สุดทนน้ำท่วมไปอยู่ไหนดี? เปิด 6 ทำเล "นักวิชาการสิ่งแวดล้อม" แนะย้ายหนีน้ำ ปลอดภัยระยะยาว

ย้ายบ้านหนีน้ำท่วมไปไหนดี? “ดร.สนธิ” เสนอ 6 ทำเล พร้อม 4 หลักเช็กก่อนซื้อที่ดิน
หากกำลังคิดซื้อบ้านหรือที่ดินเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว เรื่องน้ำท่วมอาจเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาควบคู่กับราคาและความสะดวกในการเดินทาง ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เสนอหลักเลือกที่อยู่อาศัยเพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วม พร้อมยกตัวอย่างทำเลใน 6 จังหวัด อย่างไรก็ตาม รายชื่อเหล่านี้เป็นข้อเสนอสำหรับนำไปศึกษาต่อ ไม่ใช่การรับรองว่าทุกพื้นที่ในจังหวัดนั้นจะปลอดภัยจากน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ดร.สนธิโพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ระยะยาวน้ำท่วม กทม. ไปอยู่ที่ไหนปลอดภัยกว่า” โดยกล่าวถึงการวางแผนเลือกที่อยู่อาศัยในช่วง พ.ศ. 2573–2593 เนื้อหาเสนอให้มองทั้งระดับความสูง เส้นทางน้ำ ประวัติน้ำท่วม และความน่าอยู่ของพื้นที่ เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนย้ายบ้านหรือซื้อที่ดินในอนาคต

4 หลักเลือกที่อยู่อาศัย เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมระยะยาว
1. ตรวจความสูงจากระดับน้ำทะเล
ดร.สนธิเสนอให้พิจารณาพื้นที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 50 เมตรขึ้นไป เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากน้ำทะเลหนุนและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในอนาคต แต่เกณฑ์นี้เป็นข้อเสนอของผู้โพสต์ ไม่ใช่หลักประกันว่าจะไม่มีน้ำท่วม เพราะพื้นที่สูงยังอาจได้รับผลกระทบจากน้ำป่า น้ำล้นตลิ่ง หรือฝนตกหนักได้ จึงต้องตรวจสอบภูมิประเทศและทางน้ำของแปลงที่สนใจร่วมด้วย
2. ดูทางน้ำและลุ่มน้ำ อย่าเช็กเฉพาะถนนใหญ่
ผู้โพสต์แนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ใกล้คลองธรรมชาติ หรืออยู่ในแนวทางผ่านของน้ำหลาก แม้ถนนใหญ่จะไม่ท่วม แต่ที่ดินในซอยอาจอยู่ต่ำกว่าหรือเป็นจุดรับน้ำได้ นอกจากนี้ ยังเสนอให้เลือกพื้นที่ห่างจากลำน้ำสายหลักประมาณ 2–5 กิโลเมตร โดยระยะดังกล่าวควรใช้ประกอบการพิจารณา ไม่ใช่เกณฑ์ยืนยันความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว
ดร.สนธิยังเสนอให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยยกตัวอย่างพื้นที่ริมแม่น้ำและลำคลองในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครนายก และกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของแต่ละทำเลแตกต่างกันตามระดับที่ดิน เส้นทางน้ำ และระบบป้องกันน้ำท่วม การประเมินจึงต้องลงรายละเอียดถึงพื้นที่จริง ไม่ควรเหมารวมว่าทั้งจังหวัดมีความเสี่ยงเท่ากัน
3. เช็กประวัติน้ำท่วมย้อนหลัง พร้อมถามคนในชุมชน
ก่อนซื้อที่ดิน ดร.สนธิแนะนำให้ตรวจสอบแผนที่น้ำท่วมซ้ำซากจากหน่วยงาน เช่น GISTDA โดยดูข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 10–15 ปี เพื่อสำรวจว่าทำเลนั้นเคยมีน้ำท่วมขังหรือไม่ ควรสอบถามคนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นด้วยว่า เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำบนถนนใช้เวลาระบายนานเพียงใด ข้อมูลทั้งสองส่วนจะช่วยให้เห็นสภาพพื้นที่ชัดขึ้น แต่การไม่เคยท่วมในอดีตก็ไม่ได้รับรองว่าจะไม่ท่วมในอนาคต
4. เลือกทำเลที่ปลอดภัยและใช้ชีวิตได้สะดวก
นอกจากความเสี่ยงน้ำท่วม ผู้โพสต์เสนอให้เลือกพื้นที่ดอนที่อยู่ใกล้ตลาด ห้างสรรพสินค้า และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โดยเดินทางไปโรงพยาบาลได้ภายในประมาณ 15–20 นาที ควรมีทางหลวงหลักหรือสนามบินที่เข้าถึงสะดวก รวมถึงระบบไฟฟ้า ประปา และอินเทอร์เน็ตพร้อมใช้งาน เพราะบ้านที่เหมาะกับการอยู่อาศัยระยะยาวต้องรองรับทั้งชีวิตประจำวันและการเข้าถึงบริการจำเป็นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
เปิด 6 ทำเลที่ “ดร.สนธิ” ยกตัวอย่างให้พิจารณา
1. อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
ดร.สนธิยกอำเภอเมืองอุดรธานีเป็นตัวเลือก โดยมองถึงบทบาทการเป็นศูนย์กลางอีสานตอนบน มีสนามบินและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่รองรับการใช้ชีวิต ผู้โพสต์ยังประเมินว่าพื้นที่มีปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมหรือแผ่นดินไหวไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจควรตรวจสอบข้อมูลภัยพิบัติและการระบายน้ำของชุมชนที่ต้องการย้ายไปโดยตรง ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่ดิน
2. อำเภอเมืองเพชรบูรณ์และอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
พื้นที่ในจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นอีกตัวเลือกที่ผู้โพสต์เสนอ โดยให้เหตุผลเรื่องระดับความสูง สภาพอากาศ และค่าครองชีพ อย่างไรก็ตาม อำเภอเมืองเพชรบูรณ์และอำเภอเขาค้อมีภูมิประเทศแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้ค่าความสูงเฉลี่ยแทนระดับของที่ดินทุกแปลง ผู้ซื้อควรตรวจสอบทั้งความสูงจริง แนวทางน้ำ และความเสี่ยงบริเวณลาดเชิงเขาประกอบด้วย
3. อำเภอเมืองเชียงใหม่และอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
ดร.สนธิมองว่าทำเลเหล่านี้เหมาะกับการอยู่อาศัยและพักผ่อนหลังเกษียณ เนื่องจากมีโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย และห้างสรรพสินค้ารองรับ โดยเน้นให้เลือกพื้นที่สูงหรือเนิน และไม่อยู่ชิดแม่น้ำปิงบริเวณที่อาจรับน้ำล้นตลิ่ง ข้อเสนอจึงอยู่ที่การเลือกตำแหน่งบ้านอย่างเหมาะสม ไม่ใช่การรับรองว่าทุกพื้นที่ในสองอำเภอมีความเสี่ยงน้ำท่วมต่ำ
4. อำเภอเมืองชลบุรีและเขตเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี
แม้ชลบุรีจะเป็นจังหวัดติดทะเล แต่ผู้โพสต์ยกบางทำเลขึ้นมาพิจารณา เพราะมีพื้นที่เนินสลับที่ราบและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของพื้นที่ชายฝั่งกับพื้นที่สูงภายในเมืองย่อมแตกต่างกัน ผู้สนใจจึงควรตรวจสอบระดับที่ดิน ประวัติน้ำท่วม และระบบระบายน้ำของทำเลจริงก่อนซื้อ
5. อำเภอเมืองนครราชสีมาและอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
สำหรับนครราชสีมา ดร.สนธิเสนอให้เลือกที่ดินที่เป็นโคกหรือเนินสูง พร้อมหลีกเลี่ยงแนวร่องน้ำและตลิ่งเดิม อีกเหตุผลที่นำมาพิจารณาคือความเจริญทางเศรษฐกิจ โรงพยาบาล และบริการต่าง ๆ ที่รองรับการอยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ต้องสำรวจพื้นที่รอบแปลงและเส้นทางเข้าออกด้วย เพราะแม้ตัวบ้านไม่ท่วม แต่ถนนที่ใช้เดินทางอาจได้รับผลกระทบได้
6. อำเภอเมืองลำพูนและอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน
ผู้โพสต์ยกพื้นที่ในลำพูนเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเมืองสงบ มีสิ่งอำนวยความสะดวก และเดินทางไปเชียงใหม่ได้ง่าย พร้อมประเมินว่ามีสถิติน้ำท่วมขังต่ำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ข้อประเมินนี้ควรตรวจสอบกับข้อมูลย้อนหลังของแต่ละตำบลและชุมชนอีกครั้ง ไม่ควรนำมาใช้สรุปว่าพื้นที่ทั้งหมดในอำเภอเมืองลำพูนหรือป่าซางปลอดน้ำท่วม
ก่อนย้ายบ้านหนีน้ำท่วม ต้องเช็กถึงที่ดินแปลงจริง
ข้อเสนอของดร.สนธิสะท้อนว่า การเลือกทำเลเพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วม ต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่เลือกเพียงจังหวัดที่อยู่สูงหรือห่างทะเล รายชื่อ 6 ทำเลจึงใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการหาข้อมูลได้ แต่ก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบระดับที่ดิน ทางน้ำ ประวัติน้ำท่วม และความพร้อมของบริการจำเป็นให้ครบ เป้าหมายคือเลือกบ้านที่มีความเสี่ยงเหมาะสมและใช้ชีวิตได้สะดวก โดยไม่ตีความว่ามีพื้นที่ใดปลอดภัยจากภัยพิบัติทุกประเภทอย่างแน่นอน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

