สตรีเปลี่ยนชีวิต : 8 คนกีฬาที่มีสุดยอดภรรยาอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

สตรีเปลี่ยนชีวิต : 8 คนกีฬาที่มีสุดยอดภรรยาอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ
Main Stand

สนับสนุนเนื้อหา

"ทุกความสำเร็จของยอดบุรุษ ย่อมมียอดสตรีอยู่เบื้องหลังเสมอ" ประโยคดังกล่าวใช้ได้จริงกับทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่โลกของกีฬาที่มีชายหลายคนได้กลายเป็นยอดบุรุษ เพราะการสนับสนุนและอยู่เคียงข้างจากคนข้างกายของพวกเขานั่นคือ "ศรีภรรยา"

จากสัญญาฉบับใหม่ที่มีภรรยาเป็นผู้จุดประกายของ เยอร์เก้น คล็อปป์ มีอีกหลายเรื่องราวที่ชีวิตคู่บันดาลให้พวกเขาเหล่านั้นได้ตัดสินใจที่ถูกต้องและพลิกชีวิตสู่ความสำเร็จอันสูงสุด

Main Stand คัดมาทั้งหมด 8 คู่ แต่ละคู่มีเรื่องราวน่าประทับใจแค่ไหน? ติดตามที่นี่

 

1. Jurgen Klopp - Ulla Sandrock

1การเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เก้น คล็อปป์ สร้างความยินดีกับแฟนบอลหงส์แดงทั่วโลก เพราะนี่เป็นการยืนยันว่า "ยุคสมัยที่ดีที่สุด" ของพวกเขาจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงปี 2026.. อ้างอิงจากสัญญาของนายใหญ่ชาวเยอรมันรายนี้ 

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังข่าวที่แฟนบอลบอลลิเวอร์พูลยกให้เป็น "ข่าวดีที่สุดในรอบปี" มีเบื้องหลังการตัดสินใจของ คล็อปป์ ที่สำคัญมากๆ จาก อุลล่า ภรรยาของเขา

เดิมที คล็อปป์ วางแผนจะออกจาก ลิเวอร์พูล หลังหมดสัญญาในปี 2024 จากการให้สัมภาษณ์ของเขาเองในหลายๆครั้ง ทว่าอยู่ดีๆ เหตุการณ์การเปลี่ยนใจก็เกิดขึ้นเร็วมากบนโต๊ะอาหาร ประเด็นเริ่มจาก อุลล่า เริ่มเปิดเรื่องว่า เธอนึกภาพไม่ออกว่าทั้งคู่จะออกจากลิเวอร์พูลในปี 2024 ไปได้อย่างไร? และเพื่ออะไร?

หลังจากนั้น คล็อปป์ ก็เริ่มต่อจากประเด็นดังกล่าวและคุยกันอย่างจริงจังสำหรับอนาคตของพวกเขาทั้งคู่ ซึ่งอย่างที่รู้กัน สุดท้ายแล้ว คล็อปป์ ก็ต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไปอย่างชื่นมื่น และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ อุลล่า แนะนำสิ่งที่เหมาะสมให้กับคู่ชีวิตของเธอ

คล็อปป์ พบรัก อุลล่า ขณะฝ่ายหญิงรับจ๊อบพนักงานเสิร์ฟ ช่วงเทศกาล อ็อคโทเบอร์ เฟสต์ ที่นครมิวนิค และจูงมือเข้าประตูวิวาห์เมื่อปี 2005 ทั้งคู่ต่างเคยผ่านชีวิตคู่มาแล้ว และเป็นการแต่งงานกันโดยไม่มีลูก พวกเขาจึงอยู่กันแบบคู่คิดและคู่ชีวิตอย่างแท้จริง 

อุลล่า เคยแนะนำให้ คล็อปป์ ปฎิเสธข้อเสนอการคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือเมื่อปี 2013 โดยเธอเองก็ได้รู้รายละเอียดจากการคุยกันในเบื้องต้นและบอกกับ คล็อปป์ ว่า "มีบางอย่างดูแปลกๆ" และหลังจากนั้นไม่นาน ปลายปี 2015 คล็อปป์ ก็ได้รับข้อเสนอจาก ลิเวอร์พูล เพื่อมาแทนที่ เบรนแดน ร็อตเจอร์ส ที่ถูกปลด และหนนี้ อุลล่า แนะนำว่า "สมควรเป็นอย่างยิ่ง" เพราะเขาถูกสร้างมาเพื่อ ลิเวอร์พูล

ที่เหลือก็คือประวัติศาสตร์ ณ เวลานี้ คล็อปป์ ได้สร้าง ลิเวอร์พูล ชุดที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์สำเร็จแล้ว

 

 

2. Mike Tyson - Kiki Spicer

2ชีวิตของ ไมค์ ไทสัน นั้นขึ้นสุดลงสุดอย่างที่หาคนเทียบได้ยากมาก จากนักชกแชมป์โลกเฮฟวี่เวตที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำเงินได้ปีละหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ สู่การทำผิดกฎหมายมากมาย การถูกฟ้องร้องจากคู่รักเก่า การถูกสั่งจำคุก และการตกอับจนต้องไปชกมวยปาหี่เพื่อหาเงินใช้ในบ่อนที่ลาส เวกัส 

แต่จากการตกต่ำแบบที่เขาแทบอยากยอมแพ้ ที่สุดแล้ว ไทสัน กลับสามารถพลิกกลับมามีชีวิตที่ประสบความสำเร็จอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะนักมวย แต่เป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง โดยเฉพาะไร่กัญชา และกัญชาแปรรูปแบบถูกกฎหมาย จนทำให้เขากลับมามีทรัพย์สินกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2022 จากที่เคยเป็นหนี้สรรพกรจากมากกว่า 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อในอดีต.. และเบื้องหลังการพลิกชีวิตในวัย 50 กว่าๆ เริ่มต้นขึ้นจากคำเตือนเล็กๆของ กิกี้ สไปเซอร์ ภรรยาของเขานั่นเอง

ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2008 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ไทสัน ตกอับแล้ว ณ ตอนนั้น ทั้งคู่คบกันตอนที่อยู่ในช่วงขาลง แต่สุดท้ายก็ผ่านความยากลำบากมาได้ โดย กิกี้ ทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครห้าม ไทสัน ได้ นั่นคือ "อย่าทำเรื่องผิดกฎหมาย" โดยมีการเปิดเผยว่าครั้งหนึ่ง ไทสัน ตกต่ำจนถึงขนาดที่ว่าต้องไปขโมยอาหารกระป๋องในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่โชคดีที่เธอเห็นก่อน และเตือนสติเขาว่าอย่าทำ

กิกี้ เป็นคนพยายามผลักดันให้ ไทสัน รับงานจ็อบเล็กๆ เช่น การต่อยมวยโชว์ และค่อยๆเพิ่มขยับขยายไปเรื่อยๆ จนได้รับงานในวงการบันเทิง การขึ้นทอล์คโชว์ และสุดท้ายก็คือความสำเร็จ ณ ปัจจุบัน นั่นคือการผลักดันให้ ไทสัน ลงทุนกับธุรกิจกัญชาถูกกฎหมาย 

"ภรรยาของผมทำให้รับรู้อะไรบางอย่างที่ผมไม่เคยมีมาก่อน ตลอดเวลาผมคิดว่า ผมควรจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการในโลกนี้ แต่นับตั้งแต่คำนั้นของเธอมันเหมือนเป็นคำเตือนจากสวรรค์" ไมค์ ไทสัน กล่าว หลังประสบความสำเร็จในชีวิตอีกครั้งในวัย 55 ปี

 

3. Magic Johnson - Cookie Johnson 

3แมจิค จอห์นสัน คือสุดยอดนักบาสเกตบอล NBA และเป็นหนึ่งในตำนานของทีม ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ไม่ว่าจะด้วยตำแหน่งแชมป์และคำชื่นชม ทุกคนในวงการ และแฟนบาสเกตบอลต่างยกย่องช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาทั้งนั้น 

อย่างไรก็ตาม คนเราจะรู้ว่าใครที่รักเราที่สุด ว่ากันว่าต้องดูในวันที่ชีวิตเราแย่ที่สุดว่าจะเหลือใครบ้างที่จะอยู่กับเรา ซึ่งในกรณีของ แมจิค จอห์นสัน เขารู้แน่ว่าคนๆนั้นคือภรรยาคู่ชีวิตของเขาอย่าง "คุกกี้"

ทั้งคู่คบกันตั้งแต่สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งหลังจากนั้นไม่นา แมจิค ก็เข้าสู่ NBA จากนั้นปัญหามากมายตามฉบับคนดังก็ตามมา โดยเฉพาะเรื่องความเจ้าชู้ของ แมจิค ที่ชอบใช้เงินจัดปาร์ตี้และเรียกสาวๆมาเปย์ไม่ยั้งจนหมดเงินไม่น้อย ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ คุกกี้ เองก็ต้องทนเจ็บปวดมาไม่น้อยกว่า 10 ปี 

แล้ววันหนึ่งฟ้าก็ผ่าลงที่กลางหัว แมจิค จอห์นสัน ถูกพบว่ามีเชื้อ HIV ซึ่งในยุคนั้น (ต้นยุค 90s) ถือว่าเป็นโรคร้ายแรงที่หลายคนยังไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจกับโรคนี้จริงๆ เรื่องดังกล่าวทำให้เพื่อนสนิทมิตรสหายสายปาร์ตี้ทั้งหลายของ แมจิค ตีตัวออกห่างจากเขา จนกระทั่งเขาได้พบว่าคนสุดท้ายที่ไม่หนีเขาไปไหนก็คือ คุกกี้ ภรรยาของเขานั่นเอง 

ในวันที่ตรวจพบเชื้อ แมจิค บอกกับ คุกกี้ ว่า "ผมติดเชื้อ HIV ถ้าคุณอยากไปจากผมตอนนี้ ผมโอเค ผมเข้าใจและจะไม่โทษคุณเลย" ก่อนที่ คุกกี้ จะตบหน้าของเขา 1 ฉาด และตอบกลับว่า "ฉันรักคุณ ฉันจะอยู่ตรงนี้และช่วยให้คุณมีชีวิตต่อไป เราจะเอาชนะมันด้วยกันนะ เราจะต้องมีวิธีและหาทางทำมันได้แน่" 

คุกกี้ ทำหน้าที่เป็นสุดยอดภรรยา ด้วยการปลุกให้ แมจิค สู้ไปด้วยกัน เธอพาเขาเข้าสู่การฟื้นฟูและรักษาตัวเต็มรูปแบบ จากนั้นจึงได้รู้จักการถ่ายเลือดและได้รับคำแนะนำต่างๆว่าเอดส์ไม่ได้เป็นแล้วตายอย่างที่คิด จอห์นสัน ต้องกินยาต้านไวรัสจำนวนมาก และเหนือสิ่งอื่นใด ทัศนคติในการสู้เพื่ออยู่ต่อสำคัญที่สุด และเขาทำมันได้เพราะเขาไม่ได้สู้เพียงลำพัง คุกกี้ คือ เวทมนตร์ ที่ทำให้เขาบอกกับตัวเองว่า "ฉันจะไม่ตาย"

จากความเศร้า กลายเป็นความสู้ จากตำนานบาส กลายมาเป็นนักธุรกิจตัวเอ้ของวงการ แมจิค จอห์นสัน พลิกฟื้นชีวิตของตัวเองกลับมาอีกครั้ง จนตอนนี้เขาเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ทั้งบริษัทผลิตภาพยนตร์, โรงภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีค่ายเพลง ห้างสรรพสินค้า รวมถึงการเป็นหุ้นส่วนของทีมเบสบอล และทีมอีสปอร์ต สิริรวมแล้วเขามีทรัพย์สินอยู่ในมือถึง 700 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว 

 

4. Luis Suarez - Sofia Balbi

4ไม่มีใครกล้าสงสัยในฝีเท้าของ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าชาวอุรุกวัย ที่สร้างชื่อกับสโมสร อาหยักซ์, ลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า และ แอตเลติโก มาดริด ตามลำดับ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ เขาเป็นนักเตะจำพวกที่หากแฟนๆไม่รักสุดๆก็เกลียดสุดๆไปเลย เพราะตลอดอาชีพเขาสร้างปัญหาและเรื่องราวแง่ลบไว้ไม่น้อย

ตัวอย่างเช่น การเอามือปัดบอลบนเส้นประตูในนาทีที่ 120 ในเกมฟุตบอลโลก 2010 ที่ อุรุกวัย เจอกับ กานา จนทำให้ กานา ต้องแพ้จุดโทษในท้ายที่สุด น้ำตานองกันทั้งประเทศ เช่นเดียวกับแฟนบอลทั่วโลกนอกจาก อุรุกวัย ที่ประณามการกระทำของเขาว่าเป็นพวกขี้โกงและไม่มีน้ำใจนักกีฬา 

จากเหตุการณ์นั้น แม้ ซัวเรซ จะบอกว่าเขายอมรับและเต็มใจกับสิ่งที่ตามมา แต่ภายหลังจากการบอกเล่าของ โซเฟีย บัลบิ ภรรยาของเขาที่คบหาดูในกันมาตั้งแต่วัยปั๊ปปี้เลิฟ กลับถูกเล่าต่างออกไป ณ เวลานั้น โซเฟียกำลังตั้งท้องได้ 8 เดือน เธอคอยอยู่เคียงข้าง ซัวเรซ และบอกว่าต้องเชื่อในตัวเอง ตั้งใจอยู่กับสิ่งที่ทำ สู้กับสิ่งที่เผชิญหน้า และที่สุดคือต้องรู้ว่า "คุณสู้เพื่อใคร" 

ช่วงเวลา 2010-2014 ซัวเรซ ยังคงสร้างปัญหาอีกมากมายทั้งการกัดคอของ อ็อตมาน บัคคาล ขณะที่รับใช้ อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม ลงสนามพบกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น, การถูกกล่าวหาว่า "เหยียดผิว" ใส่ ปาทริซ เอวร่า นักเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนเล่นให้ ลิเวอร์พูล ต่อด้วยการ "กัด" อีกสองครั้ง คือในเกมพรีเมียร์ลีกท้ายฤดูกาล 2013-14 ที่เขาไปงับแขน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ของ เชลซี ต่อด้วย จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ในเกมระหว่าง อุรุกวัย-อิตาลี ศึกฟุตบอลโลก 2014

ตอนนั้น ซัวเรซ เผชิญปัญหาหนักมาก มีการแบนและการลงโทษมากมายตามมา แต่ที่สุดแล้วก็มีแต่ โซเฟีย ที่แหละที่ชี้ให้เขาเห็นข้อเท็จจริง แม้จะให้กำลังใจเสมอ แต่เธอก็ติติงว่า ซัวเรซ ควรต้องมีความเป็นมืออาชีพและโฟกัสกับเกมการแข่ง มากกว่าการต่อล้อต่อเถียงและการเอาตัวเองเข้าสู่ปัญหา นอกจากนี้ยังบอกให้ ซัวเรซ กล้ายอมรับกับสิ่งที่ตัวเองทำ ดีกว่าการพูดโกหกหน้าด้านๆให้ตัวเองหมดราคา 

ซึ่ง ซัวเรซ ก็ยอมรับว่าชีวิตค้าแข้งของเขาดีขึ้นจริงๆ และมีข่าวเสียๆหายๆน้อยลง จนกระทั่งแทบจะไม่มีข่าวในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก หลังปี 2014 เขาย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า และถูกจารึกในฐานะ 1 แนวรุกที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลร่วมกับ เนย์มาร์ และ ลิโอเนล เมสซี่ นั่นเอง

 

5. Sir Alex Ferguson - Cathy Ferguson

5ยอดวีรบุรุษล้วนมียอดสตรีอยู่เบื้องหลัง ประโยคดังกล่าวเหมาะที่สุดที่จะพูดถึงเรื่องราวของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด และ เคธี่ ภรรยาที่อยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จของเขา 

ทั้งคู่คบกันมาตั้งแต่ปี 1966 และยังคงอยู่เคียงข้างกันมาจนทุกวันนี้ โดยผ่านเรื่องราวทั้งทุกข์และสุขมามากมาย โดยเฉพาะในรายของ เคธี่ ที่เธอต้องเสียสละอย่างมาก เพราะในช่วงที่ เฟอร์กี้ ทำงานอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาเป็นคนบ้างานถึงขีดสุด เพื่อทำให้ ยูไนเต็ด กลายเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดแห่งยุค และเพื่อที่จะทำให้เขารวมถึงลูกทีมให้การยอมรับ เคธี่ เคยเปิดเผยว่าเธอต้องยอมสละเวลาของครอบครัวไปไม่น้อย เพื่อให้ เฟอร์กี้ ได้โฟกัสกับการที่ทำได้อย่างเต็มที่ 

ทุกอย่างในครอบครัว เฟอร์กูสัน นอกจากเรื่องการหาเงิน ถูก เคธี่ จัดการได้อย่างอยู่หมัด ทั้งการเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัว, การให้คำแนะนำในการตัดสินใจต่างๆ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว และเหนือสิ่งอื่นใดคือการที่ เคธี่ ทุ่มสุดตัวในการดูแลลูกๆของเขาอย่างดี ในช่วงเวลาที่เฟอร์กี้ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับฟุตบอล 

"เคธี่ นั้นยอดเยี่ยมกับลูกๆของเราอย่างไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้มากกว่านี้แล้ว เธอมีไม้อ่อนและไม้แข็งครบถ้วน ถ้าลูกคนใดคนหนึ่งประพฤติตัวไม่ดี พวกเขาจะถูกกักบริเวณ" เฟอร์กี้ กล่าวถึงภรรยาของเขาที่ดูแลหลังฉากที่ทำให้เขากลายเป็นกุนซือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลกฟุตบอล 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ เคธี่ เท่านั้นที่ต้องทำเพื่อ เฟอร์กี้ เพราะในวันหนึ่งที่เป็นเวลาที่เหมาะและสมควร เฟอร์กี้ ก็ทำให้ เคธี่ เห็นว่าเธอยังคงเป็นส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาเสมอ ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ 

เหตุการณ์ดังกล่าวย้อนกลับไปปี 2013 ที่อยู่ดีๆ เฟอร์กี้ ก็ประกาศวางมือแบบกะทันหัน ทั้งๆที่เพิ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาหมาดๆ ตอนแรกทุกคนก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ที่สุดแล้ว เฟอร์กี้ ก็มาเฉลยภายหลังว่าเขาต้องการให้เวลาที่เหลือกับครอบครัว โดยเฉพาะกับ เคธี่ ที่เสียพี่สาวฝาแฝด และต้องการคนดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่ง เฟอร์กี้ คิดว่าหน้าที่นั้นควรเป็นของสามีอย่างเขา 

"แน่นอน ผมอยากจะคุมทีมต่อไป แต่มีอยู่คืนหนึ่งผมเห็นเธอ (เคธี่) กำลังดูโทรทัศน์ แล้วเงยหน้ามองเพดาน ทำให้ผมรู้ว่า เธอโดดเดี่ยว พวกคุณคงรู้กันอยู่แล้วว่าเธอและ บริดเจ็ต เป็นคู่แฝดกัน ตอนที่ผมบอกเธอว่า ผมจะรีไทร์ เธอก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเลย ผมรู้ว่าเธอต้องการให้ผมทำแบบนั้น" เฟอร์กี้ เล่าเรื่องนี้ในภายหลัง

 

6. Conor McGregor - Dee Devlin

6จากช่างประปาในกรุงดับลิน คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ กลายเป็นยอดนักสู้มวยกรงที่น่าดึงดูดใจและทำเงินได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมี และแน่นอนว่าความยิ่งใหญ่ทั้งหมดของเขามี ดี เดฟลิน ภรรยาของเขาเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุด 

ในช่วงแรกที่ทั้งสองคนคบหาดูใจกัน คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ ยังไม่ได้เดินหน้าเข้าสู่การเป็นนักสู้เต็มตัว แม้จะอยากเป็นเท่าไรก็ตาม โดยพ่อของเขาไม่เคยสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างหนัก จนเขาถูกไล่ออกจากบ้านและทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเอง

และเมื่อ ดี เข้ามา จุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาก็เกิดขึ้น เพราะ ดี นั้นรู้แน่ว่า แม็คเกรเกอร์ รักในการต่อสู้จริงๆ เธอจึงสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ทดแทนส่วนที่ขาดหายไปในอดีต จนถึงขั้นที่ว่า เธอยอมให้เขาไม่ต้องทำงานรับจ้างต่างๆเพื่อหันไปล่าฝันเป็นนักสู้ MMA อย่างเต็มตัว ทั้งที่ความจริง ดี เองก็ไม่ใช่คนที่มีฐานะร่ำรวยอะไร แต่เพราะความตั้งใจจริงที่ แม็คเกรเกอร์ แสดงให้เธอเห็น เธอต้องทำงานหลายงาน ไม่ว่าจะการเป็นการรับจ็อบเป็นพนักงานทำความสะอาด และ พนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร  

แม้ทั้งคู่จะอยู่กันแบบมีปัญหาด้านการเงิน แต่เธอก็พยายามทำให้ แม็คเกรเกอร์ ได้อยู่ดีกินดีมุ่งมั่นกับทางที่เลือก ซึ่งที่สุดแล้ว ความฝันก็กลายมาเป็นความจริง แม็คเกรเกอร์ สู้อย่างสุดความสามารถกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ ที่ไม่ว่าใครก็รู้จักได้ในวันนี้ 

"แฟนของผม เธอทำงานหนักมากตลอดหลายปีที่ผ่านมา และยอมจมปลักอยู่กับผมโดยที่ผมไม่มีอะไรเลย นอจากความฝันลมๆแล้งๆ ถึงตอนนี้ที่สุดสำหรับผมคือการทำให้เธอไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยอีกต่อไป มอบทุกสิ่งที่เธอต้องการให้กับเธอ และการเดินทางรอบโลกกับเธอ ทำให้ผมภาคภูมิใจ.. เราอยู่ด้วยกันมานานแล้ว เธอกับผมผ่านมาหมดแล้ว"

 

7. Robert Lewandowski - Anna Lewandowska

7โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คือสุดยอดนักเตะตำแหน่งกองหน้าที่หาตัวจับยากที่สุด ณ ปัจจุบัน แม้อายุอานามจะใกล้ๆ 34 ปีแล้ว แต่นับวันสถิติการยิงประตูของเขากลับเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้น เขาเก่งยิ่งกว่าตอนหนุ่มๆด้วยซ้ำ จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิด และคนที่เปลี่ยนให้เขากลายเป็นเครื่องจักรถล่มประตูก็คือ อันนา เลวานดอฟสก้า ภรรยาของเขานั่นเอง 

อันนา เองมีปูมหลังการเป็นนักกีฬาคาราเต้ระดับสายดำ แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ เธอจบปริญญาโทในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ซึ่งคุณสมบัตินี้เองที่ทำให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กลายเป็นสุดยอดกองหน้าอย่างทุกวันนี้ 

เดิมที เลวานดอฟสกี้ ไม่ใช่นักเตะที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งมากมายนัก โดยเฉพาะช่วงที่ยังเป็นดาวรุ่งกับสโมสร เลซ พอซนัน ในโปแลนด์ เขามีขาที่เล็กมาก และแทบไม่มีกล้ามเนื้อสำหรับใช้ในการรับแรงปะทะในเกมระดับสูงเลย จนกระทั่ง อันนา เริ่มเข้ามาดูแลเรื่องอาหารการกิน และการออกกำลังกายของเขา นอกเหนือจากโปรแกรมในตอนที่อยู่กับสโมสร สิ่งต่างๆก็เปลี่ยนไป 

The Times เปิดเผยเคล็ดลับการยิงประตูเป็นกอบเป็นกำของ เลวานดอฟสกี้ ว่ามี อันนา ได้ช่วยควบคุมการรับประทานอาหารของสามี ตลอดจนวางโปรแกรมการใช้ชีวิต เพื่อช่วยในการควบคุมน้ำหนักและรักษาร่างกายให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลต่อการทำผลงานในสนามโดยตรง 

ไม่เพียงเท่านั้น ทั้งคู่ยังจ้าง Sleeping Coach (ผู้ให้คำแนะนำเรื่องการนอนและพักผ่อน) อีกด้วย ซึ่งก็กำหนดพฤติกรรมที่ช่วยให้นอนหลับสนิทตลอดคืน ไม่ว่าจะเป็นการงดใช้อุปกรณ์ต่างๆที่ปล่อยแสงสีฟ้าในห้องนอน เช่น โทรศัพท์มือถือ, โทรทัศน์, การวางเครื่องหอมเพื่อความผ่อนคลายตามมุมพักผ่อนต่างๆภายในบ้านซึ่งตั้งอุณหภูมิไว้ไม่ให้อุ่นเกินกว่า 21 องศาเซลเซียส รวมถึงใช้ชุดเครื่องนอนพิเศษที่ช่วยให้หลับสบายด้วย

เรื่องเล็กๆภายในบ้านกลายเป็นพลังสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ทุกวันนี้เมื่อ บาเยิร์น มิวนิค ต้นสังกัดของ เลวานดอฟสกี้ ลงสนาม ทุกคนสามารถการันตีได้เลยว่า ดาวยิงชาวโปแลนด์คนนี้ต้องมีชื่อบนสกอร์บอร์ดอย่างแน่นอน นี่คือช่วงเวลาที่สุดยอดของเขา และดูท่าว่า "เลวาน" จะไม่แผ่วลงง่ายๆจากการดูแลของภรรยาเขาเลย

 

8. Eliud Kipchoge - Grace Sugut 

8สุดยอดนักวิ่งระยะไกลที่เร็วที่สุดในโลกอย่าง เอเลียด คิปโชเก้ นักวิ่งชาวเคนยา กลายเป็นนักวิ่งที่คนทั้งโลกรู้จักในช่วงเวลา 1 ทศวรรษหลัง ทุกคนรู้ว่าเขาเร็วขนาดอย่างเหลือเชื่อ แต่ไม่ค่อยมีคนรู้ว่าเขามีเบื้องหลังชีวิตส่วนตัวอย่างไร เพราะเขาแทบไม่เคยเปิดเผยผ่านสื่อด้วยตัวเองเลย 

ทุกวันนี้ คิปโชเก้ เปรียบเหมือนเครื่องวัดศักยภาพของมนุษยชาติในแง่ของการวิ่งระยะไกล แต่ก่อนจะมาถึงวันนี้ คิปโชเก้ ก็มีคู่ทุกข์คู่ยาก ที่อยู่เคียงข้างและให้กำลังจเขามาตั้งแต่สมัยที่ คิปโชเก้ ยังเป็นนักวิ่งโนเนม และต้องหาเงินเดินทางไปแข่งตามงานวิ่งต่างๆเองด้วยซ้ำ 

ชื่อภรรยาของ คิปโชเก้ ที่หลายคนไม่รู้คือ เกรซ ซูกัต ทั้งคู่คบกันตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียน โดยเริ่มจากเพื่อนที่ดีที่สุดของกันและกัน โดย ซูกัต คือแฟนคลับคนแรกของ คิปโชเก้ ที่อยู่กับเขาแทบทุกการซ้อมตั้งแต่บนสนามดินที่เคนยา สู่สนามวิ่งระดับโลกในทุกวันนี้ 

ตัวของ ซูกัต เองไม่ได้ออกสื่อมากนักเพราะเชื่อว่าการที่เธอยิ่งเงียบเท่าไหร่ สื่อก็จะสนใจเธอน้อย และมันจะง่ายต่ออาชีพและการตั้งสมาธิของ คิปโชเก้ มากกว่า เธอเชื่อว่าสำหรับเธอ ความดังไม่ใช่เป้าหมายหลัก เพราเธออยากเป็นพลังที่คอยผลักดันเขาจากข้างหลังฉากมากกว่า 

"ฉันสนับสนุนเขาและสวดภาวนาให้กับเขาเสมอเลย เพื่อทำให้แน่ใจว่าเขามีความสุขและพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าเสมอ ฉันอยากถูกจดจำว่าเป็นพลังที่อยู่เบื้องหลังพลังมากกว่า" ซูกัต กล่าว 

ขณะที่ คิปโชเก้ ก็เปิดเผยว่าการมีคู่ชีวิตที่มีแนวความคิดเหมือนกัน และเชื่อมั่นในสิ่งเดียวกัน และเขาก็เชื่อว่าการอยู่แบบเงียบๆ เปิดเผยเรื่องตัวเองให้น้อย มันทำให้อาชีพของเขาพัฒนาได้ดีกว่า สำคัญที่สุดคือ มันทำให้เขาเชื่อว่าเธอคือคู่แท้ตั้งแต่วันแรกที่คบกันจนถึงทุกวันนี้ 

"เราทั้งคู่ต่างก็ชื่นชอบความอ่อนน้อมถ่อมตน และสิ่งนี้ทำให้เราได้พบกัน" เอเลียด คิปโชเก้ กล่าวถึงภรรยาของเขา