หญิงวัย 54 ดับในครัวกลางดึก พบตัวการข้างตัว หมอเตือน 2 น้ำ กระหายแค่ไหนก็อย่าดื่มก่อนนอน

หญิงวัย 54 ดับในครัวกลางดึก พบตัวการข้างตัว หมอเตือน 2 น้ำ กระหายแค่ไหนก็อย่าดื่มก่อนนอน

หญิงวัย 54 ดับในครัวกลางดึก พบตัวการข้างตัว หมอเตือน 2 น้ำ กระหายแค่ไหนก็อย่าดื่มก่อนนอน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หญิงจีนวัย 54 ปี เสียชีวิตหลังเจ็บหน้าอกรุนแรงกลางดึก พบขวดน้ำอัดลมข้างตัว หมอเตือน 2 เครื่องดื่ม ไม่ควรดื่มก่อนนอนเด็ดขาด

หญิงวัย 54 ปี เสียชีวิตภายในห้องครัว หลังเกิดอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงในช่วงกลางดึก สามีมาพบเธอนอนหมดสติอยู่บนพื้นในเช้าวันถัดมา โดยมีขวดน้ำอัดลมที่ดื่มเหลือไว้ประมาณครึ่งขวดวางอยู่ข้างตัว เหตุการณ์นี้กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนคนวัยกลางคนว่า อาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกกะทันหันไม่ใช่เรื่องที่ควรรอดูอาการ โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือโรคประจำตัวเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด

ผู้เสียชีวิตใช้นามสมมติว่า “นางหลี่” อายุ 54 ปี อาศัยอยู่ในเมืองฝูโจว มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน รายงานระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเธอเพิ่งกลับจากทำงานกะดึกในสภาพเหนื่อยล้าและคอแห้ง จึงหยิบน้ำอัดลมเย็นจากตู้เย็นมาดื่มเพื่อดับกระหายก่อนเข้านอน

หญิงวัย 54 ปี เจ็บหน้าอกรุนแรงก่อนล้มลงในห้องครัว

หลังดื่มน้ำอัดลมไปได้ไม่นาน นางหลี่รู้สึกเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง คล้ายมีของหนักกดทับอยู่กลางอก ความเจ็บปวดเกิดขึ้นอย่างฉับพลันจนเธอเสียหลักและล้มลงบนพื้นห้องครัว โดยไม่สามารถเรียกคนในครอบครัวมาช่วยเหลือได้

ในขณะนั้นสมาชิกคนอื่นกำลังนอนหลับ จึงไม่มีใครทราบว่าเธอกำลังเผชิญภาวะฉุกเฉิน กระทั่งรุ่งเช้า สามีลงมายังห้องครัวและพบภรรยานอนหมดสติอยู่บนพื้น ข้างตัวมีขวดน้ำอัดลมที่ดื่มเหลือประมาณครึ่งขวด

ครอบครัวรีบนำตัวเธอส่งโรงพยาบาล แต่มีรายงานว่าแพทย์ยืนยันว่าเธอเสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นแล้ว สาเหตุการเสียชีวิตถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเลือดและออกซิเจนไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ

โรคประจำตัวอาจเป็นปัจจัยสำคัญของภาวะหัวใจขาดเลือด

นางหลี่มีประวัติความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูงอยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองภาวะถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจ เพราะอาจทำให้ผนังหลอดเลือดเสียหายและเกิดการสะสมของคราบไขมันภายในหลอดเลือดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อคราบไขมันในหลอดเลือดหัวใจแตกออก ร่างกายจะกระตุ้นให้เกล็ดเลือดเข้ามารวมตัวจนเกิดลิ่มเลือด หากลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดบางส่วนหรือทั้งหมด กล้ามเนื้อหัวใจจะขาดเลือดและออกซิเจน นำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งอาจทำให้หมดสติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเสียชีวิตได้

การเกิดโรคหัวใจจึงมักเป็นผลจากปัจจัยที่สะสมมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ ภาวะอ้วน การไม่ออกกำลังกาย อายุ และประวัติโรคหัวใจในครอบครัว ผู้ที่มีหลายปัจจัยร่วมกันจะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

น้ำอัดลมก่อนนอนทำให้หัวใจวายทันทีหรือไม่?

แม้เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นหลังนางหลี่ดื่มน้ำอัดลม แต่ไม่สามารถสรุปได้ว่าน้ำอัดลมเพียงครึ่งขวดเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจอุดตันภายในไม่กี่นาที การวินิจฉัยสาเหตุที่แน่ชัดต้องพิจารณาจากผลตรวจทางการแพทย์ ประวัติโรคเดิม ผลชันสูตร และสภาพของหลอดเลือดหัวใจ

อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลเป็นประจำสัมพันธ์กับน้ำหนักเกิน โรคอ้วน เบาหวานชนิดที่ 2 ไขมันในเลือดผิดปกติ และโรคหัวใจ ความเสี่ยงเหล่านี้เกิดจากพฤติกรรมที่สะสมในระยะยาว มากกว่าการดื่มเพียงครั้งเดียว

น้ำอัดลมบางชนิดยังมีคาเฟอีน ซึ่งอาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หรือนอนหลับยากในผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน โดยเฉพาะเมื่อดื่มใกล้เวลาเข้านอน ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะจึงควรระมัดระวังและเลือกน้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มหลัก

2 เครื่องดื่มที่ไม่ควรดื่มเป็นประจำก่อนนอน

1. น้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

น้ำอัดลม ชานม น้ำหวาน และเครื่องดื่มเติมน้ำตาลให้พลังงานสูง แต่ไม่ได้ช่วยดับกระหายได้ดีเท่าน้ำเปล่า การดื่มเป็นประจำทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลและพลังงานเกินความจำเป็น เพิ่มโอกาสเกิดภาวะอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจในระยะยาว

หากเครื่องดื่มนั้นมีคาเฟอีนด้วย อาจรบกวนการนอน ทำให้หลับยากหรือตื่นกลางดึก ผู้ที่รู้สึกกระหายน้ำก่อนเข้านอนจึงควรเลือกจิบน้ำเปล่าแทน โดยไม่จำเป็นต้องดื่มปริมาณมากรวดเดียว

2. เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

หลายคนดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนเพราะคิดว่าจะช่วยให้หลับง่าย แม้แอลกอฮอล์อาจทำให้รู้สึกง่วงในช่วงแรก แต่กลับรบกวนวงจรการนอน ทำให้หลับไม่ลึก ตื่นกลางดึก และอาจทำให้อาการกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรงขึ้น

การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปยังเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาอยู่ควรปรึกษาแพทย์ เพราะแอลกอฮอล์อาจส่งผลต่ออาการของโรคและเกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิดได้

ก่อนนอนควรดื่มน้ำอย่างไรให้เหมาะสม?

หากกระหายน้ำก่อนนอน สามารถจิบน้ำเปล่าในปริมาณพอเหมาะได้ โดยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นให้ประโยชน์ด้านการเติมน้ำไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งสำคัญกว่าคือการดื่มน้ำให้เพียงพอและกระจายตลอดทั้งวัน ไม่ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำแล้วค่อยดื่มปริมาณมากก่อนเข้านอน

การดื่มน้ำมากเกินไปในช่วงใกล้นอนอาจทำให้ต้องตื่นมาปัสสาวะหลายครั้ง ส่งผลให้พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงควรปรับปริมาณตามความกระหาย อากาศ กิจกรรม และสุขภาพของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องยึดปริมาณตายตัวว่าเราทุกคนต้องดื่มเท่ากัน

สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว โรคไต หรือผู้ที่ได้รับคำแนะนำให้จำกัดน้ำ ไม่ควรเพิ่มปริมาณน้ำด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เกิดอาการบวม หายใจลำบาก หรือเพิ่มภาระการทำงานของหัวใจและไต ควรดื่มตามปริมาณที่แพทย์หรือทีมรักษากำหนด

สัญญาณเตือนกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่ไม่ควรมองข้าม

อาการที่พบบ่อยคือ เจ็บ แน่น บีบ หรือรู้สึกเหมือนมีของหนักกดทับบริเวณกลางหน้าอก อาการอาจเป็นต่อเนื่องหลายนาทีหรือเกิดขึ้นแล้วหายไป ก่อนกลับมาเป็นซ้ำ บางรายมีอาการปวดร้าวไปยังแขน ไหล่ หลัง คอ กราม หรือบริเวณท้องส่วนบน

อาการอื่นที่อาจเกิดร่วมกัน ได้แก่ หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออกมาก ตัวเย็น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ใจสั่น หรืออ่อนแรงผิดปกติ สำหรับผู้หญิง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเบาหวาน อาการอาจไม่ชัดเจน แต่อาจแสดงออกเป็นเหนื่อยผิดปกติ คลื่นไส้ ปวดหลังหรือกราม และหายใจลำบาก

หากมีอาการเข้าข่าย ไม่ควรเดินไปหยิบน้ำ ดื่มยาเอง หรือเข้านอนเพื่อรอดูอาการ ควรบอกคนใกล้ตัวและโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 ทันที ไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาลเอง เพราะผู้ป่วยอาจหมดสติหรือเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นระหว่างทางได้

ป้องกันโรคหัวใจ ไม่ได้อยู่ที่การงดเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว

การลดน้ำอัดลม เครื่องดื่มหวาน และแอลกอฮอล์เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพหัวใจ แต่ยังต้องควบคุมอาหารหวาน มัน และเค็ม รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ และนอนหลับให้เพียงพอ

ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง ควรตรวจสุขภาพตามนัดและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง การหยุดยาหรือปรับยาเองอาจทำให้โรคควบคุมไม่ได้ และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนโดยไม่รู้ตัว

สรุปอุทาหรณ์หญิงวัย 54 ปี เสียชีวิตกลางห้องครัว

กรณีหญิงวัย 54 ปีที่มีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรงก่อนล้มลงในห้องครัว สะท้อนให้เห็นว่าเหตุฉุกเฉินทางหัวใจสามารถเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือปัจจัยเสี่ยงอื่นอยู่ก่อนแล้ว

แม้จะพบขวดน้ำอัดลมอยู่ข้างตัว แต่ไม่ควรสรุปว่าน้ำอัดลมเพียงครั้งเดียวเป็นสาเหตุโดยตรงของการเสียชีวิต สิ่งที่ควรนำมาเป็นบทเรียนคือการลดเครื่องดื่มหวานและแอลกอฮอล์ในชีวิตประจำวัน ดูแลโรคประจำตัว และไม่ปล่อยให้อาการเจ็บหน้าอกผ่านไปโดยไม่ได้รับการตรวจ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากเจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เหงื่อแตก คลื่นไส้ หรือปวดร้าวไปแขน หลัง คอ หรือกราม ต้องรีบโทร 1669 ทันที เพราะการรักษาที่รวดเร็วช่วยลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล