หงส์ถอนแค้น! สยบเรือใบสุดมันส์ 4-3 ผงาดยึดที่ 3 พรีเมียร์ลีก

หงส์ถอนแค้น! สยบเรือใบสุดมันส์ 4-3 ผงาดยึดที่ 3 พรีเมียร์ลีก
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา


ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันที่ 14 มกราคม 2018

ลิเวอร์พูล 4-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สนาม: แอนฟิลด์
ผู้ตัดสิน: อังเดร มาริเนอร์

นาทีที่ 6 เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลต่อให้ สเตอร์ลิ่ง แต่เสียหลักล้มลงในกรอบเขตโทษไปเอง คาริอุส รับบอลไว้ได้

นาทีที่ 9 ลิเวอร์พูล 1-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อ ฟีร์มิโน่ ปั่นป่วนแนวรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัดบอลได้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ได้บอลก่อนลากเข้าไปในกรอบ แล้วซัดด้วยขวา บอลพุ่งเสียบเสาสองตุงตาข่าย ช่วยให้เจ้าถิ่น ออกนำอย่างรวดเร็ว

z02
นาทีที่ 17 ฟีร์มิโน่ พยายามวางบอลจากริมเส้นเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ เอแดร์สัน ออกมาคว้าบอลไว้ได้

นาทีที่ 20 เดอ บรอยน์ พยายามวางบอลมาหน้ากรอบเขตโทษแต่ บอลผ่านหน้าปากประตู อเกวโร่ เข้าชาร์จไม่ถึง

นาทีที่ 22 ซาเน่ ได้โอกาสซัดไกลบอลแฉลบแนวรับ ลิเวอร์พูล ออกหลังไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เตะมุม

นาทีที่ 31 แมนฯ ซิตฟาเบียน เดลฟ์ เล่นต่อไม่ไหว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตัดสินใจส่ง ดานิโล่ ลงสนามแทน

z06
ถึงนาที นาทีที่ 41 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาได้ประตูตีเสมอ  เมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ วางยาวมาให้ ซาเน่ พักอกเอาบอลลง ลากเข้าหาเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเบียดเสาแรกเข้าประตูแบบเฉียบขาด จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1

เริ่มครึ่งหลัง นาทีที่ 51 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เปิดเตะมุมเข้ามา เป็น โอตาเมนดี้ ที่ได้ขึ้นโขกบอลพุ่งชนคานออกหลังไปแบบน่าเสียดาย

นาทีที่ 55 ซาลาห์ ได้โอกาสตั้งป้อม วอลเล่ย์ เอแดร์สัน เซฟไว้ได้ นาทีถัดมา อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ได้โอกาสยิงที่เสาแรกแต่ก็โดนปัดออกไปได้อีก

จากนั้น นาทีที่ 59 ลิเวอร์พูล ขึ้นนำอีกครั้ง เป็น 2-1  เมื่อ อ็อกซ์เลด จ่ายทะลุช่องให้ ฟีร์มิโน่ หลุดเข้ายิงไปเสาสองบอลชนเสาในเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น

z03

ถัดมาไม่กี่นาที ถึงนาทีที่ 61 กองเชียร์หงส์ได้เฮสนั่นเมื่อ โอตาเมนดี้ พลาด โดน ซาลาห์ ตัดบอลได้ ก่อนจ่ายให้ มาเน่ ตั้งป้อมยิงด้วยสายบอลเสียบสามเหลี่ยมไปแบบสุดสวย ลิเวอร์พูล หนีห่างเป็น 3-1

จากนั้น นาทีที่ 68 ลิเวอร์พูล ทะยานนำห่างสุดกู่ 4-1 เมื่อ ซาลาห์ ตัดบอลจากจังหวะออกบอลพลาดของ เอแดร์สัน แล้วจัดการยิงไกลข้ามหัว เอแดร์สัน เข้าประตูไปแบบเนื้อชั้น

นาทีที่ 71 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปลี่ยน ราฮีม สเตอร์ริ่ง ออก จากนั้นส่ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ลงสนามแทน

นาทีที่ 79 ลิเวอร์พูล เปลี่ยนตัวคนแรกของเกม เอมเร่ ชาน ออก มิลเนอร์ ลงสนามแทน

นาทีที่ 88 ลิเวอร์พูล เปลี่ยน อดัม ลัลลาน่า ลงสนามแทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์

z05
เกมดำเนินมาถึงนาที  84  แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ประตูไล่มาเป็น 2-4 จากจังหวะที่ อเกวโร่ พาบอลขึ้นมาพยายามยิงติดแนวรับ ลิเวอร์พูล บอลเข้าทาง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ยิงจ่อ ๆ ไม่พลาด

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เซร์คิโอ อเกวโร่ จ่ายต่อให้ กุนโดกัน ยิงเผาขนไม่กี่หลาเข้าประตูไป ทำให้ ทีมเรือใบไล่มาที่ 3-4 แต่สุดท้ายไล่ไม่ทัน

จบเกม  ลิเวอร์พูล ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4-3 พร้อมกับเก็บเพิ่มเป็น 47 แต้ม ขยับขึ้นไปอยู่ที่ 3 ของตาราง โดยมีแต้มเท่ากับ แมนฯยูไนเต็ด และ เชลซี  

รายชื่อผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม
ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส, โจ โกเมซ, โฌแอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, เอ็มเร่ ชาน (เจมส์ มิลเนอร์ น.79), จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (อดัม ลัลลาน่า น.88), โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ (รักนาร์ คลาวาน น.90+4)
- ตัวสำรองไม่ได้ใช้ : ซิมง มิโญเล่ต์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แดนนี่ อิงส์, โดมินิค โซลันกี้

แมนฯซิตี้ : เอแดร์ซอน โมลาเอส, ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, ฟาเบียน เดล์ฟ (ดานิโล่ น.31), เควิน เดอ บรอยน์, แฟร์นานดินโญ่, อิลคาย กุนโดกัน, ราฮีม สเตอร์ลิง (แบร์นาร์โด้ ซิลวา น.71), เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน", ลีรอย ซาเน่
- ตัวสำรองไม่ได้ใช้ : เคลาดิโอ บราโว่, เอเลียควิม ม็องกาล่า, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, บราฮิม ดิอาซ, ดาบิด ซิลบา