พท.จี้กกต.-ศาลรธน.ชี้ขาดสถานภาพ'พนิช'

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีที่ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ถูก ศาลกัมพูชา พิพากษาจำคุก 9 เดือน โดยระบุว่า หาก นายพนิช เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว แสดงว่า ไม่ติดใจที่จะอุทธรณ์ จึงขอให้ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ ต้องเร่งพิจารณาว่า นายพนิช หลุดจากตำแหน่ง ส.ส. ตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ เนื่องจาก ศาลพิพากษา
ให้จำคุก ต้องสิ้นสภาพ ไม่เช่นนั้นจะสุ่มเสี่ยงการใช้สิทธิโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระ 2-3 ที่อาจซ้ำโมเดล คณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ขาดด้วยเพียง 1 เสียงเท่านั้น และจะมีปัญหาตามมาในภายหลัง หาก ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยให้ นายพนิช พ้นตำแหน่ง เพราะมีคุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก อาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นโมฆะได้
รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการติดตามการทำงานของรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้าน (คตร.)
ได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพง โดยได้ส่งทีมงานของพรรค ไปสุ่มตรวจร้านขายของชำ ภาคละ 1 จังหวัด พบว่า ราคาสินค้าแพงอยู่ในภาวะอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจ กระทบต่อปากท้องของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมันปาล์มในตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ขายขวดละ 65-70 บาท สูงกว่าในตลาดมาเลเซีย 20 บาท ทำให้เกิดการทะลักของน้ำมันปาล์มเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาตามด่านตามแนวชายแดน
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกต กรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมายงานผิดคนแบบน่าสงสัย ที่ให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่น ไปดูแลปัญหาราคาน้ำมันปาล์ม อีกทั้ง กรณีที่ ครม. มีมติให้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากต่างประเทศ จำนวน 3 หมื่นตัน เป็นการสมประโยชน์ต่อบุคคลบางกลุ่มหรือไม่ เห็นได้จากราคาในตลาดยังไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ทั้งหมดตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลหมดท่าทำนโยบายประชาวิวัฒน์ขายฝัน ทำไม่ได้จริง ควบคุมราคาสินค้าไม่ได้ ค่าครองชีพพุ่งสูง พี่น้องเดือนร้อนแสนสาหัส
ให้จำคุก ต้องสิ้นสภาพ ไม่เช่นนั้นจะสุ่มเสี่ยงการใช้สิทธิโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระ 2-3 ที่อาจซ้ำโมเดล คณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ชี้ขาดด้วยเพียง 1 เสียงเท่านั้น และจะมีปัญหาตามมาในภายหลัง หาก ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยให้ นายพนิช พ้นตำแหน่ง เพราะมีคุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ถูกศาลพิพากษาให้จำคุก อาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นโมฆะได้
รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการติดตามการทำงานของรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้าน (คตร.)
ได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพง โดยได้ส่งทีมงานของพรรค ไปสุ่มตรวจร้านขายของชำ ภาคละ 1 จังหวัด พบว่า ราคาสินค้าแพงอยู่ในภาวะอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจ กระทบต่อปากท้องของประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมันปาล์มในตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ขายขวดละ 65-70 บาท สูงกว่าในตลาดมาเลเซีย 20 บาท ทำให้เกิดการทะลักของน้ำมันปาล์มเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาตามด่านตามแนวชายแดน
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกต กรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มอบหมายงานผิดคนแบบน่าสงสัย ที่ให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่น ไปดูแลปัญหาราคาน้ำมันปาล์ม อีกทั้ง กรณีที่ ครม. มีมติให้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากต่างประเทศ จำนวน 3 หมื่นตัน เป็นการสมประโยชน์ต่อบุคคลบางกลุ่มหรือไม่ เห็นได้จากราคาในตลาดยังไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ทั้งหมดตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลหมดท่าทำนโยบายประชาวิวัฒน์ขายฝัน ทำไม่ได้จริง ควบคุมราคาสินค้าไม่ได้ ค่าครองชีพพุ่งสูง พี่น้องเดือนร้อนแสนสาหัส
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
