เปิดใจ "สารวัตรโจ้-สืบศักดิ์ ผันสืบ" บนเส้นทางสีกากีในวันที่หันหลังจากวงการลูกหวายไทย

เปิดใจ "สารวัตรโจ้-สืบศักดิ์ ผันสืบ" บนเส้นทางสีกากีในวันที่หันหลังจากวงการลูกหวายไทย
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่ "มติชนออนไลน์" ได้นำเสนอเรื่องราวของ พ.ต.ต.สืบศักดิ์ ผันสืบ หรือเจ้าของฉายา "โจ้ หลังเท้า" ชาวอ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี วัย 37 ปี ที่เพจเฟซบุ๊ก Thailand Police Story ได้ตีแผ่อีกหนึ่งแรงบันดาลใจของบุคลากรในแวดวงตำรวจไทยนั้น

ล่าสุด "มติชนออนไลน์" ได้มีโอกาสพูดคุยกับ สารวัตรโจ้ เพื่อลงลึกถึงที่มาที่ไป หลังจากอดีตนักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทยหันมาเอาดีทางด้านงานรับราชการตำรวจ รวมทั้งสอบถามหน้าที่ที่รับได้รับมอบหมายอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้น้องๆ นักกีฬา หรือ คนทั่วไป ได้นำไปเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต

จุดเริ่มต้นของชีวิตในแวดวงสีกากี?

"ผมเริ่มรับราชการตำรวจตั้งแต่ปี 2545 หรือ 13 ปีมาแล้ว เริ่มจากตำแหน่งแรกคือ พลสำรองพิเศษ ก่อนไต้เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ ช่วงปี 2551 ตอนนั้นผมเรียนจบปริญญาโท ผบ.ตร.ขณะนั้น ปรับตำแหน่งขึ้นให้เป็นนายร้อยตำรวจ ส่วนปัจจุบันดำรงตำแหน่งสารวัตรป้องกันปราบปราม สน.พหลโยธิน ตอนนี้ทำงานแบบ 100% เป็นเวลา 4 ปีเต็มแล้ว"

ขอบเขตของงานที่ได้รับมอบหมายในขณะนี้

"ผมมีหน้าที่ที่รับได้มอบหมาย คือ ถวายความปลอดภัยเส้นทางเสด็จ มาตรการทิ้งทุ่น ดูแลและป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ในพื้นที่ เช่น สถานที่ล่อแหลมตามจุด เช่น ที่ทำการศาล สถานธนาคาร ร้านทอง รวมทั้งสอดส่องตามร้านเกมส์ว่ามีเด็กเล่นเกินเวลาหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องดูแลป้องกันไม่ให้เกิดคดีลักเล็กขโมยน้อยในพื้นที่ และลดปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นในเดือนต่อไป"

งานยุ่งเลยไม่ค่อยได้ดูตะกร้อ แต่ติดตามเป็นระยะๆ

"ไม่ค่อยมีเวลาดู เพราะงานตรงกับช่วงที่มีแข่ง หรือ บางทีต้องลงตรวจพื้นที่ สอดส่องดูแลไม่ให้เกิดเหตุ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น จึงไม่ได้ดู แต่ก็อาศัยติดตามข่าวในโลกออนไลน์ แต่ก็ยังติดตามเชียร์น้องๆ อยู่เสมอ"

ยันปิดประตูหน้าที่ผู้ฝึกสอนตะกร้อทีมชาติไทย

"ที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ไม่มีการพูดถึงในเรื่องนี้ เพราะเขาทราบดีว่าเราหันมาเอาดีด้านงานรับราชการตำรวจ และตอนนี้ผมก็ตั้งใจทุ่มเทกับงานตรงนี้อย่างเต็มที่ พยายามศึกษาเรียนรู้ ทำให้ตัวเองมีความเชี่ยวชาญขึ้น เพื่อโอกาสก้าวหน้าและเติบโตต่อไปในชีวิต"

ตะกร้อไทยยังคงไร้เทียมทานเสมอ ยากที่ใครจะมาต่อกรด้วย

"ตะกร้อไทยไม่ต้องพูดถึง ผมคิดว่าไม่มีใครสู้เราได้ เพราะตะกร้อของเราเหนือกว่าชาติอื่นๆ มาก นักกีฬามีลีกให้เล่น ทำให้ได้นักกีฬาที่มีฝีเท้าดีหลายคน ซีเกมส์ครั้งนี้เรากวาดเหรียญทองได้หมดตามรายการที่ส่งแข่งแน่นอน ส่วนคู่แข่งในอาเซียน อย่าง มาเลเซีย ก็ตามเราไม่ทันแล้ว ส่วนระดับเอเชียมีแค่ เกาหลีใต้ ที่น่ากลัว แต่เทียบกันจริงๆ แล้ว กระดูกคนละเบอร์กับไทย และคิดว่าไทยคงรักษาแชมป์ไว้ได้อีกนาน"

ย้ำน้องๆนักกีฬาต้องวางแผนชีวิตไว้ล่วงหน้าบ้าง

"การเป็นนักกีฬาข้อดีคือ ขยัน อดทน สู้หมด แต่การเล่นกีฬาก็มีอายุของมัน น้องๆ ควรวางแผนไว้ด้วย และผมก็วางแผนมาตลอดว่าจะเล่นตะกร้อถึงตอนไหน เราเล่นกีฬาพอถึงอายุ 30 ปี มันก็เริ่มหมดแล้ว ดังนั้นหลังช่วงอายุ 30-60 ปี เราต้องหาความมั่นคงให้ชีวิตของเรา ไม่ใช่ว่าเล่นกีฬาแล้วเพลินกับมันไป"

ขณะเดียวกัน พ.ต.ต.สืบศักดิ์ ผันสืบ ล่าสุดได้รับการลงนามแต่งตั้งจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้เป็นคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ของกระทรวงฯ อย่างเป็นทางการแล้ว