สาวแท้งลูกซ้ำๆ 4 ครั้ง ตรวจร่างกายไม่เจออะไรผิดปกติ ที่แท้ปัญหาอยู่ที่ "สามี"

สาวแท้งลูกซ้ำๆ 4 ครั้ง ตรวจร่างกายไม่เจออะไรผิดปกติ ที่แท้ปัญหาอยู่ที่ "สามี"

สาวแท้งลูกซ้ำๆ 4 ครั้ง ตรวจร่างกายไม่เจออะไรผิดปกติ ที่แท้ปัญหาอยู่ที่ "สามี"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาวแท้งลูกซ้ำๆ 4 ครั้ง ตรวจร่างกายละเอียด ไม่พบความผิดปกติ ที่แท้ปัญหาอยู่ที่ "สามี"

คู่สามีภรรยาคู่หนึ่งในเมืองฝูโจว ประเทศจีน ต้องเผชิญกับฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อฝ่ายภรรยาตั้งครรภ์ถึง 4 ครั้ง แต่กลับลงเอยด้วยการแท้งในระยะแรกและตัวอ่อนหยุดเจริญเติบโตทุกครั้ง ทั้งคู่ตระเวนตรวจร่างกายอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ามดลูก รังไข่ และท่อนำไข่ของฝ่ายหญิงสมบูรณ์ปกติดีทุกอย่าง จนกระทั่งแพทย์ตัดสินใจส่งฝ่ายชายไปตรวจเชิงลึก และได้พบกับสาเหตุที่แท้จริง

ฝ่ายชายทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ มีพฤติกรรมนั่งติดโต๊ะทั้งวัน น้ำหนักเกิน ชอบกินมื้อดึก และติดดื่มน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่า เมื่อแพทย์ตรวจวิเคราะห์ลึกถึงระดับสารพันธุกรรม พบว่า ค่าเปอร์เซ็นต์ของตัวอสุจิที่มีสาย DNA แตกหักหรือเสียหายที่ซ่อนอยู่ภายในส่วนหัวของอสุจิ (DNA Fragmentation Index: DFI) พุ่งสูงเกิน 90% หมายความว่าอสุจิส่วนใหญ่เสียหายอย่างรุนแรง

หลังจากนั้น แพทย์จึงให้ฝ่ายชายปรับพฤติกรรมอย่างเข้มงวด ทั้งลดน้ำหนัก เลิกน้ำอัดลม งดมื้อดึก ออกกำลังกาย และปรับเวลานอนให้สม่ำเสมอ ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ค่า DFI ลดลงมาเหลือต่ำกว่า 30% จากนั้นทั้งคู่จึงเข้าสู่กระบวนการรักษาผู้มีบุตรยาก จนกระทั่งฝ่ายหญิงสามารถตั้งครรภ์และรักษาครรภ์ไว้ได้สำเร็จในที่สุด

ตรวจน้ำเชื้อปกติ อาจยังไม่พอ

หลายคนเข้าใจว่าการตรวจอสุจิแบบทั่วไป (Seminal Analysis) ที่ดูแค่ปริมาณ รูปร่าง และการเคลื่อนไหวก็เพียงพอแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงการตรวจ "รูปทรงภายนอก" เท่านั้น

ส่วน ค่า DFI (DNA Fragmentation Index) คือการผ่าตรวจลึกถึงเนื้อในของสารพันธุกรรม หากเปรียบอสุจิเป็นรถยนต์ ตัวรถอาจจะวิ่งได้ปกติและดูสมบูรณ์ แต่ข้อมูลหรือกล่องควบคุมข้างในกลับพังเสียหาย เมื่ออสุจิที่มีดีเอ็นเอแตกหักไปผสมกับไข่ แม้จะปฏิสนธิได้ แต่ตัวอ่อนมักไม่พัฒนาต่อ หยุดโตกลางคัน หรือนำไปสู่การแท้งซ้ำในที่สุด

เกณฑ์ค่า DFI ที่ควรรู้:

  • น้อยกว่า 15%: ดีเอ็นเอสมบูรณ์ดีมาก โอกาสตั้งครรภ์ราบรื่นสูง

  • 15% – 30%: ดีเอ็นเอเริ่มเสียหาย ต้องประเมินร่วมกับปัจจัยอื่นของทั้งคู่

  • มากกว่า 30%: ดีเอ็นเอเสียหายสูง เพิ่มความเสี่ยงตั้งครรภ์ไม่สำเร็จหรือแท้งในระยะแรก

ใครบ้างที่ควรตรวจลึกระดับ DNA อสุจิ?

  • ฝ่ายหญิงเคยแท้งบุตร หรือตัวอ่อนหยุดเจริญเติบโตตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป

  • ปล่อยมีลูกมานานแต่ไม่ติด โดยฝ่ายหญิงตรวจไม่พบความผิดปกติ

  • คู่ที่กำลังเตรียมตัวทำเด็กหลอดแก้ว (IVF / ICSI) หรือฉีดเชื้อ (IUI)

  • ผู้ชายที่มีพฤติกรรมเสี่ยง: น้ำหนักเกิน, นอนดึกเป็นประจำ, สูบบุหรี่, ดื่มแอลกอฮอล์ หรือติดน้ำหวาน

  • อาชีพที่ต้องนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง เช่น โปรแกรมเมอร์, พนักงานออฟฟิศ, คนขับรถ

  • ผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป หรือเคยมีประวัติเส้นเลือดขอดที่ถุงอัณฑะ

กู้คืนคุณภาพอสุจิได้ ไม่ต้องตื่นตระหนก

แพทย์ย้ำว่า วงจรการสร้างอสุจิใหม่จะใช้เวลาประมาณ 2–3 เดือน ดังนั้น หากพบว่าค่า DFI สูง จึงสามารถฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องวิตกกังวลจนเกินไป เพียงปรับพฤติกรรมชีวิต:

  1. คุมน้ำหนักและอาหาร: เลิกอาหารแปรรูป ของหวานจัด และมื้อดึก

  2. ขยับร่างกาย: ลุกเดินบ่อย ๆ ไม่นั่งแช่นาน เพื่อลดอุณหภูมิสะสมบริเวณถุงอัณฑะ

  3. พักผ่อนให้พอ: หยุดนอนดึก และงดบุหรี่-แอลกอฮอล์เด็ดขาด

การมีลูกเป็นเรื่องของคนสองคน เมื่อเกิดภาวะมีบุตรยากหรือแท้งซ้ำ อย่าเพิ่งโยนความกดดันไปที่ฝ่ายหญิงเพียงฝ่ายเดียว การที่ฝ่ายชายเปิดใจตรวจสุขภาพเชิงลึก จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดและประหยัดเวลาในการสร้างครอบครัวได้มากที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล