ความยินดีที่น่าเศร้า

ความยินดีที่น่าเศร้า

ความยินดีที่น่าเศร้า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
การทะลุเข้าชิงชนะเลิศศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในปีนี้ เชื่อว่าเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับใครหลายคน โดยเฉพาะคนชอบมวยรอง

 ในยุคที่วงการฟุตบอลเป็นเรื่องของ ทุนนิยม แบบเต็มสูบ เงินคือทางลัดสู่ความสำเร็จ และเป็นทางเลือกแรก เหนือการปั้นเด็กขึ้นมา เพราะใช้เวลานาน

แต่ ดอร์ทมุนด์ ที่ก็ไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง อย่าง บาร์เซโลน่า , เรอัล มาดริด , แมนเชสเตอร์ ซิตี้ , เปแอสเช หรือ บาเยิร์น มิวนิค และอีกหลาย ๆ ทีม

 

 

 เสือเหลืองมาได้ไกลขนาดนี้ต้องยกเครดิตความดีความชอบให้กับ เจอร์เก้น คล็อปป์

 

 เครดิตทุกอย่าง ต้องยกให้กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือสมองเพชรของทีม ทีเข้ามากู้ซากเสือเหลือง ในปี 2008 ที่ตอนนั้นกำลังมีปัญหาเรื่องการเงินอย่างหนัก เขาใช้เวลา 3 ปี พาทีม เป็นแชมป์ บุนเดสลีกา แถมไม่ได้เป็นแค่ครั้งเดียว แต่เป็นสองสมัยซ้อนอีกต่างหาก

 ผลงานของ ดอร์ทมุนด์ ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ปีนี้ ถือว่าเป็นที่ชัดเจน ว่าพวกเขาคือหนึ่งในทีมที่ดีที่สุด แม้ว่า จะถูกมองว่าชื่อชั้นยังไม่ถึงก็ตาม แต่พวกเขาก็สามารถครองใจแฟนบอลได้มากมาย จากสไตล์การเล่นเกมบุกที่สุดเร้าใจ และมีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ รายการนี้ได้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1997 ภายใต้การคุมทัพของ อ๊อตมาร์ ฮิทซ์เฟลด์

 

 แอนดี้ โมลเลอร์ จากยูเวนตุสย้ายกลับมาเยอรมัน แล้วได้ถ้วยหูยักษ์กับเสือเหลืองทันที

 

 อย่างไรก็ตาม ทีมชุดนี้ โครงสร้างจะค่อนข้างแตกต่างกับ ทีมของ ฮิทซ์เฟลด์ แบบชัดเจน เพราะว่าทีมชุดนั้น เน้นสร้างจากการซื้อพวกสตาร์ดังกลับมาจากกัลโช่ เซเรีย อา มากกว่า นำโดย เจอร์เก้น โคห์เลอร์ และ แอนดี้ โมลเลอร์ รวมถึง บรรดาแข้งต่างชาติ อย่าง สเตฟาน ชาปุยซาต์
 
 แต่สำหรับ ดอร์ทมุนด์ ชุดนี้ เกินครึ่งเป็นเด็กที่ คล็อปป์ สร้างขึ้นมา จนได้ชุด 11 ผู้เล่นตัวจริงที่แข็งแกร่งที่สุด นำโดย โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ , ลูคัส พิสเช็ค , เนเวน ซูโบติช , มัตต์ส ฮุมเมิลส์ , มาร์เซล ชเมลเซอร์ , อิลคาย กุนโดกัน , สเวน เบนเดอร์ , มาร์โก รอยส์ , มาริโอ เกิทเซ่ , คูบ้า และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

 

จากงบประมาณทำทีมชุดนี้ 34.4 ล้านปอนด์ ถ้าขายออกยกชุดจะได้เงินเท่าไหร่??

 คนที่ค่าตัวแพงที่สุดก็คือ รอยส์ ที่ทีมซื้อเข้ามาด้วยค่าตัว 12 ล้านยูโร ส่วนที่เหลือไม่ปั้นขึ้นมาเอง ก็่ค่าตัวไม่แพงนัก อย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ก็ค่าตัวเพียงแค่ 4 ล้านยูโร เท่านั้น ตอนที่ย้ายมาร่วมทัพเสือเหลือง
มีการเปลี่ยนแปลงในทีมเล็กน้อย อย่างตอนได้แชมป์ บุนเดสลีกา ครั้งแรก พวกเขาก็ปล่อย นูริ ซาฮิน ไปให้กับ เรอัล มาดริด และ ก็ถูกแทนที่โดยกุนโดกัน ที่ตอนนี้ ยิ่งเล่นก็ยิ่งดี จนกลายเป็นเสาหลักของทีม จน ซาฮิน ที่กลับมาอีกครั้ง ก็ต้องนั่งสำรอง

อีกคนก็คือ ชินจิ คากาวะ ที่ย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังได้แชมป์ลีก สมัยที่สอง และก็ถูกแทนที่โดย รอยส์ การหาส่วนผสมที่มาทดแทนของ คล็อปป์ เรียกได้ว่าลงตัวสุด ๆ จนเป็น ดอร์ทมุนด์ ชุดนี้

 

แต่ก็อย่างที่กล่าวไว้ตอนแรก ฟุตบอลยุคนี้ เรื่องของเงินเข้ามาเป็นปัจจัยหลัก ซึ่งทำให้ ดอร์ทมุนด์ ต้องเสียนักเตะอีกครั้ง และคราวนี้ เป็นตัวหลัก อย่าง มาริโอ เกิทเซ่ ที่ตกลงไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ทีมคู่ปรับร่วมลีก เป็นที่เรียบร้อย

 

อีกคนที่ ดูแล้ว คงไปค่อนข้างแน่ ก็คงจะเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้  ดาวยิงตัวเก่ง และอาจจะลากยาวไปถึง สตาร์รายอื่นอย่าง รอยส์ , ฮุมเมิลส์ จนถึงขั้นทีมแตกก็เป็นได้ และถ้าหากโดนดูดคราวนี้ คงเป็นเรื่องยาก ที่จะรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมเอาไว้ได้
แม้ว่า การอยู่ด้วยกัน อาจจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ ถึงขั้นเป็นจ้าวยุโรป ได้ แต่ความจริงก็คือ เรื่องเงินทอง และความยิ่งใหญ่ของดอร์ทมุนด์ บางที มันอาจจะยังไม่พอ ต่อความต้องการของนักเตะเหล่านี้ 
ตอนนี้ หลายฝ่ายคาดว่า ถ้าหาก ดอร์ทมุนด์ คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ ได้ พวกเขามีแววอาจจะต้องเจอสภาพแบบเดียวกับ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ที่ทีมแตก หลังคว้าแชมป์ รายการนี้ 1 ปี 
มันเป็นเรื่องน่ายินดีนะครับ ที่ ทีมที่มีแนวทางอย่าง ดอร์ทมุนด์ จะเป็นจ้าวยุโรป แต่บางทีมันก็น่าเศร้า เหมือนกัน ที่เกมรอบชิงที่ เวมบลีย์ ในช่วงปลายเดือน อาจจะเป็น ตำนานบทสุดท้ายของทีมชุดนี้ก็เป็นได้


The Nut
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล