‘เคนนี่’กับ‘คานารี่ส์’!

‘เคนนี่’กับ‘คานารี่ส์’!

ต่อหน้าแฟนบอลที่ แอนฟิลด์  44,931 คน และแฟนบอลทั่วโลก

“นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้
รองแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ที่เดินทางกลับมาสู่ลีกสูงสดครั้งแรกในรอบ 6 ปี ที่แสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่อาจจะ “ละม้าย” แม้จะไม่ “คล้ายคลึง”มากนักก็ตาม

ที่บอกว่า ละม้าย ก็คือ ไปคล้ายกับทีมเมื่อปลายทศวรรษที่ 80 ต่อต้นทศวรรษที่ 90
 
เหตุผลมันก็มีแบบนั้น หากว่าหงส์แดงลิเวอร์พูล ไม่โดนความซวยตกใส่หน้าตัก เมื่อมีโอกาสมากมาย แต่กลับปิดสกอร์ไม่ได้ โดยเฉพาะการยิง 2 เสา 1 คานกับอีก 3 ถาก!!!!

จากลูกเตะมุมด้านขวาในนาทีที่ 2 ที่ชาร์ลี อดัม ตักไปเสาแรก มาร์ติน สเคอร์เทลก็โฉบเข้าโขกระยะหกหลา แต่บอลชนคานสนั่น
 
นาทีที่ 11 เคร็ก เบลลามี่แผลงฤทธิ์ควบบอลหนีตัวประกบหลุดมาถึงเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนถวายพานให้ หลุยส์ ซัวเรซ ตวัดแปจังหวะเดียวแบบจะจะ 6 หลา แต่ไปโดนปลายนิ้วสัมผัสของ จอห์น รัดดี้ ทำให้บอลพุ่งชนเสา

นาทีที่ 51หงส์แดงน่าจะปิดเกมได้หลังจากพวกเขานำไป 1 เม็ด แต่ หลุยส์ ซัวเรซ จิ้มยิงด้วยหัวเกือกแต่ รัสเซลล์ มาร์ติน แหย่ขาสกัดทัน บอลจึงเปลี่ยนทิศพุ่งไปชนเสาแทน

ขณะที่สารพัด “ลูกถาก” มีอยู่มากมาย โดยเฉพาะ แอนดี้ คาร์โรลล์ ที่ได้โขกนาทีที่ 93 แต่บอลเฉียดเสาออกไป หากว่าตุงตาข่าย 3 แต้มไม่ไปไหนแน่

แต่สุดท้ายก็ได้แค่นั้น

ไม่เคยคิดมาก่อนเหมือนกันว่า ผลจะออกมาเป็นแบบนี้ เพราะว่ากันตามทรงแล้ว ลิเวอร์พูล น่าจะชนะได้ไม่ยาก เพียงแต่ว่า จังหวะของเกมที่พาไปนั้นทำให้นึกย้อนไปเมื่อวันโน้น

ผมเคยพูดเมื่อตอนจัดรายการนินทากีฬาโลก FM 99 และกีฬาทั่วทิศ 90.5 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า นอริช ซิตี้ เป็นทีมที่ต่อบอลได้ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 เมื่อปลายทศวรรษที่ 80 ต่อต้นทศวรรษที่ 90

เป็นรองเพียงแค่ ลิเวอร์พูล ทีมเดียวเท่านั้น

ที่สำคัญ ลิเวอร์พูล มักจะไม่ค่อยชนะ นอริช ซิตี้ แต่ก็ไม่คิดว่า จะเป็นเกมนี้ สุดท้ายผลกลับออกมาเป็นอย่างที่คุ้นตา

เคนนี่ ดัลกลิช  มีปัญหาเสมอเมื่อเจอกับนอริช

20 ปีที่แล้ว นอริช ในยุคของ เดฟ สตริงเจอร์ เล่นงาน ลิเวอร์พูล ได้เกือบจะทุกเกม โดยเฉพาะเมื่อปีสุดท้ายที่ ดัลกลิช คุมทัพอย่างเต็มรูปแบบ เจอกันทั้งหมด 4 เกม เอาชนะได้แค่เกมเดียว

นั่นคือเกมเอฟเอ คัพ นัดรีเพลย์

แถมเกมนี้ ดัลกลิช ยังคงมีปัญหาในการเปลี่ยนตัวที่พลาดอีกครั้ง เมื่อเลือกส่ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ขาดความมั่นใจในช่วงนี้ ลงไปเพื่อหวังจะให้พลิกเกม

การสลับ สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง มาเล่นทางซ้ายฝั่งถนัด แต่ก็ให้เวลาไม่นาน ก็เปลี่ยนตัวออกมาแล้วให้คนที่จะต้องโหม่งอย่าง แอนดี้ คาร์โรลล์ ลงไป

มันน่าแปลกมาก

จากนั้นเกมด้านซ้ายบอดสนิท จนต้องให้ แดเนี่ยล แอ๊คเกอร์ ลงมาแล้วดัน โฆเซ่ เอ็นริเก้ ไปเล่นเป็นปีก

ผิดกับ นอริช ที่ครึ่งหลัง พอล แลมเบิร์ต เปลี่ยนเกมได้ดีขึ้นชัดเจน เดินเกมกดดันได้อย่างหนัก ก่อนจะทิ้งไพ่ที่ถูกต้องลงมานั่นคือ แกรนท์ โฮลท์ นักบอลไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ชาติลูกหนังผู้ดีที่ถล่มประตูได้ทุกดิวิชั่น

แล้ว โฮลท์ ก็โขกประตูตีเสมอ จากการตัดสินใจผิดของ เปเป้ เรน่า ที่ไม่รู้จะออกมาทำไม

รวมไปถึงแผงหลังทั้งสองคนคือ เกล็น จอห์นสัน กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่ประกอบไม่อยู่

สุดท้ายจึงกลายเป็นผลเสมอ เป็นอีกครั้งที่ เคนนี่ ดัลกลิช มีปัญหาในยามเจอกับ “เดอะ คานารี่ส์” อาจจะบอกว่า โชคร้ายก็ได้แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ความเฉียบคม-ความเด็ดขาดต่างหาก ที่อยู่ตรงไหน...นั่นเอง!

เรื่องโดย "บี แหลมสิงห์"

คอลัมน์ may i come in please นสพ.กีฬารายวันฮอตสกอร์

เรื่องล่าสุดของหมวด พรีเมียร์ลีก

ดูหมวด พรีเมียร์ลีก ทั้งหมด