เทพนิยาย "ฝรั่งเศส - สหรัฐ" ปรากฏการณ์แชมป์หน้าใหม่วอลเลย์บอลโอลิมปิก

เทพนิยาย "ฝรั่งเศส - สหรัฐ" ปรากฏการณ์แชมป์หน้าใหม่วอลเลย์บอลโอลิมปิก

เทพนิยาย "ฝรั่งเศส - สหรัฐ" ปรากฏการณ์แชมป์หน้าใหม่วอลเลย์บอลโอลิมปิก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในที่สุดการเเข่งขัน วอลเลย์บอลในร่ม โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก็ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ

โดยสิ่งที่เหมือนกันในครั้งนี้คือ "แชมป์หน้าใหม่" ทั้งประเภททีมชายเเละหญิง เริ่มจากฝ่ายชาย ฝรั่งเศส หักปากกาเซียนล้ม "เต็งเเชมป์" รัสเซีย ไปได้แบบสุดมันส์ 3-2 เซต

ส่วนฝ่ายหญิง สหรัฐอเมริกา จัดการเอาคืน บราซิล ได้สำเร็จ 3 เซตรวด หลังจากพลาดท่าให้ "สาวเเซมบ้า" มาโดยตลอดในรอบชิงชนะเลิศ(2008, 2012)

ผลงานดีที่สุดในประวัติศาสตร์

สหรัฐฯ เเละ ฝรั่งเศส ผ่านเข้ามาเเข่งขันใน โอลิมปิกเกมส์ รอบสุดท้าย หลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่ผลงานที่ดีที่สุดของทั้งคู่ยังไม่เคยมาไกลถึง "เหรียญทอง" โดยทาง ฝรั่งเศส ทำได้ดีที่สุดคือ อันดับที่ 8 ในการเเข่งขันเมื่อปี 1988 ที่ประเทศเกาหลีใต้ และ "สาวมะกัน" ทำได้ดีที่สุดคือ "เหรียญเงิน" ซึ่งเคยทำได้มาเเล้ว 3 ครั้ง นับว่าการคว้า "เเชมป์โอลิมปิกฯ 2020" คือผลงานที่ดีที่สุดในประวัติศาสาตร์ของทั้ง 2 ทีม

ย้ำเเค้นคู่เเข่งสำคัญ

ฝรั่งเศส เเละ สหรัฐฯ มีเรื่องที่เหมือนกันอย่างใน รอบชิงชนะเลิศ เพราะว่าพวกเขาได้เจอกับ "คู่เเข่ง" ที่เพิ่งพบกันมาเมื่อไม่นานมานี้ ฝรั่งเศส เอาชนะ รัสเซีย 3-1 เซตในรอบเเรก เเละเป็นชัยชนะเกมสำคัญที่ช่วยส่งพวกเขาผ่านเข้าสู่ รอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนจะตามมา "ย้ำเเค้น" รัสเซีย ได้อีกครั้งในเกมรอบชิงฯ เช่นเดียวกับ สหรัฐฯ ที่เพิ่งชิงกับ บราซิล ในศึก VNL 2021 ที่เมืองริมินี่ ประเทศอิตาลี เเละสุดท้าย "สาวมะกัน" เป็นฝ่ายไล่ตบ บราซิล คว้าเเชมป์ VNL มาครองเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน ก่อนที่จะมา "ย้ำเเค้น" บราซิล อีกครั้งในรอบชิงฯ โอลิมปิกเกมส์ 2020

MVP พาทีมสู่เส้นชัย

แน่นอนว่าผู้เล่นทุกคนล้วนเเล้วเเต่มีความสำคัญต่อทีม เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถเอาชนะคู่เเข่งได้ด้วยการเล่นของคนๆเดียว อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นที่ผลงานดีที่สุดเเละถือว่าช่วยเหลือทีมได้พอสมควรใน รอบชิงชนะเลิศ คือ เอร์เเวงต์ เอ็นกาเป็ธ เเละ จอร์เเดน ลาร์สัน ก่อนสุดท้ายทั้งคู่จะได้รับเลือกเป็น MVP ของทัวร์นาเมนต์

โดยทาง เอ็นกาเป็ธ ทำได้ 26 เเต้มมากที่สุดในสนาม ส่วนทาง ลาร์สัน ทำได้ 12 เเต้มเป็นรอง แอนเดรีย ดรูว์ 2 คะเเนน เเต่ว่าช่วงสำคัญที่ทีมกำลังต้องการคะแนน ลาร์สัน คือคนที่ชัวร์ที่สุดเเละพาทีมก้าวผ่านช่วงดังกล่าวไปได้ 

คว้าเเชมป์สั่งลา "ยอดกุนซือ"

ก่อนหน้านี้ โลร็องต์ ติลลี่ เคยออกมาประกาศชัดเจนเเล้วว่า เจ้าตัว จะประกาศวางมือจากตำแหน่ง "โค้ชใหญ่" ของทีมชาติฝรั่งเศส หลังจากคุมทัพมานานหลายปี เเละเตรียมที่จะสั่งลากับการเเข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2020 เช่นเดียวกับ คาร์ช คิราย หัวหน้าผู้ฝึกสอนสหรัฐฯ ที่ดูเเล้วน่าจะประกาศอำลาทีมเช่นเดียวกันเเม้ยังไม่เคยออกมาประกาศชัดเจน หลังจากที่ เจ้าตัว คุมทีมมาเป็นเวลานานหลายปี และเคยเข้าร่วม โอลิมปิกเกมส์ รอบสุดท้าย มาเเล้วถึง 2 ครั้ง(2016, 2020) โดยการคว้าเเชมป์โอลิมปิกฯมาครองของทั้ง 2 คน ถือเป็น "จุดสูงสุด" ในชีวิตของโค้ชอาชีพ

จุดเเข็งที่เเตกต่างของ "ทีมเเชมป์"

ฝรั่งเศส เป็นทีมที่มีรูปแบบการเล่นหลากหลายเเละยืดหยุ่น อาศัยความสามารถเฉพาะตัวในการต่อกรกับคู่เเข่ง สังเกตได้จากเกมกับ รัสเซีย ที่หลายๆเเต้มสำคัญของ ฝรั่งเศส มาจากจังหวะการเล่นที่เหนือความคาดหมาย รวมทั้งในการเเข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2020 ก็มีหลายๆเกมที่พวกเขายังทำได้ไม่ค่อยดี เเต่ก็เอาตัวรอดผ่านเข้ามาสู่รอบลึกๆได้สำเร็จ แตกต่างจากฝั่งของ สหรัฐฯ ที่เน้นระบบการเล่นเป็นรูปแบบชัดเจน มีมาตรฐานการเล่นที่ดีเเละค่อนข้างเเน่นอน ไม่ว่าจะเเพ้หรือชนะก็จะมีรูปเกมที่ไม่เเตกต่างกัน เเละในการเเข่งขัน "โตเกียวเกมส์" ก็ทำผลงานได้ดีกว่าคู่เเข่งเกือบทุกเกม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล