พลิกนรกคารวะป๋า

พลิกนรกคารวะป๋า
Sport Radio

สนับสนุนเนื้อหา

ฟุตบอล : หลายท่านคงพอที่จะทราบกันดีแล้ว เนื่องในวาระครบรอบ 26 ปี การทำหน้าที่ คุพทัพสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือผู้ซึ่งศรัทธาในรักแท้แค่ "ปีศาจแดง"

ทางสโมสรที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของท่านเซอร์ จัดพิธีเชิดชูเกียรติตอบแทนความอยู่ยงคงกระพัน ด้วยการมอบรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ในอริยาบถยืนกอดอกพกมาดป๋า ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านนอกอัฒจันทร์ฝั่ง "เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สแตนด์" ที่ถูกมอบชื่อนี้ให้ในขวบปีเบญจเพสในการคุมทีมแห่งนี้

26 ปี กับอีก 37 ถ้วยแชมป์รวมทุกรายการ ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ ซักคำให้ลึกซึ้งถึงสรรพคุณยี้ห้อ "เฟอร์กี้" เป้าหมายที่มีไว้พุ่งชนของป๋า คือ แชมป์ แชมป์ แล้วก็แชมป์ เท่านั้น

อาจจะต้องนั่งไทม์แมชชินกลับไปขอบคุณ มาร์ค โรบินส์ ผู้ทำประตูชัยในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 กับ ฟอเรสต์ เมื่อฤดูกาล 1989-1990 ในช่วงที่เก้าอี้กุนซือของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในวันที่ยังไร้บรรดาศักดิ์ "เซอร์" กำลังสั่นคลอน กลับมาจุดประกายไปสู่แชมป์ในที่สุด

และเหตุการณ์ดังกล่าว กลายเป็นปฐมบทเรื่องเล่าตำนานกุนซือผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของวงการลูกหนังมาจนถึงปัจจุบัน

ที่จริงแล้วฝีมืออย่างเดียวคงไม่เพียงพอในการไล่ล่าความสำเร็จของ "เฟอร์กี้" หากไม่ประกอบไปด้วยทรัพยากรนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ยุคแล้วยุคเล่า ให้ป๋าแกได้ใช้งาน ไล่ตั้งแต่ยุค "กัปตันมาร์เวล" ไบรอัน ร็อบสัน เรื่อยมาจนถึง "พี่ติ๊ก" ปาทริซ เอวร่า ผู้รับสัมปทานปลอกแขนในปีปัจจุบัน

จะว่าไปแล้วในงานดังกล่าวเมื่อ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา เปรียบเสมือนกับงานคืนสู่เหย้าของศิษย์เก่าสถาบัน "เร้ดเดวิลล์ ยูนิเวอร์ซิตี้" รวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตา หิ้วพวงมาลัยมาคารวะบรมครูผู้ช่ำชองด้านศาสตร์ลูกหนัง ด้วยสำนึกในบุญคุณระหว่างศิษย์กับอาจารย์

นอกเหนือจาก ไบรอัน ร็อบสัน อดีตกุนซือทีมชาติไทยแล้ว ยังมีพี่เบิ้มอย่าง เอริค คันโตน่า ควงพักพวกเพื่อนพ้องทั้ง เดนนิส เออร์วิน, ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล, แอนดี้ โคล, ดไวท์ ยอร์ค, โอเล่ กุนนาร์ โซลชา, รุด ฟาน นิสเตลรอย, เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ รวมถึง 2 พี่น้องตระกูล เนวิลล์ ก็มาพร้อมหน้าพร้อมตาในงานอันเป็นมงคลเช่นนี้

อ๋อลืมบอกไป หนึ่งในนั้นก็ยังมี มิกาแอล ซิลแวสต์ อดีตแบ็กซ้ายมนุษย์หินฟลิ้นท์สโตนส์ รวมอยู่ด้วยนะอย่าลืม

แต่ละท่านที่เอ่ยนามมา ล้วนแล้วแต่เป็นอดีตขุนพลระดับหัวกะทิ อยู่ร่วมหัวจมท้ายขีดเขียนประวัติศาสตร์ร่วมกันมาเป็นเวลาหลายปี อีกทั้งยังเคารพและศรัทธาในตัวป๋าโดยมิเสื่อมคลาย

แน่นอนว่าขุนแข้งชุดปัจจุบัน ไม่พลาดงานนี้เช่นเดียวกัน นำมาโดย ไรอัน กิ๊กส์ ปีกคู่บุญคู่กรรมที่อยู่ใต้บัญชาของผู้ที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่ 2 กว่าครึ่งค่อนชีวิต ก็นำบรรดาน้องๆ หลานๆ มาร่วมยินดีด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ว่า 2 ตำนานเบอร์ 7 ต่างยุค อย่าง เดวิด เบ็คแฮม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ติดภาระกิจกับต้นสังกัด ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ได้ ยังถือโอกาสส่งคลิปวิดีโอมาร่วมแสดงความยินดีให้กับ "เซอร์ เฟอร์กี้" ด้วย ทำเอาเจ้าของงานต้องมีน้ำตาคลอเบ้าบ้างล่ะ

บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง เต็มไปด้วยความอบอุ่น ชื่นมื่น ยังทำหน้าที่ของมันต่อเนื่อง ให้บรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ได้เฮดังสนั่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกคราในเกมพลิกนรก แซงเอาชนะ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 3-1 ภายใน 24 ชั่วโมงต่อมา

ผลการแข่งขันนับว่าโอเคในระดับหนึ่ง สำหรับการขย่มทีมบ๊วยที่ยังไม่ชนะใครแม้แต่นัดเดียวนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล แต่ในส่วนของรูปเกมยังออกมาอีหรอบเดิม หากไม่มีไฟมาลนก้น โดนกระซวกไปก่อน ก็คงจะไม่ฟื้นตื่นจากความกระหายในชัยชนะ

ภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ เดิมๆ ยังตามมาหลอกหลอน เกมที่ไม่ได้ดูเหนือกว่าทีมที่เพิ่งปลดกุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส พ้นตำแหน่ง พร้อมกับตั้ง แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ มากู้วิกฤติ โดยแม้จะมี เวย์น รูนี่ย์ ช่วยขับเคลื่อนเกม แต่ก็ยังไม่พอที่จะพบทางสว่างได้

กระทั่งโดนไม้จิ้มฟันทิ่มตูด โดนนำไปก่อนเท่านั้นแหละ ร่างไร้วิญญาณกลับฟื้นคืนชีพอีกครั้ง เหลือบไปมองม้านั่งสำรองมีนักเตะอยู่ 2 คนที่พอจะสามารถช่วยทีมกอบกู้สถานการณ์ของทีมได้ คือ อันแดร์สัน กับ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ เท่านั้น

ที่เหลือมีแต่แนวรับทั้ง ฟิลด์ โจนส์ และ คริส สมอลลิ่ง กับแข้งสไตล์ขับเคลื่อนเกมแดนกลางอย่าง ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ รวมถึง นิค พาวล์ ดาวรุ่งดวงใหม่ที่ยังต้องรอวันแจ้งเกิดต่อไปในอนาคต

จะบอกว่าเป็นสุดยอดการแก้เกมของกุนซือวัย 70 กระรัต คงจะไม่เกินความจริง ที่เลือกส่ง "น้องแอน" กับ "เจ้าถั่วน้อย" ลงไปเปลี่ยนเกมให้ดูดีมีชาติตระกูล ก่อนที่ทั้งคู่จะสอดประสานงานกันอย่างลงตัวในประที่ 3 นำทีมตอกฝาโลงคว้าชัยไปได้สำเร็จ

2 ประตูจากลูกโหม่งของ จอนนี่ อีแวนส์ กองหลังกระดูกเปราะ กับ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ มิดฟิลด์ลูกรัก ที่ได้จากลูกเปิดเตะมุม กลายเป็นอาวุธเด็ดนำ แมนฯ ยูฯ ไปสู่ฝั่งฝัน

เป็นอันว่า ถือเป็นสุดสัปดาห์แห่งการเฉลิมฉลองของเหล่าสาวก "ปีศาจแดง" โดยแท้จริง แม้ว่ากว่าจะได้มายากเย็นแสนเข็ญเพียงใด แต่สุดท้ายทุกคนได้รอยยิ้มและเสียงหัวเราะกลับไปพร้อมๆ กันถึง 2 งาน

แล้วค่อยกลับมารวมพลังเชียร์ "ผีแดง" บุกป่าฝ่าดงก้าวไปสู่เส้นทางของแชมเปี้ยน และร่วมฉลองครบรอบคุมทีมของ "ป๋า" ในปีที่ 27, 28, 29 ... จนขึ้นหลัก 30 ในวาระข้างหน้าต่อไป

เรื่องโดย "จ่าตุ๊"