สาวซิวิคเปิดปากแล้ว "ขอโทษค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ"

สาวซิวิคเปิดปากแล้ว "ขอโทษค่ะ มันเป็นอุบัติเหตุ"
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณี สาวอายุ 16 ปี 6 เดือน ขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค ชนท้ายรถตู้โดยสาร บนทางด่วนโทลล์เวย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อค่ำวันที่ 27 ธันวาคม 2553 นั้น โดยพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า วันนี้ผู้ต้องหาได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา โดยเบื้องต้นจะแจ้ง 2 ข้อหา คือ ข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ชนรถผู้อื่น ได้รับความเสียหายมีผู้ถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส และอีกข้อหา คือ ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งข้อหานี้เป็นข้อหาเล็ก

ซึ่งหลังจากรับมอบตัวและแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว เมื่อสอบปากคำเสร็จ พิมพ์มือเสร็จก็จะส่งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย จากนั้นทาง ผอ.สถานพินิจฯ จะดำเนินการ ตามขั้นตอน คือ สอบประวัติ ซึ่งคดีนี้ขึ้นอยู่กับศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง เพราะเป็นเยาวชนอยู่ ส่วนจะอายุ 16 หรือ 17 ปี ก็จะดูจากสูติบัตร จากนั้นทางสถานพินิจฯ จะควบคุมหรือให้ประกัน ก็อยู่ที่สถานพินิจฯ ทางพนักงานสอบสวน จะรวบรวมหลักฐานในชั้นของพนักงานสอบสวนเท่านั้น

"คดีนี้ไม่ได้หนักใจหรือกดดัน พนักงานสอบสวนสอบไปตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งคดีนี้ที่ตัดสินใจแจ้งข้อหาฝ่ายเดียวเพราะชัดเจน จากกล้องวงจรปิดบนโทลล์เวย์ ซึ่งถือเป็นพยาน หลักฐานที่เป็นกลาง นอกจากนี้ยังมีประจักษ์พยาน คือ ผู้ได้ดู ได้รู้ ได้เห็น ในเหตุการณ์โดยตรงคือ ผู้รอดชีวิตในรถตู้ ซึ่งจะสอบปากคำทั้งหมดและยังมีพยานคนอื่นที่ขับรถตามมาและเห็นเหตุการณ์ แต่หมายความว่า ไม่ได้แจ้งว่ารถตู้ประมาทด้วย หากมีพยาน หลักฐานภายหลัง เห็นว่าคนขับรถตู้มีแอลกอฮอล์ปริมาณที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด ก็อาจต้องแจ้งด้วย แต่เสียชีวิตไปแล้วก็จะเป็นการสั่งไม่ฟ้องไป แต่ต้องแจ้งให้ครบ ขณะนี้รอผลตรวจแพทย์อยู่" รอง ผบช.น.กล่าว

ส่วนเจ้าของรถฮอนด้าซีวิค พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่าต้องตามตัวมาสอบปากคำ และอาจต้องดำเนินคดีด้วย เพราะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ในข้อหายินยอมให้ผู้ไม่มีใบอนุญาตขับขี่นำรถไปใช้ในทางสาธารณะ ส่วนการแจ้งดำเนินคดีกับผู้ปกครองนั้น ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า คดีนี้เป็นความผิดโดยประมาท ไม่ใช่ความผิดโดยเจตนา หากเป็นความผิดอาญาทั่วไปที่ผู้ปกครอง พาลูกไปส่งหน้าผับ ไปเที่ยวผับ ยุยงส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กกระทำผิด แต่ในส่วนของความประมาทมันกำหนดไม่ได้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด 

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 11.40 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กันตัว สาวซิวิค บิดา มารดา เดินออกจากห้องประชุมปารุสกวัน 2 ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนจำนวนมาก โดยสาวซิวิค พูดสั้นๆ ว่า "หนูขอไปพูดที่สถานพินิจแล้วกันคะ ตอนนี้หนูขอไปก่อน เดี๋ยวไปพูดที่สถานพินิจ" เมื่อถามว่ามีอะไรจะพูดขอโทษหรือไม่สาวซิวิค พูดว่า " ขอโทษค่ะ หนูเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุ" จากนั้นได้เดินออกไปขึ้นรถหน้า บช.น.

 

ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. สาวซีวิคและครอบครัว พร้อมด้วยทนายความ ได้ออกมาจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อขึ้นเดินทางกลับที่พัก โดยมารดาสาวซีวิคเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่คุมประพฤติได้ปล่อยตัวโดยไม่ต้องประกัน ซึ่งหลังจากนี้จะได้นำลูกสาวกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้าน และจะเดินทางมาพบพนักงานคุมประพฤติตามนัดหมาย โดยยืนยันว่าจะไม่เดินทางออกไปนอกประเทศ ส่วนเรื่องบวชคงจะต้องรอให้คดีเสร็จสิ้นเสียก่อน นอกจากนั้นทางครอบครัวจะช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บทุกราย อย่างเต็มความสามารถ

ทางด้านอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายธวัชชัย ไทยเขียว กล่างถึงกรณีการมอบตัวของสาวซีวิคดังกล่าวว่า เป็นคดีที่ผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวเอง ดังนั้นพนักงานสอบสวนและสถานพินิจฯ จึงไม่มีอำนาจควบคุมตัวตามกฎหมาย ซึ่งโดยทั่วไปพนักงานสอบจะนำตัวเยาวชนมาที่บ้านเมตตาและดำเนินการเหมือนคดีทั่วไป คือ ถ่ายภาพ พิมพ์ลายนิ้วมือ สืบเสาะและพินิจโดยพนักงานควบคุมความประพฤติ รวมทั้งสอบปากคำเบื้องต้นเกี่ยวกับพฤติกรรมการกระทำผิด นิสัย ความประพฤติปฏิบัติ สติปัญญา สภาพแวดล้อม การอบรมสั่งสอน ฐานะความเป็นอยู่ พร้อมทั้งตรวจสุขภาพกายและจิตใจ เพื่อทำความเห็นรายงานต่อศาลเยาวชนและครอบครัวว่าวิธีการที่เหมาะสมกับเยาวชนรายนี้ควรเป็นอย่างไร ภายใน 30 วัน แต่ดุลยพินิจสุดท้ายอยู่ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจะพิจารณา