วันดับ‘ผีแดง’

วันดับ‘ผีแดง’

ผลการแข่งขัน “แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์” ถือว่าเหลือเชื่อมาก
           
ความพ่ายแพ้ของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีต่อ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบสุดจะ “ช็อกซีนีม่า” พอๆ กับเรื่องน้ำท่วมของบ้านเรา
           
มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้จริงๆ
           
จากการพ่ายแพ้ในครั้งนี้ ตามบันทึกใบลานระบุเอาไว้ว่า นี่คือการแพ้ที่ย่อยยับอับสูญที่สุดในรอบ 85 ปี ของ ยูไนเต็ด คารังตัวเองต่อคู่ปรับอย่าง ซิตี้
           
แถมยังเป็นการแพ้ที่มากที่สุดในรอบ 85 ปีเหมือนกันอีกด้วย

โดยครั้งนั้นพวกเขาแพ้ด้วยสกอร์เดียวกันนี้คือ 1-6 ในเกมดิวิชั่น 1 เมื่อ 23 มกราคม 1926

พร้อมกันนี้ถือเป็นชัยชนะมากที่สุดของ ซิตี้ ที่รังผีในรอบ 56 ปี โดยครั้งนั้นพวกเขาชนะเกมลีก 5-0 เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 1955
           
ประเด็นมันก็ไม่มีอะไรมาก อย่างที่ทุกคนเห็นก็คือ เมื่อเกมกำลังไม่ขาด เกมกำลังสูสี แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีทีมใดทีมหนึ่งต้องเหลือ 10 คน
           
ก็จะออกมาอย่างที่เห็น
           
ยกเว้นคู่ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส กับ เชลซี ที่ต้องขออภัยแฟนบอลคิวพีอาร์ ที่จะบอกว่า เมื่อ เชลซี เหลือ 9 คน
           
ยังเล่นได้สูสี หรือต้องต่อให้ขนาดนั้นเลยล่ะหรือ
          
แต่ก็ไม่มีใครหรอกที่อยากจะเล่นด้วยสภาพทีมแบบนั้น
           
ยูไนเต็ด เหลือ 10 คน คือจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง และคนที่ซวยงานนี้มากที่สุดก็คือ จอนนี่ อีแวนส์ เป็นแพะรับบาป แต่ถามว่า ถ้าจังหวะนั้นคุณเป็น อีแวนส์
           
คุณก็ต้องฟาวล์เพื่อทีม
           
ด้วยสกอร์ที่ตามหลัง เป็นเกมในบ้าน และเป็นเกมดาร์บี้แมตช์ เป็นไปไม่ได้ที่ ยูไนเต็ด จะไม่บุก จะสังเกตได้ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ ซิตี้ เดินเกมขึ้นมา บอลจะถูกกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ อย่างรวดเร็วจนนักบอลผีไล่ไม่ทัน
          
เนื่องจากความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นแต่ละคนนั้นพื้นฐานดีอยู่แล้ว แถมระบบทีมเริ่มลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
           
แต่ไม่มีใครคิดหรอกครับว่ามันจะออกมาขาดลอยกระจุยกระจายกระเจิดกระเจิงกระจัดกระจายขนาดนี้  
           
ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ ตอนที่พังประตูได้ ผมเชื่อว่า สาวกยูไนเต็ด คงจะคิดเหมือนกับนักเตะและท่านเซอร์คิด นั่นก็คือ มันพอจะจุดประกายความหวังได้
           
สุดท้ายมันจะจุดประกายหรือว่าจะแหย่รังแตนก็ไม่ทราบได้ แต่ต้องยอมรับว่า ฟุตบอลสมัยนี้ผู้ตัดสินมีส่วนสำคัญอย่างแท้จริง
           
เมื่อเปิดหน้าแลก ผู้เล่นน้อยกว่า โดนโต้กลับมาบวกกับความเด็ดขาดของ ซิตี้ ทุกอย่างจึงออกมาเป็นสถิติที่ย่อยยับอย่างที่เห็น
           
ไม่น่าเชื่อครับว่า เวลาเพียงไม่ถึงปี 3 ทีมดังที่มีแฟนฟุตบอลมากที่สุดในเมืองไทยอย่าง แมนฯยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และอาร์เซนอล สร้างประวัติศาสตร์อันเลวร้ายอย่างเหลือเชื่อ
           
ปีที่แล้ว ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้แย่ที่สุดในรอบ 57 ปี
           
ต้นฤดูกาล อาร์เซนอล ย่อยยับถึงขีดสุดเมื่อโดน ยูไนเต็ด ถลุงถึง 8-2 ก่อนจะสตาร์ตยับเยินที่สุดในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ
           
มาถึงวันนี้กลายเป็น ยูไนเต็ด ที่ยับเยินอย่างที่สุด แม้ว่าเราจะเคยเห็นพวกเขาแพ้ นิวคาสเซิล 0-5 รวมไปถึงพ่าย เซาแธมป์ตัน 3-6
           
แต่มันไม่น่าจะใช่ในเวลานี้
           
จริงอยู่นี่คือหนึ่งเกมที่เกิดขึ้น และถือว่าน่าจะ “ช้ำไม่นาน” เพราะ แมนฯยูฯ ยังมี อัลเดอร์ช็อต ให้ระบายแค้นในเกมคาร์ลิ่ง คัพ วันอังคารนี้
           
เพียงแต่ว่า พลังและความมั่นใจไปอยู่เต็มลำเรือของซิตี้ ที่มันไม่จบแค่เกมเดียว
           
งานนี้ระยะยาว!

เรื่องโดย "บี แหลมสิงห์"

คอลัมน์ may i come in please นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์

<< คลิกเพื่อชมภาพใหญ่ >>