โผสิงโตคำรามตามสถิติ

โผสิงโตคำรามตามสถิติ

รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนใหม่ จะประเดิมเกมแรกในตำแหน่ง ด้วยการนำทีมไปอุ่นเครื่องกับนอร์เวย์ที่ออสโลว์ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ และเขาก็เปิดโผ 23 นักเตะชุดแรกในการเข้ามาคุมทีมออกมาแล้ว ซึ่งก็มีทั้งที่เป็นไปตามโผบ้าง พลิกโผบ้าง แต่ก็น่าจะบอกได้เลาๆ ถึงหน้าตาของขุนพลสิงโตคำรามชุดที่จะไปทำศึกยูโร 2012 ที่ยูเครนและโปแลนด์ในเดือนหน้า

โผนักเตะของปู่รอยก็อาจจะตรงใจบางคน ขัดใจบางคน แต่ถ้าวัดผลงานของนักเตะในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จากสถิติของ EA Sports Player Performance Index ซึ่งได้คำนวณผลงานของนักเตะในแต่ละตำแหน่งด้วยระบบคอมพิวเตอร์แล้ว โผ 22 นักเตะชุดที่จะออกมาก็จะเป็นไปตามนี้

ผู้รักษาประตู

โจ ฮาร์ท - แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ฮาร์ทเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองได้ในฤดูกาลนี้ เขาโดดเด่นในการตัดลูกกลางอากาศ และเซฟลูกยิงได้อย่างยอดเยี่ยม และจะยังพัฒนาฝีมือขึ้นไปอีกเรื่อยๆ

สถิติ: เซฟ 143 ครั้ง, เสียประตู 29 ลูก, เฉลี่ยการเซฟต่อหนึ่งประตู 5 ครั้ง, ไม่เสียประตู 17 นัด

 

 



เบน ฟอสเตอร์ - เวสต์บรอมวิช

เขาประกาศหันหลังให้ทีมชาติไปเมื่อปีที่แล้ว และยืนยันว่าไม่คิดเปลี่ยนใจ แต่ถ้าจะมีใครซักคนที่เกลี้ยกล่อมให้ฟอสเตอร์ยอมล้มเลิกความคิดเดิมได้ ก็คงเป็นอดีตกุนซือเดอะแบ็กกี้ส์อย่างฮอดจ์สันนี่แหละ

สถิติ: เซฟ 200 ครั้ง, เสียประตู 49 ลูก, เฉลี่ยการเซฟต่อหนึ่งประตู 4 ครั้ง, ไม่เสียประตู 10 นัด

 

 

จอห์น รัดดี้ - นอริช

มือหนึ่งของนกขมิ้นเหลืองอ่อนโชว์ฟอร์มเยี่ยมในการลงเฝ้าเสาในพรีเมียร์ลีกเป็นฤดูกาลแรก และไม่หวาดหวั่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศูนย์หน้าชื่อดังทั้งหลาย

สถิติ: เซฟ 216 ครั้ง, เสียประตู 65 ลูก, เฉลี่ยการเซฟต่อหนึ่งประตู 3 ครั้ง, ไม่เสียประตู 3 นัด

 

 

ไคล์ วอล์คเกอร์ - สเปอร์ส

วอล์คเกอร์มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับสเปอร์ส  เขาพัฒนาขึ้นมากภายใต้การคุมทีมของแฮร์รี่ เรดแนปป์ เขาเล่นได้อย่างครบเครื่องทั้งรับและรุก เข้าสกัดบอลได้หนักหน่วง และยิงฟรีคิกสวยๆ ได้ด้วย

สถิติ: แย่งบอลสำเร็จ 74%, สกัดบอลทิ้ง 32 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 195 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 99 หลา

 

 

แดนนี่ ซิมสัน - นิวคาสเซิล

เขาเล่นได้อย่างโดดเด่นและเป็นส่วนหนึ่งในแนวรับที่แข็งแกร่งของนิวคาสเซิลฤดูกาลนี้ ชอบเติมเกมรุกแต่ก็ไม่ทิ้งหน้าที่ในเกมรับ แต่เป็นนักเตะหน้าใหม่ในระดับทีมชาติ

สถิติ: แย่งบอลสำเร็จ 79%, สกัดบอลทิ้ง 43 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 194 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 102 หลา

 

 

แอชลี่ย์ โคล - เชลซี

โคลเป็นหนึ่งในแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในโลก เขาโชกโชนกับทีมชาติ และเป็นหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่จะถูกใส่ลงไปในรายชื่อ 11 ตัวจริงเสมอ เนื่องมาจากประสบการณ์และฝีเท้าของเขา
สถิติ: แย่งบอลสำเร็จ 76%, สกัดบอลทิ้ง 12 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 188 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 110 หลา

 

 

 

โจลีออน เลสค็อตต์ - แมนเชสเตอร์ ซิตี้

มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับแมนฯ ซิตี้ และได้ประโยชน์อย่างเห็นได้ชัดจากการลงเล่นคู่กับแว็งซ็องต์ กอมปานี เขาแข็งแกร่งทั้งการเล่นลูกกลางอากาศและลูกบนพื้น แต่ไม่มีประสบการณ์มากนักในเกมระดับทีมชาติ
สถิติ: แย่งบอลสำเร็จ 78%, สกัดบอลทิ้ง 36 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 153 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 94 หลา

 

 

เลจ์ตัน เบนส์ - เอฟเวอร์ตัน

ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับสองรองจากโคล แต่ทักษะในการเล่นลูกนิ่งของเบนส์ก็ทำให้เขามีบางอย่างที่ต่างออกไป เขาสามารถเพิ่มการป้อนบอลเข้ากลางจากทางกราบซ้ายได้มากขึ้น

สถิติ: แย่งบอลสำเร็จ 72%, สกัดบอลทิ้ง 9 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 185 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 107 หลา

 

 

จอห์น เทอร์รี่ - เชลซี

แม้ผลงานในช่วงท้ายฤดูกาลจะไม่ค่อยแน่นอนนัก แต่เทอร์รี่ยังคงเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดของอังกฤษอยู่ แม้จะอยู่ภายใต้ความขัดแย้งต่างๆ ที่เกี่ยวกับตัวเขา แต่เจทียังคงเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมเสมอ

สถิติ: แย่งบอลสำเร็จ 83%, สกัดบอลทิ้ง 50 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 165 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 97 หลา

 

 

ริโอ เฟอร์ดินานด์ - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดเท่าที่อังกฤษเคยมีมากำลังถูกอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ คอยฉุดรั้งอยู่ ความเร็วที่ทำให้เขาโดดเด่นจากเซ็นเตอร์แบ็กคนอื่นๆ อาจจะหายไปแล้ว แต่เขายังคงมีฝีเท้าที่เหนือชั้นและประสบการณ์ที่เหลือเฟือ

สถิติ: แย่งบอลสำเร็จ 100%, สกัดบอลทิ้ง 46 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 131 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 85 หลา

 

 

ไรอัน ชอว์ครอสส์ - สโต๊ค ซิตี้

เขาไม่เคยติดทีมชาติมาก่อน แต่ดูจะมีคุณสมบัติมากพอที่จะทำผลงานได้ดีในการลงเล่นให้ทีมสิงโตคำรามได้ ชอว์ครอสส์โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับสโต๊ค และจะไม่หวั่นกับการก้าวขึ้นมาสู่เกมระดับทีมชาติอย่างแน่นอน

สถิติ: แย่งบอลสำเร็จ 80%, สกัดบอลทิ้ง 44 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 187 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 97 หลา

 

 

กองกลาง

แมทธิว เอเธอริงตัน - สโต๊ค ซิตี้

เอเธอริงตันโชว์ฟอร์มได้ดีกับสโต๊คในสองปีหลัง และจะทำให้ฮอดจ์สันมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นในตำแหน่งปีกซ้าย แต่เขายังไม่เคยติดทีมชาติมาก่อน ซึ่งอาจจะเสี่ยงเกินไป

สถิติ: ยิงเข้ากรอบ 71%, จ่ายบอลสำเร็จ 312 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 148 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 105 หลา

 

 

แมทธิว จาร์วิส - วูล์ฟแฮมป์ตัน

จาร์วิสเป็นหนึ่งในด้านบวกเพียงไม่กี่อย่างของวูล์ฟส์ที่ต้องตกชั้นไปในฤดูกาลนี้ การทำไป 8 ประตูแสดงให้เห็นว่าเขามีดีพอที่จะเพิ่มสถิติการติดทีมชาติของตัวเองให้มากขึ้นกว่า 1 ครั้งได้
สถิติ: ยิงเข้ากรอบ 61%, จ่ายบอลสำเร็จ 541 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 184 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 108 หลา

 

 

 

แอชลี่ย์ ยัง - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ยังเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกในแบบที่อังกฤษจำเป็นต้องมี เพื่อทะลุทะลวงแนวรับของคู่ต่อสู้ชั้นนำให้ได้ เขาสามารถเปิดบอลเข้ากลางหรือเปิดฟรีคิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำประตูได้ดีด้วย
สถิติ: ยิงเข้ากรอบ 73%, จ่ายบอลสำเร็จ 423 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 105 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 110 หลา

 

 

 

แฟรงค์ แลมพาร์ด - เชลซี

แลมพาร์ดเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้อีกครั้ง หลังถูกอังเดร วิลลาส-โบอาส อดีตผู้จัดการทีมเชลซี ดร็อปไปเป็นตัวสำรองอยู่พักหนึ่ง เขาจะนำประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับการรับมือกับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ มาสู่ทีม

สถิติ: ยิงเข้ากรอบ 72%, จ่ายบอลสำเร็จ 696 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 164 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 119 หลา

 

 

แดนนี่ เมอร์ฟี่ - ฟูแล่ม

นักเตะอีกคนที่ฮอดจ์สันรู้จักดีจากช่วงที่คุมทีมฟูแล่ม เมอร์ฟี่ เล่นกับบอลได้ดีและสามารถยิงฟรีคิกๆ สวยๆ ได้ แต่อายุดูจะเป็นอุปสรรคสำหรับเขา

สถิติ: ยิงเข้ากรอบ 71%, จ่ายบอลสำเร็จ 743 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 148 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 105 หลา

 

 

แกเร็ธ แบร์รี่ - แมนเชสเตอร์ ซิตี้

หนึ่งในนักเตะสไตล์ปิดทองหลังพระของแมนฯ ซิตี้ฤดูกาลนี้ แบร์รี่เป็นตัวหลักที่คอยทำหน้าที่เก็บบอลตรงกลางสนาม ขณะที่มิดฟิลด์คนอื่นๆ ดันสูงขึ้นไปทำเกมรุก เขาเล่นได้อย่างคงเส้นคงวาโดยไม่เคยก่อปัญหาอะไร

สถิติ: ยิงเข้ากรอบ 64%, จ่ายบอลสำเร็จ 917 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 207 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 126 หลา

 

 

ไมเคิล คาร์ริค - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

คาร์ริคเป็นคนคอยขับเคลื่อนเกมของแมนฯ ยูไนเต็ด เขาครองบอลได้ยอดเยี่ยมและมีฝีเท้าที่รอบด้าน ทำให้เขาสามารถถอยลงไปเล่นเกมรับได้ เช่นเดียวกับการดันขึ้นไปเล่นเกมรุก
สถิติ: ยิงเข้ากรอบ 60%, จ่ายบอลสำเร็จ 1,026 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 174 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 114 หลา

 

 

 

กองหน้า

เวย์น รูนี่ย์ - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แม้จะติดโทษแบน 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ดาวยิงของแมนฯ ยูไนเต็ดยังคงเป็นนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่ทีมมีอยู่ และเป็นความหวังสูงสุดในการช่วยทีมคว้าแชมป์ เขาอันตรายเสมอในจังหวะการยิงประตู แต่ชอบที่จะถอยลงไปเล่นต่ำ
สถิติ: ยิงเข้ากรอบ 66%, เฉลี่ยการยิงต่อหนึ่งประตู 5 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 198 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 116 หลา

 

 

แดนนี่ เวลเบ็ค - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

พัฒนาฝีเท้าขึ้นมามากในฤดูกาลแรกแบบเต็มตัวกับแมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากถูกยืมตัวไปเล่นกับซันเดอร์แลนด์มา เวลเบ็คมีรูปร่างสูงใหญ่และสามารถรับหน้าที่ศูนย์หน้าตัวเป้าได้ เขาจบสกอร์ได้ดีและสร้างปัญหาให้คู่ต่อสู้ได้ตลอด
สถิติ: ยิงเข้ากรอบ 73%, เฉลี่ยการยิงต่อหนึ่งประตู 8 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 126 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 104 หลา

 

 

แกรนท์ โฮลท์ - นอริช

หัวหอกร่างใหญ่รายนี้ทำไป 15 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และจะทำให้ฮอดจ์สันมีนักเตะที่เป็นตัวพักบอลที่แท้จริงได้ โฮลท์มีจุดเด่นที่ความแข็งแกร่งและเล่นลูกกลางอากาศได้ดี แต่จุดด้อยของเขาคือประสบการณ์ในเกมระดับสูง

สถิติ: ยิงเข้ากรอบ 61%, เฉลี่ยการยิงต่อหนึ่งประตู 5 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 142 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 103 หลา

 

 

แดนนี่ เกรแฮม - สวอนซี

หลังจากมีผลงานระดับทั่วๆ ไปกับคาร์ไลส์และวัตฟอร์ด เกรแฮมก็ก้าวขึ้นมาอยู่ในแสงไฟจนได้ในฤดูกาลนี้ เขาทำไป 10 ประตูให้สวอนซีในพรีเมียร์ลีก แต่ยังไม่เคยพิสูจน์ฝีเท้าในระดับทีมชาติมาก่อน
สถิติ: ยิงเข้ากรอบ 61%, เฉลี่ยการยิงต่อหนึ่งประตู 6 ครั้ง, ระยะการวิ่ง 162 ไมล์, เฉลี่ยระยะวิ่งต่อนาที 95 หลา

เบบี้ แบร์



ลิงค์ข่าวที่เกี่ยวข้อง 23ขุนพลสิงโตลุยยูโร2012

เรื่องล่าสุดของหมวด พรีเมียร์ลีก

ดูหมวด พรีเมียร์ลีก ทั้งหมด