เด็ก 3 ขวบ กลืน "ถ่านกระดุม" เข้าไป แม่รู้รีบป้อน "1 เครื่องปรุง" ก่อนพาไป รพ. ช่วยชีวิตลูกสำเร็จ!

เด็ก 3 ขวบ กลืน "ถ่านกระดุม" เข้าไป แม่รู้รีบป้อน "1 เครื่องปรุง" ก่อนพาไป รพ. ช่วยชีวิตลูกสำเร็จ!

เด็ก 3 ขวบ กลืน "ถ่านกระดุม" เข้าไป แม่รู้รีบป้อน "1 เครื่องปรุง" ก่อนพาไป รพ. ช่วยชีวิตลูกสำเร็จ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เด็กชายวัย 3 ขวบกลืนถ่านกระดุม แม่รีบป้อนน้ำผึ้งและพาส่งโรงพยาบาล แพทย์ชื่นชม พร้อมเปิดวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง

เหตุการณ์เด็กชายวัย 3 ขวบกลืนถ่านกระดุม กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนผู้ปกครองถึงอันตรายจากสิ่งของชิ้นเล็กภายในบ้าน หลังผู้เป็นแม่ตัดสินใจป้อนน้ำผึ้งให้ลูกและรีบพาไปโรงพยาบาล แม้คนในครอบครัวจะมองว่าเป็นเพียงแบตเตอรี่ก้อนเล็กที่ไม่น่าก่ออันตรายร้ายแรง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ตามรายงานระบุว่า ขณะสามีกำลังรีบไปรับโทรศัพท์ เขาได้วางอุปกรณ์ทำความสะอาดหูที่ใช้ถ่านกระดุมไว้บนโต๊ะในห้องนั่งเล่น เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ลูกชายวัย 3 ขวบก็แกะอุปกรณ์ออก ก่อนที่ถ่านกระดุมด้านในจะหายไป

แม้เด็กชายจะปฏิเสธว่าไม่ได้กลืนถ่านเข้าไป แต่ผู้เป็นแม่ยังรู้สึกผิดสังเกต เมื่อค้นหาบริเวณโดยรอบแล้วยังไม่พบแบตเตอรี่ เธอจึงรีบเข้าไปในครัว ตักน้ำผึ้งให้ลูกกิน ก่อนยืนยันว่าจะต้องพาเด็กไปตรวจที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

 

ครอบครัวคิดว่าไม่อันตราย แต่แม่ไม่ยอมเสี่ยง

ในตอนแรก สมาชิกครอบครัวบางคนมองว่าเธอกังวลมากเกินไป เพราะถ่านมีขนาดเล็กและเชื่อว่าอาจเคลื่อนผ่านระบบทางเดินอาหารออกมากับอุจจาระได้เอง อย่างไรก็ตาม ผู้เป็นแม่ไม่ต้องการเสียเวลาโต้เถียง จึงอุ้มลูกออกจากบ้านและเรียกรถไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเมืองทันที

ผลเอกซเรย์ทำให้ทุกคนตกใจ เมื่อแพทย์พบว่าถ่านกระดุมติดอยู่ในหลอดอาหารของเด็ก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูง ทีมแพทย์จึงเร่งนำสิ่งแปลกปลอมออกด้วยการส่องกล้อง ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามมากกว่าเดิม

หลังนำถ่านออกได้สำเร็จ มีรายงานว่าแพทย์ชื่นชมการตัดสินใจของผู้เป็นแม่ที่รีบพาลูกมารับการรักษา รวมถึงการให้น้ำผึ้งระหว่างเตรียมเดินทาง อย่างไรก็ตาม น้ำผึ้งไม่ได้หยุดการบาดเจ็บทั้งหมด และไม่สามารถใช้แทนการรักษาฉุกเฉินที่โรงพยาบาลได้

ทำไมถ่านกระดุมจึงอันตรายต่อเด็กมากกว่าสิ่งแปลกปลอมทั่วไป?

ถ่านกระดุมมีขนาดเล็ก ผิวมันวาว และพบอยู่ในเครื่องใช้ใกล้ตัวหลายชนิด เช่น ของเล่น รีโมตคอนโทรล นาฬิกา เครื่องชั่ง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เด็กเล็กอาจหยิบเข้าปากได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อฝาปิดช่องใส่แบตเตอรี่หลวมหรือไม่ได้ขันสกรูให้แน่น

อันตรายสำคัญไม่ได้เกิดจากสารเคมีรั่วออกจากถ่านเพียงอย่างเดียว เมื่อถ่านติดอยู่ในหลอดอาหารและสัมผัสกับเนื้อเยื่อที่ชื้น อาจเกิดกระแสไฟฟ้าและสร้างสารด่างเข้มข้นบริเวณขั้วลบ สารดังกล่าวสามารถกัดทำลายเยื่อบุหลอดอาหารได้อย่างรวดเร็ว

แนวทางของ National Capital Poison Center ระบุว่า ถ่านกระดุมที่ติดในหลอดอาหารสามารถก่อให้เกิดแผลไหม้รุนแรงได้ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง เด็กบางคนอาจยังไม่มีอาการชัดเจนในช่วงแรก ผู้ปกครองจึงไม่ควรรอให้เด็กเจ็บ กลืนลำบาก หรืออาเจียนก่อนจึงค่อยไปโรงพยาบาล

เด็กกลืนถ่านกระดุมอาจมีอาการอะไรบ้าง?

เหตุการณ์กลืนถ่านกระดุมจำนวนไม่น้อยเกิดขึ้นโดยที่ผู้ใหญ่ไม่เห็น เด็กเล็กอาจยังบอกไม่ได้ว่ากลืนอะไรเข้าไป หรืออาจปฏิเสธเพราะกลัวถูกตำหนิ ผู้ปกครองควรสงสัยไว้ก่อน หากพบว่าแบตเตอรี่หายไปจากอุปกรณ์หรือเห็นช่องใส่ถ่านถูกเปิดออก

อาการที่อาจพบ ได้แก่ ไอ สำลัก น้ำลายไหล อาเจียน เจ็บหน้าอก ปวดท้อง กลืนลำบาก ไม่ยอมกินอาหาร หายใจมีเสียงดัง หรือร้องไห้ผิดปกติ แต่อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กทุกคน การไม่มีอาการจึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าปลอดภัย

หากสงสัยว่าเด็กกลืนเหรียญหรือวัตถุทรงกลม ก็ต้องแจ้งแพทย์ถึงความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นถ่านกระดุม เนื่องจากภาพเอกซเรย์ของวัตถุทั้งสองอาจดูคล้ายกัน แต่แนวทางการรักษาและระดับความเร่งด่วนต่างกันอย่างมาก

ทำไมน้ำผึ้งจึงอาจช่วยชะลอการบาดเจ็บจากถ่านกระดุม?

น้ำผึ้งมีความหนืดและสามารถช่วยเคลือบบริเวณที่ถ่านสัมผัสกับเยื่อบุหลอดอาหาร งานศึกษาที่เป็นพื้นฐานของแนวทางการรักษาพบว่า น้ำผึ้งอาจช่วยลดการเพิ่มขึ้นของค่าความเป็นด่างและชะลอความรุนแรงของแผลไหม้จากถ่านกระดุมได้

อย่างไรก็ตาม หลักฐานดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าน้ำผึ้งสามารถถอนพิษ ทำให้ถ่านเคลื่อนลงกระเพาะ หรือรักษาแผลได้เอง หน้าที่ของน้ำผึ้งเป็นเพียงการช่วยชะลอความเสียหายระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลเท่านั้น เพราะถ่านที่ติดอยู่ในหลอดอาหารยังต้องถูกนำออกโดยเร็ว

เด็กกลืนถ่านกระดุม ให้กินน้ำผึ้งได้เมื่อมีเงื่อนไขอะไรบ้าง?

ตามแนวทางของ National Capital Poison Center สามารถพิจารณาให้น้ำผึ้งระหว่างเดินทางไปห้องฉุกเฉินได้ เมื่อเข้าเงื่อนไขครบทุกข้อ ได้แก่ เด็กมีอายุอย่างน้อย 12 เดือน ยังสามารถกลืนได้ตามปกติ และคาดว่ากลืนถ่านกระดุมภายในช่วง 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

  • ให้น้ำผึ้งครั้งละประมาณ 10 มิลลิลิตร หรือประมาณ 2 ช้อนชา
  • ให้ซ้ำทุก 10 นาที แต่ไม่เกิน 6 ครั้ง
  • ให้เฉพาะเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปที่ยังกลืนได้
  • ควรใช้เฉพาะระหว่างรีบเดินทางไปโรงพยาบาล และต้องไม่ทำให้การเดินทางล่าช้า

ห้ามให้น้ำผึ้งแก่เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อโรคโบทูลิซึมในทารก และไม่ควรให้น้ำผึ้งหากเด็กกลืนไม่ได้ สำลัก หายใจลำบาก หมดสติ หรือไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นนานเกิน 12 ชั่วโมงแล้วหรือไม่ ในสถานการณ์เหล่านี้ควรโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

สงสัยว่าเด็กกลืนถ่านกระดุม ต้องทำอย่างไรทันที?

  1. รีบพาเด็กไปห้องฉุกเฉิน แม้เด็กยังดูปกติและไม่มีอาการ
  2. โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 หากเด็กหายใจลำบาก ตัวเขียว หมดสติ หรือไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย
  3. อย่าทำให้อาเจียน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลักและทำให้เนื้อเยื่อได้รับบาดเจ็บมากขึ้น
  4. นอกจากน้ำผึ้งตามเงื่อนไขข้างต้น ห้ามให้เด็กกินหรือดื่มอย่างอื่น จนกว่าแพทย์จะยืนยันตำแหน่งของถ่าน
  5. นำอุปกรณ์ กล่องบรรจุ หรือถ่านแบบเดียวกันไปด้วย หากหาได้ทันที แต่ไม่ควรเสียเวลาค้นหาจนทำให้ไปโรงพยาบาลช้า

หากเด็กมีอาการสำลักรุนแรง หายใจไม่ได้ หรือหมดสติ ให้โทร 1669 และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หากผู้ดูแลผ่านการฝึกปฐมพยาบาล ควรช่วยแก้ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นหรือทำ CPR ตามช่วงอายุของเด็ก ไม่ควรใช้นิ้วล้วงคอหากมองไม่เห็นวัตถุ เพราะอาจดันวัตถุให้ลึกกว่าเดิม

สิ่งที่ห้ามทำเมื่อเด็กกลืนแบตเตอรี่กระดุม

  • ห้ามรอดูว่าแบตเตอรี่จะออกมากับอุจจาระหรือไม่ ก่อนทราบตำแหน่งจากแพทย์
  • ห้ามทำให้เด็กอาเจียน
  • ห้ามป้อนอาหาร น้ำ นม หรือน้ำมัน เพื่อหวังให้ถ่านไหลลงกระเพาะ
  • ห้ามให้ยาระบายหรือสวนอุจจาระด้วยตัวเอง
  • ห้ามให้น้ำผึ้งแก่เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี หรือเด็กที่กลืนลำบาก
  • ห้ามเสียเวลาค้นหาถ่านนานจนทำให้ไปโรงพยาบาลล่าช้า

นำถ่านออกแล้ว ยังต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน

ความเสียหายจากถ่านกระดุมอาจดำเนินต่อไปได้แม้นำถ่านออกแล้ว โดยเฉพาะกรณีที่ถ่านติดอยู่ในหลอดอาหารเป็นเวลานาน ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ หลอดอาหารทะลุ หลอดอาหารตีบ การติดเชื้อในช่องอก หรือเกิดช่องเชื่อมผิดปกติกับหลอดลมและหลอดเลือด

ผู้ปกครองจึงควรพาเด็กไปติดตามอาการตามนัดอย่างเคร่งครัด หากกลับบ้านแล้วมีไข้ เจ็บหน้าอก อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ กลืนลำบาก ไอหรือหายใจผิดปกติ ต้องรีบกลับไปโรงพยาบาลทันที

วิธีป้องกันเด็กกลืนถ่านกระดุมภายในบ้าน

  • เก็บถ่านใหม่และถ่านใช้แล้วไว้ในภาชนะปิดสนิทและพ้นมือเด็ก
  • ตรวจสอบช่องใส่ถ่านของของเล่นและเครื่องใช้ให้ปิดแน่นอยู่เสมอ
  • เลือกอุปกรณ์ที่ช่องใส่แบตเตอรี่ต้องใช้ไขควงเปิด
  • ติดเทปปิดช่องใส่ถ่านเพิ่มเติม หากฝาปิดเริ่มหลวมหรือชำรุด
  • ไม่เปลี่ยนถ่านต่อหน้าเด็ก และไม่วางถ่านทิ้งไว้บนโต๊ะหรือพื้น
  • นำถ่านใช้แล้วไปกำจัดอย่างถูกวิธี เพราะถ่านที่หมดแล้วก็ยังก่ออันตรายได้

สรุป เด็กกลืนถ่านกระดุมคือเหตุฉุกเฉิน อย่ารอให้แสดงอาการ

เรื่องราวของเด็กชายวัย 3 ขวบรายนี้สะท้อนว่า สิ่งของขนาดเล็กอย่างถ่านกระดุมอาจสร้างอันตรายรุนแรงได้ภายในเวลาอันสั้น การรีบพาเด็กไปโรงพยาบาลมีความสำคัญกว่าการรอดูอาการหรือรอให้ถ่านออกมาเอง

น้ำผึ้งอาจช่วยชะลอการบาดเจ็บได้เฉพาะในเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปที่ยังกลืนได้ และคาดว่ากลืนถ่านภายใน 12 ชั่วโมง แต่ไม่ใช่ยารักษาและห้ามใช้แทนการพบแพทย์ สิ่งที่ช่วยลดความสูญเสียได้ดีที่สุดคือการไปถึงห้องฉุกเฉินให้เร็วที่สุด พร้อมป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงถ่านกระดุมตั้งแต่ต้น

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล