นายกฯยันยึดผลประโยชน์ประเทศแก้ พธม.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับ สำนักข่าวเอพี วานนี้ (28) ที่ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในการร่วมประชุม World Economic Forum ถึงข้อเรียกร้องจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ ที่รู้จักกันในนามของ คนเสื้อเหลือง ที่ให้รัฐบาลยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ปี 2543 (MOU 2543) เพื่อยุติข้อขัดแย้งชายแดน และให้ถอนตัวออกจากการเป็นภาคีองค์การยูเนสโก (UNESCO) รวมถึง การผลักดัน
ชาวกัมพูชา ให้ออกจากในพื้นที่ ที่อยู่ในข้อพิพาท
โดย นายกฯอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาล มีสิทธิ์ที่จะทำตามข้อเรียกร้องดังกล่าว แต่นับตั้งแต่ที่ ไทยและกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน รายละเอียดเล็กน้อยใด ๆ จะต้องดำเนินการโดยรอบคอบ และรัฐบาล ก็รู้วิธีการจัดการกับปัญหา แต่ตราบใดที่ ความสัมพันธ์กับกัมพูชา ยังคงน่าเป็นห่วง สิ่งที่ดีที่สุด คือ ต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในวิถีทางที่สงบ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันเอาไว้ และในขณะเดียวกัน ก็ต้องให้แน่ใจว่า จะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติเอาไว้ได้ ดังนั้น สิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้ คือ การอธิบายให้ กลุ่มพันธมิตรฯ เข้าใจว่า ข้อเสนอของพวกเขาเป็นวิธีที่ดี เชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน แต่ตนก็จะเลือกวิธีที่ดีที่สุด ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีของไทย ให้สัมภาษณ์กับ สำนักข่าว CNN ที่ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในระหว่างการเข้าร่วมประชุม World Economic Forum ในฐานะที่เคยผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อปีที่ผ่านมา โดยกล่าวถึง การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่ประเทศอียิปต์ กำลังเผชิญ ว่า ผู้นำควรใส่ใจในความต้องการของประชาชน และตราบใดที่การชุมนุมยังเป็นไปอย่างสันติ ภายใต้สิทธิตามหลักรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงใด ๆ แต่เป็นที่น่าเสียดาย ในการชุมนุมประท้วงเมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม ที่ผ่านมาในประเทศไทย มีความรุนแรงเกิดขึ้น ทั้งเหตุระเบิดที่คุกคามไปถึงในโรงพยาบาล และสถานที่สำคัญอื่น ๆ รัฐบาล จึงต้องใช้มาตรเพื่อให้แน่ใจว่า จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ทำให้รัฐบาลมีความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องมีความยับยั้งชั่งใจ อย่างเต็มที่ และพยายามที่แก้ไขปัญหา ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งตนก็หวังว่า หลาย ๆ ประเทศ จะสามารถทำได้เช่นกัน
นอกจากนี้ นายกฯอภิสิทธิ์ ยังฝากคำแนะนำไปถึง ประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัค ผู้นำอียิปต์ ว่า เขาควรเคารพต่อหลักการสำคัญในการกำกับดูแลความต้องการของประชาชน ขณะที่ กำลังปฏิบัติหน้าที่
ขณะที่ ระหว่างการเยือนนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มีโอกาสพบปะนักลงทุนชาวต่างชาติ ซึ่งได้ย้ำว่า แม้ กรุงเทพมหานคร จะมีการชุมนุม แต่ก็จะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ เนื่องจาก ทิศทางประเทศนั้น กำลังเดินหน้าสู่ช่วงเวลาของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่ก็กล่าวยอมรับเช่นกันว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นนั้น ยังเป็นปัญหาที่รุนแรง และต้องได้รับการแก้ไขที่ต่อเนื่อง ส่วนภารกิจในวันนี้นั้น นายกรัฐมนตรี มีวาระที่จะได้พบปะหารือกับ ผู้ก่อตั้ง World Economic Forum ด้วย
ชาวกัมพูชา ให้ออกจากในพื้นที่ ที่อยู่ในข้อพิพาท
โดย นายกฯอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาล มีสิทธิ์ที่จะทำตามข้อเรียกร้องดังกล่าว แต่นับตั้งแต่ที่ ไทยและกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกอาเซียน รายละเอียดเล็กน้อยใด ๆ จะต้องดำเนินการโดยรอบคอบ และรัฐบาล ก็รู้วิธีการจัดการกับปัญหา แต่ตราบใดที่ ความสัมพันธ์กับกัมพูชา ยังคงน่าเป็นห่วง สิ่งที่ดีที่สุด คือ ต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในวิถีทางที่สงบ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันเอาไว้ และในขณะเดียวกัน ก็ต้องให้แน่ใจว่า จะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติเอาไว้ได้ ดังนั้น สิ่งที่สามารถทำได้ในตอนนี้ คือ การอธิบายให้ กลุ่มพันธมิตรฯ เข้าใจว่า ข้อเสนอของพวกเขาเป็นวิธีที่ดี เชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน แต่ตนก็จะเลือกวิธีที่ดีที่สุด ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีของไทย ให้สัมภาษณ์กับ สำนักข่าว CNN ที่ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในระหว่างการเข้าร่วมประชุม World Economic Forum ในฐานะที่เคยผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบ เมื่อปีที่ผ่านมา โดยกล่าวถึง การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลที่ประเทศอียิปต์ กำลังเผชิญ ว่า ผู้นำควรใส่ใจในความต้องการของประชาชน และตราบใดที่การชุมนุมยังเป็นไปอย่างสันติ ภายใต้สิทธิตามหลักรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงใด ๆ แต่เป็นที่น่าเสียดาย ในการชุมนุมประท้วงเมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม ที่ผ่านมาในประเทศไทย มีความรุนแรงเกิดขึ้น ทั้งเหตุระเบิดที่คุกคามไปถึงในโรงพยาบาล และสถานที่สำคัญอื่น ๆ รัฐบาล จึงต้องใช้มาตรเพื่อให้แน่ใจว่า จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ทำให้รัฐบาลมีความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องมีความยับยั้งชั่งใจ อย่างเต็มที่ และพยายามที่แก้ไขปัญหา ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งตนก็หวังว่า หลาย ๆ ประเทศ จะสามารถทำได้เช่นกัน
นอกจากนี้ นายกฯอภิสิทธิ์ ยังฝากคำแนะนำไปถึง ประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัค ผู้นำอียิปต์ ว่า เขาควรเคารพต่อหลักการสำคัญในการกำกับดูแลความต้องการของประชาชน ขณะที่ กำลังปฏิบัติหน้าที่
ขณะที่ ระหว่างการเยือนนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มีโอกาสพบปะนักลงทุนชาวต่างชาติ ซึ่งได้ย้ำว่า แม้ กรุงเทพมหานคร จะมีการชุมนุม แต่ก็จะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ เนื่องจาก ทิศทางประเทศนั้น กำลังเดินหน้าสู่ช่วงเวลาของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่ก็กล่าวยอมรับเช่นกันว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นนั้น ยังเป็นปัญหาที่รุนแรง และต้องได้รับการแก้ไขที่ต่อเนื่อง ส่วนภารกิจในวันนี้นั้น นายกรัฐมนตรี มีวาระที่จะได้พบปะหารือกับ ผู้ก่อตั้ง World Economic Forum ด้วย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
