มีวันเข้าใจ

ส่วนเงินรางวัลก็จะอยู่ที่ราวๆ 2,000 เหรียญต่อ 1 รอบ โดยกีฬาชนิดนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากแบรนด์เสื้อผ้าและรองเท้าชื่อดังไม่ว่าจะเป็น Christian Louboutin, YSL Tribute และ Jimmy Choo เป็นต้น

ส่วนเหล่าพ่อบ้านที่มาช่วยเชียร์ภรรยาหรือแฟนสาวก็จะได้เห็นภาพที่คุณไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นบ่อยนัก นั่นคือการหัวหกก้นขวิดของเหล่ากวางน้อยของคุณ... โอกาสได้ขำแบบสุดเสียงเกิดขึ้นแล้ว เตรียมตัวกันหรือยังล่ะครับ? 

World Sauna Championships (แข่งอบไอน้ำ)

 7

ควาามทนทานของมนุษย์นั้นมีวีธีให้ทดสอบมากมายหลายเส้นทาง และนี่คืออีก 1 ชนิดกีฬาที่ไม่จำเป็นต้องออกแรงเหงื่อแตกให้เสียเวลา เพราะเพียงแค่คุณทนนั่งเฉยๆได้นานกว่าชาวบ้านชาวช่อง เมื่อนั้นคุณคือแชมป์โลกอย่างแท้จริง การอบไอน้ำเป็นกีฬาที่แข่งขันกันแบบจริงจังในประเทศฟินแลนด์ ดำเนินการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 1999 จนถึงปี 2010 และที่น่าเหลือเชื่อนิดๆคือมีผู้ร่วมแข่ง ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 20 ประเทศอีกต่างหาก  

กฎกติกาก็อย่างที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แค่นั่งทนไอร้อนในห้องเซาน่าด้วยความร้อนที่เพิ่มขึ้นทีละนิดทีละนิดทุกๆ 30 วินาที และมีจุดพีกอยู่ที 110 องศาเซลเซียส ให้ได้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว จากจุดนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นอะไรที่ง่ายๆ แต่ก็อย่าได้หวังคิดเช่นนั้น

ในปี 2010 มีนักกีฬาที่สามารถคว้าแชมป์ได้กลับต้องเสียชีวิตหลังจากออกมาจากห้องเซาน่าได้ไม่นาน จนทำให้ฝ่ายอัยการของฟินแลนด์ประกาศยกเลิกกีฬาชนิดนี้ไปในท้ายที่สุด

Tuna Toss (เหวี่ยงปลาทูน่า)

 8

นี่คือกีฬาของชาวออสเตรเลียที่ได้แรงบันดาลใจจากความลำบากเมื่อครั้งอดีต...

ย้อนกลับไปในปี 1979 ตลาดประมงของประเทศออสเตรเลียจะมีการคัดเหล่าเด็กหนุ่มที่มาสมัครขอเป็นลูกเรือล่าปลาทูน่า ด้วยการทดสอบให้โยนและรับปลาว่าใครโยนได้ไกลที่สุด และรับได้นานที่สุด

ซึ่งหลังจากเกิดการคิดค้นในวงแคบๆเพื่อหาวิธีเหวี่ยงปลาไปให้ได้ไกลที่สุด กลายเป็นการแข่งขันที่ดูเป็นรูปแบบมากขึ้น โดยในปี 2002 ที่มีการจัดแข่งในพอร์ทลินคอร์น ประเทศออสเตรเลีย มีผู้ทำสถิติขว้างได้ไกลถึง 37.23 เมตร ขณะที่ของฝ่ายหญิงนั้นมีสถิติขว้างไกลที่ 21.25 เมตร

อย่างไรก็ตามหลังจากปี 2007 ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปใช้ปลาทูน่าปลอมมาเป็นอุปกรณ์ในการขว้างแทน เพราะจำนวนปลาทูน่าในทะเลลดน้อยถอยลงไปนั่นเอง

Giant Pumpkin Kayaking (พายเรือฟักทอง)

 9

การนำผลผลิตที่ไม่สามารถขายได้เอามาสร้างเป็นความบันเทิงในยุคที่ไร้ไฟฟ้าใช้คือสิ่งที่มีให้เห็นเสมอในกลุ่มชาวนาและเกษตรกรสมัยเก่าก่อน และนี่คือการเอาฟักทองยักษ์ มาทำเป็นเรือคายักพายข้ามแม่น้ำแข่งกัน

โดยการแข่งขัน Giant Pumpkin Kayaking ถูกบันทึกเป็นกีฬาครั้งแรกในปี 1999 ในกลุ่มผู้ปลูกฟักทองยักษ์ ก่อนที่ท้ายที่สุดจะเป็นกีฬาที่มีผู้เข้าแข่งขันกว่า 10,000 คน และมีตัวแทนจาก 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสถิติดังกล่าวถูกบันทึกไว้ในการแข่งขันที่วินด์เซอร์ ประเทศแคนาดา เมื่อปี 2008

ว่ากันตามตรงและระยะทาง 800 เมตรจากจุดเริ่มต้นจนถึงเส้นชัยไม่ใช่ระยะสั้นๆเลย ดังนั้นการพายเรือที่ทำมาจากฟักทองที่คว้านไส้ในออก น่าจะเป็นอะไรที่ยาก และเหนื่อยกว่าการพายเรือคายักจริงๆหลายเท่านัก

Donkey Basketball (ขี่ลาล่าห่วง)

 10

ง่ายๆสั้นๆตรงความหมายเลยทีเดียวสำหรับกีฬาชนิดนี้ นั่นคือการขี่ลาและเล่นกีฬาบาสเก็ตบอลไปในเวลาพร้อมๆกัน โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากเหล่าเกษตรกรและปศุสัตว์เช่นเคย เพียงแค่ต้องย้อนกลับไปในปี 1930 เลยทีเดียว

กฎกติกาเหมือนกับบาสเก็ตบอลเป๊ะ นั่นคือการแบ่งฝ่ายทีมละ 5 คนและนำลูกบอลไปชู้ตลงห่วง เพียงแต่ผู้เล่นต้องอยู่บนหลังลาเท่านั้น   

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปกีฬาชนิดนี้ก็ถูกต่อต้านและยกเลิกไปโดยเหล่าผู้ต่อต้านมองว่ากีฬาชนิดนี้เป็นการทารุณกรรมสัตว์ อย่างไรก็ตามเหล่าโปรโมเตอร์สายโหดก็โต้แย้งว่ามันคือหน้าที่ของสัตว์อยู่แล้วที่ต้องทำงานเพื่อมนุษย์ และพวกมันก็จะได้รับการตอบกลับและดูแลเป็นอย่างดี หากเป็นลาที่ใช้ในการเเข่งขันกีฬาดังกล่าว นั่นจึงทำให้กีฬาชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก และแอบเล่นกันเงียบๆในวงแคบเท่านั้น

Quidditch (ควิดดิตช์)

 11

ไม่ใช่แค่ชื่อที่เหมือนกีฬายอดฮิตของเหล่าพ่อมดในเรื่องแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เพราะมันคือการนำเเข่งขันที่จำลองจากแฟนนิยายแฟนตาซีเรื่องนี้ที่ต้องการบอกให้โลกรู้ว่า “ควิดดิตช์” สามารถเป็นกีฬาของเหล่ามักเกิ้ล (คนธรรมดา) ได้เช่นกัน เพียงแต่ขี่ไม้กวาดที่บินไม่ได้เท่านั้นเอง

กฎกติกาการเล่นก็ลอกแบบออกมาอย่างชัดเจนตามต้นตำรับในหนังสือ โดยมีผู้เล่นตำแหน่งฝั่งละ 7 คน ขณะที่การทำคะแนนจะมีลูกบอลหลักชื่อว่า ควัฟเฟิล ที่ผู้เล่นทั้งสองฝั่งจะต้องแยกกันไปยิงลอดห่วงกลมๆ ขณะที่อีก 1 หนทางที่จะทำเเต้มได้ คือการไล่จับลูกโกลเดนสนิช ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้เล่นตำแหน่งซีกเกอร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งประจำของพระเอกอย่าง แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ นั่นเอง (มีค่า 30 คะแนนหากจับได้)

ปัจจุบัน ควิดดิช เป็นกีฬาที่มีการแข่งชิงแชมป์โลกอย่างจริงจัง ตัวแทนหลากหลายชาติเข้ารวมตัวเเข่งขันไม่ว่าจะเป็น อเมริกา, ออสเตรเลีย, แคนาดา, อังกฤษ, เม็กซิโก และ ฝรั่งเศส เป็นต้น

อ้อ... นอกจากนี้ยังมีการซื้อตัว และเซ็นสัญญาเหล่าผู้เล่นในระดับสโมสรเหมือนกีฬาดังๆชนิดอื่นๆไม่มีผิด... ไม่แน่ในอนาคต “ควิดดิช” อาจจะถูกบันทึกเป็นกีฬาในการเเข่งขันโอลิมปิคก็เป็นได้

Wife-carrying (วิ่งกระเตงฟัดแบกเมีย)

 12

นี่คือการแข่งขันที่พิสูจน์รักแท้ของเหล่าคู่รักทั่วโลกที่เริ่มแข่งขันกันอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 1992 กฎของกีฬา "แบกเมีย" เขียนเอาไว้ว่าผู้เข้าแข่งขันผู้หญิงที่จะเป็นฝ่ายถูกแบกนั้นต้องมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัมขึ้นไป หรือหากฝ่ายหญิงแกร่งจริงก็สามารถเลือกที่จะแบกฝ่ายชายแทนก็ได้ (โหดสุด)

ลักษณะการแข่งง่ายๆเลยคือการเอาภรรยาขี่คอแบบกลับหัวเอาไว้และวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นการวิ่งข้ามทุ่ง กระโดดข้ามกองฟาง และวิ่งผ่านแอ่งน้ำ เป็นระยะทาง 253 เมตร เรียกได้ว่าต้องอึดถึกทนกันจริงๆกว่าจะจับมือเข้าเส้นชัยได้ เพราะศีรษะของฝ่ายภรรยาจะต้องลงไปถูลู่ถูกังกับอุปสรรคทั้งหลายที่เราได้กล่าวไปก่อนหน้านี้

ในระยะหลังกีฬาชนิดนี้ออกสื่อมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นที่นิยมและมีผู้เข้าแข่งขันมากหน้าหลายตา และฮ็อตฮิตจนกลายเป็นการแข่งขันชิงแชมป์โลกเลยทีเดียว

ในปี 2012 คู่รักชาวอเมริกันจากมิลวอกี้ ได้แก่ นาธาน ชโวเวิร์ต และ ชาร์ล็อต ช็อง ทีทำสถิติโลกไว้ที่ 1 นาทีกับอีก 40 วินาที ทว่าหลังจากมีการแข่งขันที่เข้มข้นเพราะเงินรางวัลที่สูงขึ้น รวมถึงมีการเเข่งขันชิงแชมป์โลกทุกปี ทำให้ผู้เข้าแข่งขันหาเทคนิคต่างๆมาห้ำหั่นกันเพื่อทำเวลาให้เร็วที่สุด

โดยปัจจุบันในการเเข่งขันชิงแชมป์โลกปี 2018 เเชมป์ตกเป็นของคู่รักชาว ลิธัวเนีย อย่ง ไวเทาทัส เคอร์คลิลูคัส และ เนรินก้า เคอร์คลินลูคีน ซึ่งทุบสถิติเดิมเละเทะด้วยการทำเวลาไว้แค่ 65 วินาทีเท่านั้น

ติดตามSanook! Sport

ผลบอลสด โปรแกรมบอล พร้อมข้อมูลก่อนเตะ ข่าวสารฟุตบอลทั้งไทยและลีกชั้นนำ รวมถึงกีฬาอื่นๆ จากทุกมุมโลก ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook ได้ที่นี่!!