"นางนพมาศ" มีตัวตนไหม? พบหลักฐานชวนอึ้ง ประวัติศาสตร์อาจไม่เหมือนที่เรียนมา

"นางนพมาศ" มีตัวตนไหม? พบหลักฐานชวนอึ้ง ประวัติศาสตร์อาจไม่เหมือนที่เรียนมา

"นางนพมาศ" มีตัวตนไหม? พบหลักฐานชวนอึ้ง ประวัติศาสตร์อาจไม่เหมือนที่เรียนมา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นางนพมาศมีตัวตนจริงหรือไม่? ประวัติศาสตร์อาจไม่เหมือนที่เรียนมา

นางนพมาศมีตัวตนจริงหรือไม่? เปิดหลักฐานประวัติศาสตร์และศิลาจารึกสุโขทัย พบชื่อศรีจุฬาลักษณ์มีอยู่จริง แต่เรื่องผู้ประดิษฐ์กระทงอาจเป็นเพียงวรรณกรรม

เมื่อถึงวันลอยกระทง หลายคนคงคุ้นเคยกับเรื่องราวของ "นางนพมาศ" หญิงงามในราชสำนักสุโขทัย ผู้มีความเฉลียวฉลาดและเป็นผู้ประดิษฐ์กระทงรูปดอกบัวถวายพระร่วงเจ้า จนกลายเป็นต้นกำเนิดของประเพณีลอยกระทงที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน เรื่องเล่านี้ปรากฏอยู่ในความทรงจำของคนไทยมาหลายรุ่น และทำให้นางนพมาศกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเทศกาลลอยกระทง

แต่หากย้อนกลับไปตรวจสอบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กลับพบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า นักประวัติศาสตร์ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการมีตัวตนของนางนพมาศมานานแล้ว เพราะหนังสือที่เป็นต้นทางของเรื่องเล่านี้มีร่องรอยว่าอาจแต่งขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่ใช่สมัยสุโขทัยตามที่กล่าวอ้าง

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีหลักฐานจากศิลาจารึกที่พบชื่อ "ศรีจุฬาลักษณ์" ซึ่งเกี่ยวข้องกับนางนพมาศในวรรณกรรม แต่บุคคลที่มีพระนามดังกล่าวกลับมีสถานะเป็นพระอัครมเหสีของกษัตริย์สุโขทัย ไม่ใช่พระสนมเอกผู้ประดิษฐ์กระทงตามตำนาน แล้วความจริงของเรื่องนี้เป็นอย่างไร?

นางนพมาศคือใคร? เรื่องเล่าที่คนไทยคุ้นเคย

ตามเนื้อหาในหนังสือ "นางนพมาศ" หรือ "ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์" นางนพมาศเป็นธิดาของพราหมณ์ผู้รับราชการในราชสำนักสุโขทัย มีบิดาดำรงตำแหน่งพระศรีมโหสถ และมารดาชื่อนางเรวดี จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เรวดีนพมาศ"

เรื่องเล่าระบุว่านางเป็นสตรีที่มีความงดงาม เฉลียวฉลาด มีความรู้ด้านศิลปะ วรรณกรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี ต่อมาบิดามารดาได้นำนางเข้าถวายตัวในราชสำนักของพระร่วงเจ้า และได้รับการแต่งตั้งเป็นพระสนมเอกในตำแหน่ง "ท้าวศรีจุฬาลักษณ์"

เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้นางนพมาศมีชื่อเสียงเกิดขึ้นในช่วงพระราชพิธีจองเปรียง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจุดประทีปและโคมไฟในวันเพ็ญเดือน 12 โดยเนื้อเรื่องกล่าวว่านางได้ประดิษฐ์โคมลอยที่ตกแต่งเป็นรูปดอกบัว ประดับดอกไม้ ธูป และเทียนอย่างงดงามแตกต่างจากของผู้อื่น

เมื่อพระร่วงเจ้าทอดพระเนตรเห็นผลงาน จึงทรงพอพระราชหฤทัยและมีพระราชดำรัสให้ถือเป็นแบบอย่างในการประกอบพิธีสืบไป เรื่องเล่าตอนนี้เองที่ทำให้นางนพมาศได้รับการจดจำว่าเป็นผู้คิดประดิษฐ์กระทงรูปดอกบัว และกลายเป็นบุคคลสำคัญในประวัติวันลอยกระทงตามความเชื่อที่เล่าต่อกันมา

นางนพมาศมีตัวตนจริงไหม? นักประวัติศาสตร์ตั้งข้อสงสัยมานานแล้ว

แม้เรื่องราวของนางนพมาศจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่านางนพมาศตามรายละเอียดในวรรณกรรมมีชีวิตอยู่จริงในสมัยสุโขทัย โดยเฉพาะบทบาทการเป็นพระสนมของพระร่วงเจ้าและผู้ประดิษฐ์กระทงเป็นคนแรก

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเคยวิเคราะห์หนังสือเรื่องนางนพมาศ และตั้งข้อสังเกตว่าสำนวนภาษารวมถึงรายละเอียดหลายประการในหนังสือไม่สอดคล้องกับยุคสุโขทัย แต่กลับมีลักษณะใกล้เคียงกับวรรณกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ข้อสังเกตดังกล่าวปรากฏในคำนำหนังสือ "เรื่องนางนพมาศ หรือ ตำหรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์" ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ ซึ่งตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2457 โดยทรงพิจารณาว่าหนังสือน่าจะเป็นงานที่เรียบเรียงขึ้นใหม่ในช่วงรัชกาลที่ 2 ถึงรัชกาลที่ 3 มากกว่าจะเป็นเอกสารที่เขียนมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

จึงกล่าวได้ว่า เรื่องนางนพมาศมีสถานะเป็นวรรณกรรมที่เล่าถึงอดีต แต่ไม่สามารถนำรายละเอียดทั้งหมดมาใช้เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ได้โดยตรง

หลักฐานสำคัญ ทำไมจึงเชื่อว่าเรื่องนางนพมาศแต่งขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์?

หนึ่งในหลักฐานที่นักวิชาการใช้พิจารณาอายุของวรรณกรรม คือรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในตัวบท โดยเฉพาะเรื่องภาษา ชื่อชนชาติ และการบรรยายสภาพบ้านเมือง ซึ่งบางส่วนไม่สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เรื่องเล่าอ้างว่าเกิดขึ้น

1. สำนวนภาษาไม่เหมือนเอกสารสมัยสุโขทัย

กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเปรียบเทียบสำนวนภาษาในหนังสือนางนพมาศกับเอกสารสมัยสุโขทัย เช่น ศิลาจารึกและไตรภูมิพระร่วง แล้วทรงเห็นว่าลักษณะการใช้ถ้อยคำแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ดร.ตรงใจ หุตางกูร นักวิชาการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า หนังสือเรื่องนางนพมาศมีรูปแบบภาษาและโลกทัศน์ที่ใกล้เคียงกับสมัยอยุธยาตอนปลายถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มากกว่าจะเป็นงานประพันธ์จากราชสำนักสุโขทัยโดยตรง

2. มีชื่อชนชาติที่ไม่สอดคล้องกับยุคสุโขทัย

ข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ หนังสือกล่าวถึงชนชาติต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กับโลกในยุคหลังสมัยสุโขทัย เช่น ชื่อกลุ่มชนชาวตะวันตกและชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ช่วยให้นักวิชาการพิจารณาช่วงเวลาที่วรรณกรรมถูกเรียบเรียงขึ้นได้

ดร.ตรงใจ หุตางกูร วิเคราะห์ว่า ข้อมูลบางส่วนในหนังสือสอดคล้องกับโลกทัศน์ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับสหรัฐอเมริกาที่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 2376 จึงเสนอว่าหากหนังสือแต่งในรัชกาลที่ 3 ก็น่าจะอยู่ในช่วง พ.ศ. 2376-2394

อย่างไรก็ตาม การกำหนดช่วงเวลาดังกล่าวเป็นข้อเสนอจากการวิเคราะห์เนื้อหา ไม่ใช่หลักฐานที่ยืนยันวันแต่งหรือผู้แต่งได้อย่างแน่นอน

3. บรรยายภูมิประเทศสุโขทัยไม่ตรงกับความเป็นจริง

หนังสือนางนพมาศยังบรรยายภาพกรุงสุโขทัยในลักษณะที่มีแม่น้ำล้อมรอบเมือง แต่สภาพภูมิศาสตร์ของสุโขทัยไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะตัวเมืองตั้งอยู่ใกล้แนวภูเขาและพื้นที่ลุ่ม โดยมีแม่น้ำยมอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออก

นักวิชาการจึงตั้งข้อสังเกตว่าผู้แต่งอาจนำภาพจำของเมืองหลวงในยุคหลัง โดยเฉพาะกรุงศรีอยุธยาที่มีแม่น้ำล้อมรอบ มาใช้ในการจินตนาการถึงความรุ่งเรืองของสุโขทัย

เมื่อพิจารณาหลักฐานทั้งด้านภาษา ชื่อชนชาติ และภูมิประเทศประกอบกัน จึงมีเหตุผลสนับสนุนว่าหนังสือนางนพมาศที่สืบทอดมาถึงปัจจุบันไม่ได้เป็นงานเขียนร่วมสมัยสุโขทัย

แม้นักวิชาการจะมีข้อสันนิษฐานว่าหนังสือนางนพมาศอาจเรียบเรียงขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ถึงรัชกาลที่ 3 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถระบุผู้ประพันธ์ที่แท้จริงได้อย่างแน่ชัด โดยมีข้อเสนอเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่วรรณกรรมเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับราชสำนักในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้พระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เอง

เรื่องที่น่าประหลาดใจ ชื่อ "ศรีจุฬาลักษณ์" มีอยู่จริงในศิลาจารึกสุโขทัย

แม้นักวิชาการจะไม่พบหลักฐานร่วมสมัยที่ยืนยันตัวตนของ "นางนพมาศ" ตามเรื่องเล่า แต่ชื่อ "ศรีจุฬาลักษณ์" ซึ่งปรากฏเป็นตำแหน่งของนางในวรรณกรรม กลับมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับจริง

ดร.ตรงใจ หุตางกูร อธิบายผ่านบทความของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรว่า พบพระนาม "ศรีจุฬาลักษณ์" ในจารึกสุโขทัย ได้แก่ จารึกวัดอโสการามและจารึกวัดบูรพาราม โดยกล่าวถึงพระองค์ในฐานะพระอัครมเหสีของกษัตริย์สุโขทัย

ประเด็นสำคัญคือ พระราชเทวีศรีจุฬาลักษณ์ที่ปรากฏในจารึกมีสถานะเป็นพระอัครมเหสี ไม่ใช่พระสนมเอกเหมือนตัวละครในหนังสือนางนพมาศ และไม่มีหลักฐานในจารึกดังกล่าวที่ระบุว่าพระองค์เป็นผู้ประดิษฐ์กระทง

ขณะที่เอกสารฝ่ายอยุธยาอย่างกฎหมายตราสามดวงมีการใช้ชื่อ "ศรีจุฬาลักษณ์" เป็นหนึ่งในตำแหน่งพระสนมเอก จึงเกิดข้อสันนิษฐานว่า ผู้แต่งวรรณกรรมในยุคหลังอาจนำชื่อหรือตำแหน่งที่มีอยู่ในประวัติศาสตร์มาใช้สร้างตัวละครนางนพมาศ

กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ การพบชื่อศรีจุฬาลักษณ์ในจารึกไม่ได้ยืนยันว่า "นางนพมาศผู้ประดิษฐ์กระทง" มีตัวตนจริง เพราะบุคคลในหลักฐานประวัติศาสตร์กับตัวละครในวรรณกรรมอาจเป็นคนละบุคคลกัน

แล้วนางนพมาศเป็นคนคิดค้นประเพณีลอยกระทงจริงหรือ?

เมื่อหลักฐานเกี่ยวกับตัวนางนพมาศยังไม่สามารถยืนยันได้ ข้อกล่าวอ้างที่ว่านางเป็นผู้ริเริ่มประเพณีลอยกระทงเป็นคนแรกจึงยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เพียงพอที่จะสรุปเช่นนั้นได้

พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติให้ข้อมูลว่า ในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยยังไม่พบคำว่า "ลอยกระทง" อย่างชัดเจน แม้จารึกพ่อขุนรามคำแหงจะกล่าวถึงกิจกรรม "เผาเทียน เล่นไฟ" แต่ก็ไม่อาจสรุปได้โดยตรงว่าหมายถึงประเพณีลอยกระทงในรูปแบบที่คนไทยรู้จักกันในปัจจุบัน

ส่วนเอกสารยุคอยุธยาก็ปรากฏเรื่องการชักโคม ลอยโคม และแขวนโคมที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมต่าง ๆ ขณะที่ชื่อประเพณีลอยกระทงปรากฏชัดเจนในหลักฐานเอกสารช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์

อย่างไรก็ตาม การที่ยังไม่พบชื่อประเพณีลอยกระทงในจารึกสุโขทัย ไม่ได้หมายความว่าผู้คนในอดีตไม่เคยมีพิธีกรรมเกี่ยวกับน้ำ ประทีป หรือการลอยเครื่องบูชา เพราะขนบธรรมเนียมเหล่านี้อาจมีพัฒนาการมายาวนานและแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น

ประเด็นที่ควรแยกให้ออกคือ การมีพิธีกรรมเกี่ยวกับน้ำและแสงไฟในอดีต ไม่ได้เท่ากับการยืนยันว่าประเพณีลอยกระทงในรูปแบบปัจจุบันมีต้นกำเนิดจากนางนพมาศเพียงคนเดียว

ถ้านางนพมาศเป็นตัวละคร เหตุใดจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของวันลอยกระทง?

แม้เรื่องนางนพมาศจะมีลักษณะเป็นวรรณกรรม แต่เรื่องเล่าดังกล่าวกลับมีอิทธิพลต่อความทรงจำทางวัฒนธรรมของสังคมไทยอย่างมาก โดยเฉพาะภาพของสตรีผู้มีความงาม ความรู้ และความสามารถในการประดิษฐ์สิ่งของอย่างประณีต

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรอธิบายว่า หนังสือนางนพมาศไม่ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำกระทงเพียงอย่างเดียว แต่ยังกล่าวถึงลักษณะกุลสตรีในอุดมคติ การวางตัวในราชสำนัก และพระราชพิธีในรอบปีด้วย

เมื่อเรื่องเล่าถูกเชื่อมโยงกับประเพณีลอยกระทงและภาพความรุ่งเรืองของกรุงสุโขทัย นางนพมาศจึงค่อย ๆ กลายเป็นสัญลักษณ์ที่จดจำได้ง่าย ทั้งในกิจกรรมทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการประกวดนางนพมาศที่พบเห็นกันในเทศกาลลอยกระทง

ในมุมนี้ แม้ตัวละครจะไม่ได้มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นบุคคลจริง แต่ก็ยังมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์วัฒนธรรม เพราะสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยในยุคหลังนำเรื่องเล่าจากอดีตมาสร้างความหมายและส่งต่อประเพณีอย่างไร

ตกลงนางนพมาศมีตัวตนจริงหรือไม่?

เมื่อพิจารณาจากหลักฐานที่นักประวัติศาสตร์และนักวิชาการนำมาศึกษา คำตอบที่รอบคอบที่สุดคือ ยังไม่มีหลักฐานร่วมสมัยสุโขทัยที่ยืนยันว่า "นางนพมาศ" ตามเรื่องเล่าเป็นบุคคลที่มีชีวิตอยู่จริง และเป็นผู้ประดิษฐ์กระทงรูปดอกบัวเป็นคนแรก

ขณะเดียวกัน นักวิชาการมีเหตุผลสนับสนุนว่าหนังสือเรื่องนางนพมาศหรือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน เป็นวรรณกรรมที่เรียบเรียงขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มากกว่าจะเป็นบันทึกจากยุคสุโขทัยโดยตรง

ส่วนชื่อ "ศรีจุฬาลักษณ์" นั้น มีหลักฐานปรากฏจริงในจารึกสมัยสุโขทัย แต่บุคคลที่มีพระนามดังกล่าวไม่ได้มีหลักฐานเชื่อมโยงโดยตรงกับนางนพมาศผู้ประดิษฐ์กระทงตามตำนาน

ดังนั้น การกล่าวว่านางนพมาศเป็นผู้เริ่มต้นประเพณีลอยกระทงตั้งแต่สมัยสุโขทัยจึงควรระบุว่าเป็นเรื่องเล่าในวรรณกรรม ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว

สรุป ประวัตินางนพมาศอาจไม่เหมือนเรื่องที่เราเคยเรียน

เรื่องราวของนางนพมาศเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของความแตกต่างระหว่างตำนานกับประวัติศาสตร์ แม้คนไทยจะคุ้นเคยกับภาพนางนพมาศในฐานะหญิงงามผู้ประดิษฐ์กระทงถวายพระร่วงเจ้า แต่หลักฐานทางวิชาการกลับชี้ว่าหนังสือที่เป็นต้นทางของเรื่องน่าจะเกิดขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ประเด็นที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ การพบพระนามศรีจุฬาลักษณ์ในจารึกสุโขทัย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าชื่อดังกล่าวมีอยู่ในประวัติศาสตร์จริง แต่ไม่ใช่หลักฐานยืนยันเรื่องนางนพมาศตามวรรณกรรม

ถึงแม้ประวัติศาสตร์อาจไม่ได้เป็นอย่างที่เล่ากันมา แต่เรื่องนางนพมาศก็ยังมีคุณค่าในฐานะวรรณกรรมและมรดกทางวัฒนธรรมที่ช่วยให้คนรุ่นหลังเข้าใจความเชื่อ จินตนาการ และการสร้างความหมายของประเพณีลอยกระทงในสังคมไทย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร - หรือนางนพมาศในประวัติศาสตร์ มิได้ทำกระทง แต่เป็นวีรสตรีผู้ค้ำบัลลังก์? โดย ดร.ตรงใจ หุตางกูร
  2. สำนักหอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - เรื่องนางนพมาศ หรือ ตำหรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ พ.ศ. 2457
  3. กรมศิลปากร หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี - นางนพมาศ หรือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์
  4. พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ - ลอย...ลอยกระทง
  5. หอสมุดแห่งชาติ - หนังสือนางนพมาศ หรือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2508
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล