บ๊าย บาย เบบี้โกล : ชมพร้อมภาพ และ คลิป

บ๊าย บาย เบบี้โกล : ชมพร้อมภาพ และ คลิป
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : "มันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่ผมจะประกาศความตั้งใจของตัวเองว่าจะเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพหลังจบฤดูกาลนี้"

ไมเคิ่ล โอเว่น กองหน้าในความทรงจำของใครหลายๆ คนออกแถลงการณ์แจ้งความจำนงในการรูดม่านปิดฉากอาชีพพ่อค้าแข้งของตัวเองหลังผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการลูกหนังมานานถึง 17 ฤดูกาล

นึก...
...
...

พอละนานไป

แวบแรกที่เห็นข่าวนี้ก็อดใจหายวาบไม่ได้เหมือนกัน ความรู้สึกมันเหนือนกับว่า โอเว่น "จะไปแล้ว"

ไม่ใช่ว่ากำลังจะตาย ก็แค่จะหายหน้าไปจากฟลอร์หญ้า

และด้วยชื่อเสียงระดับชาติ ระดับทวีตไร้สาระก็ยังเป็นข่าว เชื่อเหลือเกินว่าดาวยิงร่างเล็กจะไม่หายไปจากวงการอย่างแน่นอน แถมล่าสุดก็ลือกันว่า เอฟเอ เสนอตำแหน่งงานให้ทำแล้ว



หลังจากรับบอลจาก เดวิด เบ็คแฮม แล้วก็จัดการโซโล่เดี่ยว เขาไปยิงแสกหน้า คาร์ลอส โรอา นายทวารผู้กลัวน้ำท่วมโลก

ถือเป็นประตูแจ้งเกิดระดับโลกของโอเว่นที่ยังติดตาใครต่อใครหลายคน ที่ชอบ รัก และเกลียดเขา

แม้จะไม่ได้ชื่นชอบดาวยิงรายนี้เป็นการส่วนตัว แต่เชื่อว่าหลายๆ คนซึ่งเริ่มต้นการดูฟุตบอลจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็น่าจะต้องผูกพันกับ โอเว่น อยู่เหมือนกัน

จากเด็กปั้นตัวกะเปี๊ยกสู่ตำแหน่งซูเปอร์สตาร์ในสีเสื้อลิเวอร์พูล, ติดทีมชาติอังกฤษไปฟุตบอลโลก 1998 ลากหลบกองหลังอาร์เจนติน่า 5 คน ก่อนซัลโวตุงตาข่าย ส่งตัวเองขึ้นชั้นเป็นนักเตะระดับโลก, ซัดกระจายพาต้นสังกัดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในปี 2001 พร้อมได้รับรางวัลบัลลง ดอร์, ทำแฮตทริกใส่ของแสลงประจำชาติอย่าง เยอรมัน ถึงกรุงมิวนิค, ยิงประตู บราซิล โคตรทีมแห่งยุคในฟุตบอลโลก 2002, ทะยานจากรัง "หงส์แดง" ไปสู่จักรวาล "กาลาคติกอส" เรอัล มาดริด ชุดรวมดาราโลก

 

ประตูแรกในพรีเมียร์ลีก และสีเสื้อลิเวอร์พูลในนัดชนะวิมเบิลดัน 2-1 ยุคของ รอย อีแวนส์ในปี 1997

ความทรงจำเด่นๆ เกี่ยวกับหัวหอกรายนี้พรั่งพรูออกมาเป็นไทม์ไลน์ เอาเฉพาะแค่ย่อหน้าข้างบน เส้นทางชีวิตนักฟุตบอลอาชีพของ โอเว่น สวยหรูขนาดไหน จะมีสักกี่คนที่ทำได้อย่างเขา

แต่มีขึ้นก็ต้องมีลง กราฟชีวิตขาขึ้นของ โอเว่น ดูท่าจะสั้นไปหน่อย การตัดสินใจอำลา ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับโคตรทีมแห่งยุคสมัย ณ เวลานั้นอย่าง "ราชันชุดขาว" ชุดรวมดาราโลก ในวงเล็บบางๆ ว่า แถวนี้แม่มเถื่อน ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้

และโอเว่น ก็อยู่ไม่ได้จริงๆ

เล่นไปอยู่ในยุคของ "พี่เหยินใหญ่" ทำให้เวลาส่วนใหญ่ของโอเว่นหมดไปกับการตบยุงในสนาม

สุดท้ายแล้วเขาต้องกลับมาตายรังในบ้านเกิดกับ นิวคาสเซิ่ล จากนั้นก็เจ็บหนักตกอับถึงขั้นต้องทำโบรชัวร์เร่เสนอตัวเองให้ทั่วทุกทีมใน พรีเมียร์ลีก ก่อนจะมาได้แชมป์ลีกสูงสุดกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบไม่ค่อยมีส่วนร่วมสักเท่าไหร่นัก (แต่ก็ยินดีอย่างสุดเหวี่ยงและเต็มที่) จนกระทั่งปัจจุบันมาอยู่กับ สโต๊ค ซิตี้ ในฐานะหัวหอกผู้ถูกลืม

จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตอยู่ที่อาการบาดเจ็บระดับ "เข่าบิด" ในเกมที่ทีมชาติอังกฤษ เสมอ สวีเดน 2-2

เคยได้ยินมาว่าชีวิตคนเราขอแค่ตัดสินใจครั้งใหญ่ให้ถูกสัก 1-2 ครั้งชีวิตก็รุ่งเรืองไม่หยุดจนฉุดไม่อยู่แล้ว และกลับกันหากใน 1-2 ครั้งนั้นดันตัดสินใจผิดพลาดชีวิตก็เพียงพอจะพุ่งชนเข้าหาความบัดซบได้ด้วยเหมือนกัน

ภาพแห่งความเสียดายที่ไม่ได้แชมเปี้ยนส์ลีกกับลิเวอร์พูล ถูกตอบแทนด้วยการชูถ้วยพรีเมียร์ลีก กับคู่ปรับตลอดกาล แมนฯ ยูไนเต็ด

การตัดสินใจย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ ไปทำมาหากินใน ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ถือเป็นการตัดสินใจผิดครั้งยิ่งใหญ่ เพราะเพียงแค่ขวบปีเดียวหลังจากที่ย้ายออกมา "หงส์แดง" ซึ่งเขาเคยหยามหยันว่าอยู่ไปชาตินี้ก็คงไม่มีปัญญาได้สัมผัสแชมป์รายการใหญ่นั้นดันจับพลัดจับผลูคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างหน้าตาเฉย

โอเว่น ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเขานั่งชมการถ่ายทอดสดเกมนั้นตั้งแต่ต้นจนจบจนถึงวินาทีที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ชูถ้วย "บิ๊กเอียร์" ฉลองชัยชนะ ในห้วงสมองไม่ได้มีความนึกเสียดายแม้แต่น้อย แถมเขายังเป็นคนแรกๆ ที่ส่งข้อความไปแสดงความยินดีกับอดีตเพื่อนร่วมทีมอีกต่างหาก เป็นเพื่อนร่วมทีมกลุ่มเดียวกันกับที่พยายามรั้งให้เขาเลือกอยู่กับทีมต่อไป

ไม่รู้สึกเสียดายจริงหรือ? ตัวเองย้ายออกไปตกระกำลำบาก (อยู่คนเดียว) กับ เรอัล มาดริด ขณะที่ ลิเวอร์พูล ค่อยๆ กระท่อนกระแท่นไปทีละก้าวจนทะลึ่งสร้างปาฏิหาริย์คว้าแชมป์ชปล.ในปี 2005 ได้อย่างเหลือเชื่อ

คำถามนี้ไม่มีใครตอบได้นอกจากเจ้าตัวเอง

"มันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่ผมจะประกาศความตั้งใจของตัวเองว่าจะเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพหลังจบฤดูกาลนี้" ถ้อยแถลงของเจ้าตัวแวบกลับเข้ามาในหัวเสมือนเป็นคำตอบของคำถาม

แมตช์ล่าสุดที่เจ้าตัวลงเล่นในพรีเมียร์ลีกในสีเสื้อ สโต๊ค ซิตี้

ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร ชีวิตนักฟุตบอลของ โอเว่น กำลังจะจบลง หรือบางทีมันอาจจะจบไปตั้งนานแล้วเพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องรูดม่านปิดฉากเหมือนอย่างในเวลานี้ก็เท่านั้นเอง

บ๊าย บาย "เบบี้โกล"

เรื่องโดย "นนท์"

<< ชมภาพ ตลอดการค้าแข้งของ โอเว่น คลิกที่รูปด้านล่าง >>