รู้จักใครบ้าง? ภาพประวัติศาสตร์รวม 29 อัจฉริยะโลก พลิกวิทยาศาสตร์ศตวรรษที่ 20

รู้จักใครบ้าง? ภาพประวัติศาสตร์รวม 29 อัจฉริยะโลก พลิกวิทยาศาสตร์ศตวรรษที่ 20

รู้จักใครบ้าง? ภาพประวัติศาสตร์รวม 29 อัจฉริยะโลก พลิกวิทยาศาสตร์ศตวรรษที่ 20
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ภาพประวัติศาสตร์รวม 29 อัจฉริยะระดับโลก ผู้เปลี่ยนโฉมหน้าวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 20

มีภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์อยู่ไม่กี่ภาพที่เมื่อมองแล้วทำให้ต้องหยุดคิดว่า คนในภาพเหล่านี้มีอิทธิพลต่อโลกมากเพียงใด หนึ่งในนั้นคือภาพถ่ายที่บันทึกไว้ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1927 ซึ่งรวมตัวนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกเอาไว้ถึง 29 คน

บุคคลเหล่านี้ไม่ได้เป็นนักแสดงหรือคนดังจากวงการบันเทิง แต่เป็นนักฟิสิกส์และนักวิทยาศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของสสาร พลังงาน และจักรวาล การรวมตัวครั้งนั้นเกิดขึ้นในการประชุม Solvay Conference ครั้งที่ 5 หรือการประชุมโซลเวย์ครั้งที่ 5 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในการประชุมทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์

สิ่งที่ทำให้ภาพนี้โดดเด่นยิ่งขึ้นคือ ในบรรดาผู้เข้าร่วม 29 คน มีถึง 17 คนที่ได้รับรางวัลโนเบลแล้วหรือได้รับในเวลาต่อมา และชื่อของหลายคนยังคงปรากฏอยู่ในตำราเรียนฟิสิกส์มาจนถึงปัจจุบัน

การประชุมที่รวมสุดยอดนักฟิสิกส์ของยุคเอาไว้ในห้องเดียว

จุดเริ่มต้นของการประชุม Solvay มาจาก Ernest Solvay นักอุตสาหกรรมและนักเคมีชาวเบลเยียม ผู้ต้องการนำทรัพย์สินของตัวเองมาสนับสนุนวงการวิทยาศาสตร์ เขาจึงริเริ่มจัดการประชุมที่เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำจากหลายประเทศมาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และถกเถียงปัญหาทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน

การประชุมครั้งที่ 5 ในปี ค.ศ. 1927 มีหัวข้อสำคัญคือ “อิเล็กตรอนและโฟตอน” (Electrons and Photons) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่วงการฟิสิกส์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการถือกำเนิดของกลศาสตร์ควอนตัม แนวคิดใหม่จำนวนมากกำลังท้าทายความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับกฎของธรรมชาติ

ในภาพเดียวกันจึงปรากฏชื่อของนักวิทยาศาสตร์ระดับตำนานหลายคน ทั้ง Albert Einstein, Niels Bohr, Max Planck, Erwin Schrödinger, Werner Heisenberg, Louis de Broglie, Wolfgang Pauli และนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญอีกหลายคน ซึ่งผลงานของพวกเขากลายเป็นรากฐานของฟิสิกส์สมัยใหม่

17 จาก 29 คน เป็นเจ้าของรางวัลโนเบล

ตัวเลขที่ทำให้ภาพนี้ถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้คือ ในจำนวนผู้เข้าร่วม 29 คน มีถึง 17 คนที่เกี่ยวข้องกับรางวัลโนเบลในฐานะผู้ได้รับรางวัลก่อนหรือหลังการประชุม นับเป็นสัดส่วนที่น่าทึ่งอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าการประชุมครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมเพียงไม่กี่สิบคน

นักวิทยาศาสตร์หลายคนในภาพยังฝากชื่อไว้กับแนวคิดและทฤษฎีที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สมการคลื่นของชเรอดิงเงอร์ หลักความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์ก แนวคิดเกี่ยวกับสสารของเดอ บรอยล์ และสถิติแฟร์มี-ดิแรก ผลงานเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาฟิสิกส์ควอนตัม ซึ่งต่อมากลายเป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีจำนวนมาก

หากมองย้อนกลับไปในปัจจุบัน หลายสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวันมีรากฐานเชื่อมโยงกับความเข้าใจทางฟิสิกส์ที่พัฒนาขึ้นในยุคนั้น ตั้งแต่เทคโนโลยีสารกึ่งตัวนำ ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีควอนตัมสมัยใหม่

Marie Curie ผู้หญิงเพียงคนเดียวในภาพ

อีกหนึ่งบุคคลที่โดดเด่นในภาพคือ Marie Curie นักวิทยาศาสตร์หญิงผู้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการได้รับรางวัลโนเบลถึง 2 สาขา ได้แก่ รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ. 1903 และรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี ค.ศ. 1911

Curie เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ และนั่งอยู่ท่ามกลางนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก ผลงานของเธอเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสีไม่เพียงเปลี่ยนความเข้าใจของมนุษย์ต่อสสาร แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาด้านนิวเคลียร์และการแพทย์ในเวลาต่อมา

Einstein กับ Bohr ถกเถียงเรื่องกลศาสตร์ควอนตัม

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของการประชุมครั้งนี้คือการถกเถียงระหว่าง Albert Einstein กับ Niels Bohr เกี่ยวกับธรรมชาติของกลศาสตร์ควอนตัม Einstein ยังคงตั้งคำถามต่อแนวคิดที่มองว่าพฤติกรรมในระดับควอนตัมมีลักษณะเป็นความน่าจะเป็น ขณะที่ Bohr เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนแนวคิดการตีความกลศาสตร์ควอนตัมที่กำลังพัฒนาในเวลานั้น

การโต้แย้งของทั้งสองไม่ได้เป็นเพียงการถกเถียงระหว่างนักวิทยาศาสตร์สองคน แต่สะท้อนคำถามใหญ่ของฟิสิกส์ในยุคนั้นว่า ธรรมชาติทำงานตามกฎที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน หรือมีความไม่แน่นอนเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลตั้งแต่ระดับพื้นฐาน การอภิปรายดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้การประชุม Solvay ครั้งนี้ได้รับการจดจำเป็นพิเศษ

คำพูดที่มักถูกนำมาเชื่อมโยงกับการถกเถียงระหว่าง Einstein และ Bohr อย่าง “พระเจ้าไม่เล่นลูกเต๋ากับจักรวาล” สะท้อนจุดยืนของ Einstein ที่มีต่อความไม่แน่นอนในกลศาสตร์ควอนตัม อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของบทสนทนาและถ้อยคำบางส่วนที่ถูกเล่าต่อกันมาในภายหลังอาจมีความคลาดเคลื่อนจากเหตุการณ์จริง จึงควรมองในฐานะเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ประกอบกับบริบทของการถกเถียงมากกว่าจะถือเป็นบทสนทนาที่เกิดขึ้นตรงตามคำพูดทุกคำ

ภาพเดียวที่สะท้อนจุดเปลี่ยนของโลกวิทยาศาสตร์

กว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา โลกยังไม่มีคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ ไม่มีสมาร์ตโฟน และไม่มีเทคโนโลยีดิจิทัลที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน แต่ในช่วงเวลานั้น นักวิทยาศาสตร์กลุ่มเล็ก ๆ กำลังตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เล็กที่สุดในธรรมชาติ และคำถามเหล่านั้นได้เปลี่ยนทิศทางของวิทยาศาสตร์ไปอย่างมหาศาล

ภาพถ่ายการประชุม Solvay ปี 1927 จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพของคน 29 คนที่ยืนและนั่งเรียงกันต่อหน้ากล้อง แต่เป็นภาพที่สะท้อนช่วงเวลาหนึ่งซึ่ง แนวคิดใหม่กำลังเข้ามาเปลี่ยนความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับจักรวาล และหลายแนวคิดจากห้องประชุมในวันนั้นยังคงส่งอิทธิพลต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาจนถึงทุกวันนี้

แม้โลกยุคปัจจุบันจะมีการประชุมวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ที่รวมนักวิจัยจากทั่วโลกมากกว่าหลายเท่า แต่ภาพของนักวิทยาศาสตร์ 29 คนในกรุงบรัสเซลส์เมื่อปี 1927 ยังคงมีเสน่ห์ในแบบที่หาได้ยาก เพราะเป็นภาพของบุคคลจำนวนไม่มากที่รวมเอาความคิดและผลงานซึ่งต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์เอาไว้ในเฟรมเดียว

ภาพเก่าเกือบ 100 ปี แต่เรื่องราวยังไม่เก่า

สิ่งที่ทำให้ภาพนี้น่าสนใจไม่ใช่เพียงรายชื่อบุคคลที่อยู่ในภาพ แต่คือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากวันนั้น หลายแนวคิดที่เคยเป็นเพียงทฤษฎีหรือข้อถกเถียงในเวลานั้น กลายเป็นรากฐานของเทคโนโลยีที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ภาพการประชุม Solvay ครั้งที่ 5 จึงอาจถูกมองได้ว่าเป็นภาพบันทึกช่วงเวลาที่วิทยาศาสตร์กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ และเป็นเครื่องเตือนใจว่า บางครั้งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกอาจเริ่มต้นจากคำถามเล็ก ๆ และการถกเถียงของคนเพียงไม่กี่คน

 

ขอบคุณข้อมูล

  1. Solvay Conferences
  2. Nobel Prize
  3. Institute of Physics
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล