ผมว่างานนี้มีไอ้โม่ง!

ผมว่างานนี้มีไอ้โม่ง!
S! Sport

สนับสนุนเนื้อหา

กรณีขัดแย้งวงการขนไก่ไทย หลังจาก "เจ้าอาท" บดินทร์ อิสสระ  แยกทางกับสโมสร "แกรนนูล่าร์" เพื่อโยกมาจับคู่กับ "เอ" มณีพงศ์ จงจิตร อีกครั้ง ในนามสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมาย คือการคว้าตั๋วไปลุย โอลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศบราซิล ในปี 2016

"นายเจน ปิยะทัต" อดีตประธานสโมสรแกรนนูล่าร์ ได้ออกมาระบุชัดเจนว่า "สมาคมแบดมินตันฯ คือคนฉกอาทไปแบบไร้จริยธรรม"

ล่าสุด "นายเจน" ได้โพสต์ความข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Badminton Granular Team" เพื่อชี้แจ้งว่า "ขออนุญาตชี้แจงกรณีอาทแจ้งว่าได้บอกกล่าวผมในเช้าวันที่ 18 มกราคม เรื่องการย้ายทีม"

ก่อนอื่นต้องแจ้งให้ทราบก่อนว่าผมไม่ได้มีอะไรติดใจกับ อาท เพียงแต่ถ้าไม่แก้ไข ก็จะกลายเป็นผมที่ อาท บอกไว้ว่าหวังประโยชน์จากเรื่องราวนี้...ผมว่างานนี้มีไอ้โม่ง"



- 1.ภาษาที่เขียนไม่ใช่ภาษาของ อาท

-2. ผมเดินทางไปอินโดนีเซียเช้าวันที่ 18 มกราคม TG 433 เครื่องออกเวลา 08.20 ถึง 11.55 เป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้พูดคุยกัน

-3. อาทแจ้งว่าต้องรีบเซ็นสัญญาเพราะวันที่ 19 มกราคม ต้องรีบไปแข่งขันที่มาเลเซีย แต่กลับเป็นว่าวันที่ 19 มกราคม อาท ยังเข้ามาซ้อมที่สนามแบดแกรนนูลาร์

-4. เรื่องความฝันของ อาท นั้นอาทอาจจะเริ่มไม่มั่นใจตั้งแต่วันที่ 18 มกราคมหลังจากผมไม่อยู่ประเทศไทย แต่อาทคงจะลืมไปแล้วว่าผมดูแล อาท มาตลอดเป็นอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ตัว อาท ภรรยา และลูก เพราะมีคนที่หวังผลประโยชน์จากเรื่องนี้โดยตรง

-5. เมื่อช่วงแข่งแกรนนูล่าร์ จูเนียร์ อาท ได้คุยกับผมและโค้ชที่จะขอทำทีมเด็กเพื่อตอบแทน ผมก็ตั้ง อาท เป็นหัวหน้าโค้ชประจำทีม โดยคืนวันเสาร์ที่ 17 มกราคม หลังซ้อมเสร็จยังโทรมาพูดคุยกับผมว่าสอนน้องเพิ่งเสร็จ เหนื่อยมาก ผมก็ยังบ่นนี้แหละเป็นโค้ชมันเหนื่อยแค่ไหน"



"ส่วนที่มีผู้อื่นแจ้งว่า อาท ได้ไลน์มาขอลาออกผมขอยืนยันไม่มีการลาออกผมทางไลน์เลย และที่ผมตอบไปว่าฝากดูแล อาท ผมก็คิดว่าการที่คนของเราไปอาศัยอยู่กับเค้าเราก็ต้องฝากไว้ เพราะตอนนั้นคิดแค่ว่าเป็นการเข้าร่วมซ้อมแต่พอผมถามก็ไม่มีใครตอบ จนผมถึงต้องส่งชื่อ อาท กับ ท็อป เข้าร่วมการแข่งขันทัวร์ยุโรปถึงมีคนพยามติดต่อผมเข้ามา"

"ขอย้ำอีกครั้งที่ผมตอบโต้ไม่ได้โกรธหรือมีอะไรกับ อาท แม้แต่น้อย มีผู้ใหญ่ 3 ท่านที่ผมเคารพมาขอให้ผมยุติ ผมก็ได้ยุติตามที่ท่านทั้ง 3 ร้องขอมาแล้ว แต่กรณีนี้ถ้าผมไม่ตอบโต้หรือชี้แจงก็จะกลายเป็นผมที่ผิด"

"ดังนั้นผมขออนุญาติใช้พื้นที่ตรงนี้ชี้แจง และการเซ็นสัญญากันนั้นผมอยากจะทราบว่าผมกลับมาถึงไทยวันที่ 19 มกราคม ทราบว่าตอนดึกด้วย ทำไมเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องอนาคตของเด็ก ทำไมไม่รอผมกลับมา อาท ไปอยู่สมาคมสภาพแบบนี้และถ้าออกมาใครจะกล้ารับประกันได้ว่าน้องจะมีอนาคตที่ดี"

"เพราะสมาคมมีผู้บริหารเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด อยู่กับผมอาจจะไม่สุขสบายแต่ช่วงเวลาที่น้องไม่มีใครผมนี้แหละนายเจน ปิยะทัต คอยดูแลเค้ามาตลอด ต่อสู้ให้ตลอด จนกลับมาแข่งขันได้แต่ยังไม่ได้รับใช้สโมสรเลยสักครั้งก็ออกไปแล้ว ขอบพระคุณมากๆ ครับ" (ถ้ายังติดใจเรื่องมีการไลน์ลาออกมาถามผมได้จะส่งภาพถ่ายแสดงให้ดูว่ามีการลาออกกันหรือป่าว)



ส่วนข้อความของ "บดินทร์ อิสระ" ก้ได้โพสต์ข่อความผ่านเฟซบุ๊ก "Mini Familydog" ว่า

"จากกระแสข่าวที่มีเกี่ยวกับตัวผม มีคนจำนวนมากโทรมาถามเกี่ยวกับการย้ายสโมสรครั้งนี้ ผมขอชี้แจ้งกับทุกคนว่า การที่ผมย้ายจากสโมสรแกรนนูลาร์ไปสมาคม ไม่ใช่ว่าผมต้องการเงินหรือค่าตอบแทนจากทางสมาคม"

"และสมาคมไม่ได้ยื่นข้อเสนอเงินหรือค่าตอบแทนมากกว่านักกีฬาคนอื่น แต่ผมต้องการเดินตามความฝันและอนาคต โดยการไปแข่งขันระดับนานาชาติและโอลิมปิกเพื่อที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและตัวผมเอง"

"โดยที่ตัวผมได้แจ้งกับทางประธานสโมสรแกรนนูล่าร์ให้รับทราบเรื่องที่ผมจะย้ายทีมในช่วงเช้าวันที่ 18 มกราคม 2558 และทางประธานสโมสรก็รับทราบและยินยอมในการตัดสินใจของผม"

"ก่อนที่ผมจะไปเซ็นสัญญากับทางสมาคมผมจำเป็นที่ต้องเซ็นสัญญาในวันที่ 18 มกราคม 2558 เพราะในวันที่ 19 มกราคม 2558 ผมมีการแข่งขันที่ประเทศมาเลเซียจึงต้องทำทุกอย่างให้เสร็จภายในวันนั้น ซึ่งผมไม่ได้หวังเรื่องค่าตอบแทนหรือผลตอบแทนที่จะได้รับจากทางสมาคม"

"ผมขอยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ของผมว่าการย้ายไปอยู่สมาคมเป็นความสมัครใจของผมเองและแจ้งให้ประธานสโมสรทราบแล้วก่อนไปเซ็นสัญญากับทางสมาคม โปรดอย่าเอาผมไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อหวังผลในทางใดๆ เลย ผมเพียงแต่เดินทางไปตามความฝันของผมเท่านั้น"

"ตอนนี้ผมรู้สึกเครียดและอึดอัดใจมากจากกระแสข่าวทางด้านลบที่เกี่ยวกับผม และเรื่องที่ไม่จริงที่มีคนเอาตัวผมไปพูดในทางเสียหาย ซึ่งแทบจะไม่มีเรื่องราวความเป็นจริงอยู่เลย"

"ต่อไปนี้ผมขอมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมเพื่อที่จะไปแข่งขัน ระดับนานาชาติและโอลิมปิก และผมต้องการไปตามความฝันที่ผมมีมาตลอด 20 ปี ขอบคุณครับ"

ทั้งนี้ มณีพงศ์ จงจิตร และ บดินทร์ อิสสระ เคยจับคู่กันสร้างผลงานจนเข้าไปถึงรอบ 8 คู่สุดท้าย ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงลอนดอน เมื่อปี 2012 ด้วยฟอร์มที่ดุดันและเล่นกันได้เข้าขารู้ใจ จนได้ฉายาว่า "คู่หูนรกแตก"

ก่อนจะแยกจากกัน และมามีปัญหาทะเลาะวิวาท จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ในรอบชิงฯ ของแบดมินตัน รายการแคนาดาโอเพ่น เมื่อปี 2013