FCH INSIGHT: จับตาซาอุดิอาระเบีย ด่านแรกช้างศึกคัดบอลโลก 2018

FCH INSIGHT: จับตาซาอุดิอาระเบีย ด่านแรกช้างศึกคัดบอลโลก 2018
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

ศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 โซนเอเชีย กลุ่มบี วันที่ 1 กันยายน 2016 นี้ ที่คิง ฟาฮัด สเตเดียม เป็นการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน ซาอุดิอาระเบีย รับการมาเยือนของทีมชาติไทย  

Football Channel Thailand พาไปรู้จักทีมเจ้าของฉายาเหยี่ยวมรกต ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน รวมไปถึง 3 คีย์แมนหลักของทีมคู่แข่งนัดเปิดหัวของทัพช้างศึกในเวทีคัดบอลโลกรอบ 12 ทีมสุดท้ายนี้

ซาอุดิอาระเบียผ่านการลงเล่นในศึกเวิลด์คัพ รอบสุดท้ายมาแล้ว 4 สมัย (1994, 1998, 2002 และ 2006) โดยทำผลงานเด่นที่สุดในปี 1994 จากผลงานทะลุเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย และนับตั้งแต่เวิลด์คัพ 2006 ที่เยอรมัน ขุนพลเหยี่ยวมรกตก็ไม่สามารถผ่านสู่รอบสุดท้ายได้อีกเลย

อย่างไรก็ตาม หลังการเข้ามาคุมทีมของเบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ กุนซือชาวฮอลแลนด์ ช่วงเดือนกันยายนของปี 2015 ซาอุดิอาระเบียกลับมามีโอกาสลุ้นผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายอีกครั้ง หลังสามารถพาทัพกรีนฟัลคอนส์ผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชียได้อย่างสวยหรู ด้วยการคว้าแชมป์กลุ่มเอ เหนือทีมร่วมสายอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ปาเลสไตน์, มาเลเซีย และติมอร์ เลสเต ทำผลงานเก็บชัยชนะ 6 จาก 8 นัด เสมอ 2 นัด ไม่แพ้ให้ทีมใดเลย ยิงได้ 28 ประตู และเสียเพียง 4 ประตูเท่านั้น

Team Style
แผนการเล่นของซาอุดิอาระเบียนับตั้งแต่ที่ฟาน มาไวค์เข้ามารับงานคุมทีมเหยี่ยวมรกตเจ้าตัวมักใช้รูปแบบการเล่นในระบบ 4-5-1 หรือ 4-2-3-1 ซึ่งมักอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์เป็นตัวขับเคลื่อนเกม ผสมผสานไปกับการวางผู้เล่นในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าที่มีความหลากหลายในเรื่องการทำเกมรุกอย่างอัล-ชะห์ลาวี ไว้โจมตีแนวรับคู่แข่งอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่แนวรับมักใช้งานนักเตะตัวหลักอย่าง อุซามะฮ์ เฮาซาวี และอุมัร เฮาซาวีเป็นแกนหลักไว้คอยประคับประคองทีม

จุดแข็ง
จากสถิติที่ขุนพลเหยี่ยวมรกตจัดการกระหน่ำประตูใส่คู่แข่งในรอบแบ่งกลุ่มมากถึง 28 ประตู (เป็นรองแค่ออสเตรเลียและกาตาร์ที่ยิงได้ 29 ประตู) ส่งผลให้เกมรุกของทีมที่ดูดุดันคือจุดแข็งของทีมได้อย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้  เกมรับของทีมก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ไว้ใจได้ เพราะจากการแข่งขันในรอบดังกล่าว ซาอุดิอาระเบียลงสนาม 8 นัด เสียประตูให้คู่แข่งเพียง 4 ประตูเท่านั้น

จุดอ่อน
อย่างไรก็ดี เกมในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมานั้น หากนับเฉพาะเกมที่ซาอุดิอาระเบียดวลแข้งกับทีมที่พออยู่ในระดับเดียวกันอย่าง สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ พวกเขามีสถิติที่ไม่ได้ดูเหนือกว่าเท่าใดนัก (เหย้าเฉือนชนะยูเออี 2-1, เยือนบุกเสมอ 1-1) ดังนั้น หากมองในรอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่ถือเป็นการดวลแข้งกับหลายทีมที่อยู่ในระดับเดียวกัน คงไม่ปล่อยให้ซาอุฯกระหน่ำประตูใส่ได้ง่าย

นอกจากนี้ หากย้อนดูถึง 4 ประตูที่เสียในรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งหมดเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของผู้เล่นแนวรับเองทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นการเคลียร์บอลไม่เด็ดขาด สกัดลูกโหม่งพลาดในเกมเปิดบ้านเฉือนปาเลสไตน์ 3-2 และเสียสมาธิพลาดตัดฟาวล์ง่ายๆ ในเกมเปิดบ้านรับยูเออี 2-1 ซึ่งทั้งหมดนับเป็นโจทย์สำคัญที่บรรดาทีมงานผู้ที่เกี่ยวข้องในทีมควรแก้ไขก่อนเกมรอบ 12 ทีมสุดท้ายที่จะถึงนี้

นักเตะน่าจับตา
มุฮัมมัด อัล-ชะห์ลาวี
สาเหตุสำคัญที่ขุนพลเหยี่ยวมรกตผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย ส่วนหนึ่งมาจากการซัลโวประตูของเจ้าของรางวัลดาวซัลโวประจำรอบคัดเลือกที่ผ่านมา (14 ประตู) อย่าง อัล-ชะห์ลาวี ผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากเบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ นายใหญ่ชาวฮอลแลนด์ด้วยการถูกส่งลงสนามทุกนัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมที่ซาอุดิอาระเบียดวลกับชาติในอาเซียนอย่าง ติมอร์ เลสเต แข้งวัย 29 ปีรายนี้กระหน่ำประตูรวมกันทั้งเกมเหย้าเยือนมากถึง 8 ประตูเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ในเกมนัดอุ่นเครื่องถล่มทีมชาติลาว 4-0 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2016 ที่ผ่านมา ดาวยิงวัย 29 ปีจัดการทำ 1 ประตูให้กับทีม ซึ่งถือเป็นการเรียกความมั่นใจให้ตัวเองก่อนดวลกับทัพช้างศึกไม่มากก็น้อย

อุซามะฮ์ เฮาซาวี
ปราการหลังกัปตันทีมมากประสบการณ์วัย 32 ปี เป็นทั้งหัวใจสำคัญในแนวรับและเป็นผู้นำทัพเหยี่ยวมรกตตลอดการลงเล่นในเวิลด์คัพ รอบคัดเลือก 2018 โซนเอเชีย โดยฮาซาวี ผ่านการรับใช้ชาติมาตั้งแต่ 2007 ฝากสถิติการลงสนามช่วยทีมมาแล้วกว่า 114 นัด กับอีก 7 ประตู ส่งผลให้เจ้าตัวนับเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่น่าจับตาและพร้อมจะเป็นแกนหลักในการประคับประคองทีมเหยี่ยวมรกตยุคปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย

ฟาฮัด อัล-มุวาลัด
ดาวเตะพรสวรรค์สูงวัยเพียง 21 ปี จาก อัล อิตติฮัด สร้างผลงานส่วนตัวอย่างโดดเด่นจากผลงานในนามทีมชาติซาอุดิอาระเบียชุดยู 20 หลังเจ้าตัวทำประตูที่ 2 ในเกมที่ซาอุดิอาระเบียเอาชนะโครเอเชียไป 2-0 ศึกฟุตบอลยู 20 ชิงแชมป์โลก ปี 2011 ส่งผลให้อัล-มุวาลัด กลายเป็นผู้เล่นของทีมเหยี่ยวมรกตชุดใหญ่ในปีถัดมาทันที

สำหรับผลงานกับซาอุดิอาระเบีย ในศึกเวิลด์คัพ รอบคัดเลือก โซนเอเชีย 2018 ที่ผ่านมา เจ้าตัวได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมมากถึง 5 จาก 8 นัด และแม้ช่วงเวลาการถูกส่งลงสนามส่วนใหญ่จะมาจากการออกสตาร์ทเป็นตัวสำรอง ทว่าดาวเตะจากอัล อิตติฮัดรายนี้ กลับจัดการทำ 2 ประตูให้กับทีมในเกมอัดติมอร์ ลสเต้ ทั้งเกมเหย้าและเกมเยือนนัดละ 1 ประตู  ซึ่งถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองกับการลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ไม่มากก็น้อย

สนับสนุนเนื้อหา