"นิเทศ DPU" ลุยโจทย์จริง ปั้น MV เพลง "อัศจรรย์" หนุนทุนกว่า 70,000 บาท

นิเทศศาสตร์ DPU เปิดโปรเจกต์ “อัศจรรย์ WONDER TAPE” ปลุกศักยภาพนักศึกษาปี 1 สร้าง MV จากโจทย์จริง พร้อมทุนสนับสนุนกว่า 70,000 บาท
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดกิจกรรม “อัศจรรย์ WONDER TAPE เพราะหนึ่งบทเพลง มีหลายเรื่องราว” เปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากทุกหลักสูตรของคณะนิเทศศาสตร์ นำความรู้ด้านศิลปะการเล่าเรื่องและการออกแบบสารมาสร้างสรรค์มิวสิกวิดีโอ (Music Video) และสื่อวิดีโอเล่าเรื่อง (Storytelling) จากบทเพลง “อัศจรรย์” ผลงานเพลงแจ๊สต้นฉบับของ คุณพัชร์ เคียงศิริ และทีมผู้สร้างสรรค์บทเพลง พร้อมสนับสนุนทุนกิจกรรมรวมมูลค่ากว่า 70,000 บาท เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกกระบวนการคิด การวางแผน การผลิตสื่อ และการแก้ปัญหาจากโจทย์จริง ตลอดจนพัฒนาผลงานที่สามารถต่อยอดสู่แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) และการประกอบอาชีพในอนาคต โดยจัดกิจกรรมมอบโจทย์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ อาคาร 6 ชั้น 7 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
กิจกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างคณะนิเทศศาสตร์กับทีมผู้สร้างสรรค์บทเพลง “อัศจรรย์” ภายใต้แนวคิด “เพราะหนึ่งบทเพลง มีหลายเรื่องราว” โดยนำบทเพลงที่ได้รับการเรียบเรียงดนตรีขึ้นใหม่มาเป็นโจทย์ให้นักศึกษาในรายวิชา CA221 ศิลปะการเล่าเรื่องและการออกแบบสาร ได้ตีความและสร้างสรรค์ผลงานผ่านภาพและเสียงตามมุมมองของแต่ละทีม ทั้งในรูปแบบมิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์สั้น และวิดีโอเล่าเรื่อง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่หลากหลายจากบทเพลงเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษาจากรายวิชา DI380 งานอีเว้นท์ นิทรรศการ และสื่อ ร่วมรับผิดชอบการวางแผน ประสานงาน และดูแลการจัดกิจกรรม เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะการบริหารจัดการงานอีเวนต์จากการปฏิบัติงานจริงควบคู่ไปกับการเรียนรู้ในห้องเรียน

ดร.การดา ร่วมพุ่ม ผู้อำนวยการหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และอาจารย์ผู้สอนหัวหน้ารายวิชา CA221 ศิลปะการเล่าเรื่องและการออกแบบสาร กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่ต้องการเชื่อมโยงความรู้ในห้องเรียนกับการสร้างสรรค์ผลงานจริง โดยปกติรายวิชา CA221 มีการมอบหมายโครงงานปลายภาค (Final Project) ให้นักศึกษาได้นำความรู้ด้านการเล่าเรื่อง การออกแบบสาร และการผสมผสานภาพกับเสียงมาประยุกต์ใช้ในการผลิตสื่ออยู่แล้ว เมื่อทีมผู้สร้างสรรค์เพลง “อัศจรรย์” ติดต่อผ่านอาจารย์อานนท์ บัวภา หัวหน้าหลักสูตรการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์และสื่อ เพื่อให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์มิวสิกวิดีโอ จึงเห็นว่าเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการนำโจทย์จากภายนอกมาใช้พัฒนากระบวนการเรียนรู้
ดร.การดา อธิบายว่า รายวิชา CA221 เป็นรายวิชาที่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จากทุกหลักสูตรของคณะนิเทศศาสตร์เรียนร่วมกัน โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดแนวคิดการเล่าเรื่อง การออกแบบสาร การใช้องค์ประกอบภาพ เสียง กล้องและมุมกล้อง ตลอดจนการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย (Target Audience) เพื่อเลือกวิธีการสื่อสารให้เหมาะสมกับผู้รับสาร การนำบทเพลงมาเป็นโจทย์จึงทำให้นักศึกษาได้ฝึกกระบวนการทำงานตั้งแต่การฟังและทำความเข้าใจเนื้อหา การตีความอารมณ์และความหมายของเพลง ไปจนถึงการออกแบบภาพและเรื่องราวให้สัมพันธ์กับเสียงดนตรี
“การทำงานครั้งนี้มีผู้มอบหมายโจทย์จากภายนอก นักศึกษาจึงต้องคิดมากกว่าการทำงานส่งอาจารย์ในห้องเรียน เพราะต้องคำนึงถึงความต้องการของเจ้าของผลงาน การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย และการทำให้ผู้ชมสนใจบทเพลงที่นำเสนอ โดยเฉพาะการใช้ภาพมาถ่ายทอดเรื่องราวให้สอดคล้องกับเสียงเพลง ซึ่งเป็นโอกาสให้นักศึกษาได้ประยุกต์ใช้ความรู้และฝึกแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง” ดร.การดา กล่าว

สำหรับแนวทางการสร้างสรรค์ผลงาน ดร.การดา กล่าวว่า ทางคณะเปิดอิสระให้นักศึกษาออกแบบวิธีการเล่าเรื่องได้ตามความคิดสร้างสรรค์ โดยสามารถนำเสนอในรูปแบบมิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์สั้น หรือวิดีโอเล่าเรื่องที่สอดคล้องกับเนื้อหาและอารมณ์ของเพลงได้ ความน่าสนใจจึงอยู่ที่การนำบทเพลงเดียวกันมาเป็นจุดตั้งต้น แต่แต่ละทีมสามารถตีความผ่านประสบการณ์ จินตนาการ และมุมมองที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะบทเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรัก ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวและสามารถถ่ายทอดได้หลากหลายมิติ
แม้นักศึกษาที่เข้าร่วมจะอยู่ชั้นปีที่ 1 แต่ทีมผู้สอนเชื่อมั่นในศักยภาพของนักศึกษา เนื่องจากกิจกรรมเตรียมความพร้อมที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการคิดและพัฒนาผลงานตามโจทย์ที่ได้รับจากภายนอก ประกอบกับดนตรีเป็นสื่อที่คนรุ่นใหม่คุ้นเคย จึงเอื้อต่อการนำประสบการณ์ชีวิตและการเปิดรับสื่อต่าง ๆ มาใช้สร้างสรรค์เรื่องราว ขณะเดียวกัน โครงการนี้ยังเป็นโอกาสในการค้นหานักศึกษาที่มีความสามารถโดดเด่นด้านการถ่ายทำ การออกแบบภาพ การแสดง และการเล่าเรื่อง เพื่อต่อยอดทักษะในรายวิชาอื่นและการทำงานในอนาคต
ด้าน คุณพัชร์ เคียงศิริ ผู้สร้างสรรค์บทเพลง “อัศจรรย์” เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือว่า ตนเองมีความหลงใหลในดนตรีมาโดยตลอด แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตกับการทำงานด้านธุรกิจ กระทั่งเกษียณจึงตัดสินใจกลับมาทำสิ่งที่รัก โดยเริ่มพัฒนาอัลบั้มเพลงชื่อ “ก่อนวันสุดท้าย” ด้วยการนำบทเพลงที่เคยแต่งไว้ในอดีตกลับมาเรียบเรียงและบันทึกเสียงใหม่เป็นผลงานเพลงแจ๊สต้นฉบับ ซึ่งใช้วิธีบันทึกเสียงจากการเล่นดนตรีสด

คุณพัชร์ เล่าว่า เดิมตั้งใจทำเพลงไว้ฟังเป็นการส่วนตัว แต่ระหว่างการบันทึกเสียงเพลงแรก เจ้าของห้องบันทึกเสียงได้แสดงความสนใจต่อผลงาน และเสนอให้นำไฟล์เสียงไปบันทึกลงเทปแอนะล็อก (Analog Tape) ขณะที่ผู้เรียบเรียงเสียงประสานก็สนับสนุนให้นำผลงานออกเผยแพร่ จึงเริ่มมองเห็นโอกาสในการนำบทเพลงไปสู่ผู้ฟังในวงกว้าง และเกิดแนวคิดว่าการนำภาพมาผสมผสานกับเสียงเพลงจะช่วยถ่ายทอดเรื่องราวและอารมณ์ของบทเพลงให้เข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้น ก่อนนำแนวคิดดังกล่าวมาหารือกับอาจารย์ผู้ประสานงานของคณะนิเทศศาสตร์ และพัฒนาเป็นโครงการร่วมกับนักศึกษา DPU
คุณพัชร์ กล่าวว่า การทำงานศิลปะที่ดีต้องอาศัยกระบวนการคิดและการวางแผนอย่างเป็นระบบ เช่นเดียวกับการทำงานของศิลปินที่ต้องมีการเตรียมการก่อนลงมือสร้างสรรค์ผลงาน โครงการนี้จึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ตั้งแต่การทำความเข้าใจบทเพลง การตีความ การวางแผนการผลิต และการลงมือทำงานตามขั้นตอน รวมถึงการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นไปตามแผน ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่โลกการทำงาน
“การทำงานศิลปะที่ดีต้องมีการวางแผน นักศึกษาจะได้เริ่มจากการทำความรู้จักกับเพลง ตีความ วางแผน และลงมือทำงานตามแผน แต่ระหว่างทางอาจมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ทำให้ต้องปรับแผนและแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับการทำงานจริงมาก เพราะในการทำงานเราต้องพบกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นไปตามแผนอยู่เสมอ” คุณพัชร์ กล่าว
ในส่วนของการมอบโจทย์ คุณพัชร์ ระบุว่า นักศึกษาสามารถเลือกใช้บทเพลงทั้งหมดหรือบางส่วนในการสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงปรับรูปแบบการนำเสนอและโครงสร้างการเล่าเรื่องได้อย่างอิสระ โดยมีคณาจารย์เป็นผู้วางกระบวนการเรียนรู้และให้คำปรึกษาตลอดการดำเนินงาน ซึ่งตนเองมีความเชื่อมั่นว่านักศึกษาจะสามารถพัฒนาผลงานที่น่าสนใจได้จากความตั้งใจและการดูแลของคณาจารย์ โดยไม่กำหนดว่าผลงานจะต้องออกมาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

สำหรับการสนับสนุนทุนกิจกรรมรวมมูลค่ากว่า 70,000 บาท คุณพัชร์ กล่าวว่า เงินรางวัลเป็นแรงจูงใจและกำลังใจที่ช่วยให้นักศึกษามีเป้าหมายในการพัฒนาผลงาน แต่สิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าคือประสบการณ์และความสำเร็จจากการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งนักศึกษาสามารถนำไปบันทึกในประวัติผลงานหรือเรซูเม่ (Resume) เพื่อใช้แสดงความสามารถในการสมัครงานและประกอบอาชีพในอนาคต
“เงินรางวัลอาจเป็นสิ่งที่เราพูดถึงกันในวันนี้ แต่ในระยะยาว หากนักศึกษาคนหนึ่งได้เข้าร่วมโครงการและสร้างสรรค์ผลงานจนได้รับรางวัล ความสำเร็จนั้นจะอยู่ในเรซูเม่ของเขาได้ตลอดชีวิต ผมมองว่าสิ่งนี้มีคุณค่ามากกว่าเงินรางวัล เพราะเป็นประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต” คุณพัชร์ กล่าว
ทั้งนี้ โครงการกำหนดกระบวนการคัดเลือกผลงานผ่านการเรียนการสอนรายวิชา CA221 แบ่งออกเป็น 11 เซกชัน โดยนักศึกษาแต่ละทีมจะพัฒนาผลงานและนำเสนอภายในชั้นเรียน ก่อนคัดเลือกทีมที่ชนะจากแต่ละเซกชันเข้าสู่รอบสุดท้าย รวม 11 ทีม โดยทีมที่ได้รับการคัดเลือกในระดับเซกชันจะได้รับเงินรางวัลทีมละ 1,500 บาท ส่วนรอบสุดท้ายจะมีการมอบรางวัลประกอบด้วยเกียรติบัตรและเงินรางวัล รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 10,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 8,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมรางวัลพิเศษอีก 5 รางวัล สำหรับผลงานที่โดดเด่นด้านต่าง ๆ อาทิ โปรดักชันยอดเยี่ยม การแสดงยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม และไวรัลยอดเยี่ยม โดยจะจัดกิจกรรมนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายพร้อมประกาศรางวัลในเดือนพฤศจิกายนนี้
ผู้สนใจหลักสูตรและกิจกรรมของ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) สามารถติดตามข้อมูลและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-communication-arts และ Facebook: คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ – CommArts DPU ที่ facebook.com/CommArtsDPU
อัลบั้มภาพ 4 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี






