อินเดียส่อมีประชากรสูงสุดในโลกแซงจีน
สำนักสำมะโนประชากรสหรัฐ คาดว่า อินเดีย จะมีประชากรมากกว่าจีน ในอีก 15 ปีข้างหน้า โดย อินเดีย จะมีประชากร 1,396 ล้านคน ในปี 2568 มากกว่าประชากรจีนในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 1,300 ล้านคน การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอันรวดเร็วของจีน เนื่องจาก ประชากรวัยทำงานของจีน ซึ่งเป็นแหล่งของแรงงานราคาถูก จะลดจำนวนลง ขณะที่ ประชากรสูงอายุจะเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สหรัฐ ระบุว่า จีน จะยังคงครองตำแหน่งประเทศที่มีประชากรสูงที่สุดในโลกในอีก 15 ปีข้างหน้าเหมือนเดิม
ตามด้วย อินเดีย เป็นอันดับ 2 และสหรัฐเป็นอันดับ 3 ต่อด้วยอินโดนีเซีย บราซิล ปากีสถาน บังคลาเทศและไนจีเรียตามลำดับ ส่วน ญี่ปุ่น จะตกจากประเทศที่มีประชากรสูงอันดับ 10 ในปัจจุบัน ไปอยู่อันดับ 20 ในปี 2593 หรือ อีก 40 ปีข้างหน้า โดยการเปลี่ยนแปลงทางด้านประชากรดังกล่าว เป็นผลมาจากนโยบายมีลูกคนเดียวของจีน ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2523 นอกจากนี้ นโยบายนี้ยังจะทำให้คนรุ่นใหม่ของจีน รวมทั้ง รัฐบาลจีน ต้องแบกภาระหนักในการเลี้ยงดูผู้สูงอายุ โดยประชากรจีนที่มีอายุเกิน 60 ปี จะเพิ่มจาก 124 ล้านคน ในปัจจุบัน เป็น 438 ล้านคน ภายในปี 2593 หรือเท่ากับว่า จีน จะมีผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 60 ปี จำนวน 61 คน ต่อประชากรผู้ใหญ่วัยทำงานทุก ๆ
100 คน
ทั้งนี้ เป็นไปไม่ได้ที่คนจีนรุ่นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกคนเดียว จะสามารถแบกภาระเลี้ยงดูพ่อแม่และปู่ย่าตายายได้ทั้งหมด จึงต้องกลายไปเป็นภาระของรัฐบาลจีน และทำให้บ้านพักคนชราเริ่มผุดขึ้นมากมายในจีน ค่าใช้จ่ายที่หนักที่สุดในการดูแลผู้สูงอายุ คือค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ แต่ปัจจุบัน รัฐบาลจีนยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการดูแลผู้สูงอายุ และระบบสวัสดิการสังคมต่อผู้สูงอายุของจีนก็ยังไม่มีคุณภาพ รัฐบาลจีนให้เงินอุดหนุนบ้านพักคนชราน้อยกว่า 2 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายจริง
ตามด้วย อินเดีย เป็นอันดับ 2 และสหรัฐเป็นอันดับ 3 ต่อด้วยอินโดนีเซีย บราซิล ปากีสถาน บังคลาเทศและไนจีเรียตามลำดับ ส่วน ญี่ปุ่น จะตกจากประเทศที่มีประชากรสูงอันดับ 10 ในปัจจุบัน ไปอยู่อันดับ 20 ในปี 2593 หรือ อีก 40 ปีข้างหน้า โดยการเปลี่ยนแปลงทางด้านประชากรดังกล่าว เป็นผลมาจากนโยบายมีลูกคนเดียวของจีน ซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2523 นอกจากนี้ นโยบายนี้ยังจะทำให้คนรุ่นใหม่ของจีน รวมทั้ง รัฐบาลจีน ต้องแบกภาระหนักในการเลี้ยงดูผู้สูงอายุ โดยประชากรจีนที่มีอายุเกิน 60 ปี จะเพิ่มจาก 124 ล้านคน ในปัจจุบัน เป็น 438 ล้านคน ภายในปี 2593 หรือเท่ากับว่า จีน จะมีผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 60 ปี จำนวน 61 คน ต่อประชากรผู้ใหญ่วัยทำงานทุก ๆ
100 คน
ทั้งนี้ เป็นไปไม่ได้ที่คนจีนรุ่นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกคนเดียว จะสามารถแบกภาระเลี้ยงดูพ่อแม่และปู่ย่าตายายได้ทั้งหมด จึงต้องกลายไปเป็นภาระของรัฐบาลจีน และทำให้บ้านพักคนชราเริ่มผุดขึ้นมากมายในจีน ค่าใช้จ่ายที่หนักที่สุดในการดูแลผู้สูงอายุ คือค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ แต่ปัจจุบัน รัฐบาลจีนยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการดูแลผู้สูงอายุ และระบบสวัสดิการสังคมต่อผู้สูงอายุของจีนก็ยังไม่มีคุณภาพ รัฐบาลจีนให้เงินอุดหนุนบ้านพักคนชราน้อยกว่า 2 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายจริง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี