ชายเผย 2 เมนูมรณะ ทำน้ำตาลพุ่งกระฉูด 400 หลอดเลือดตาแตก "เกือบตาบอด"

ซดชาไข่มุกคู่ของทอดทุกวัน! ชายวัย 40+ น้ำตาลพุ่งกระฉูด 400 หลอดเลือดตาแตกเกือบตาบอด
ภัยเงียบสายหวาน ชายวัย 40+ กินชาชงคู่ของทอดทุกวัน น้ำตาลพุ่งทะลุ 400 หลอดเลือดฝอยจอตาแตกเกือบตาบอด
ใครที่ชอบดื่มน้ำหวาน เครื่องดื่มชง ของทอด ขนมปัง และของหวานทุกวัน ต้องระวังให้ดี! เพราะการกินตามใจปากนอกจากจะทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อดวงตาและการมองเห็นจนเสี่ยงตาบอดได้โดยไม่รู้ตัว
คุณหลิว ย่าฮุ่ย (Liu Yahui) นักโภชนาการ ได้แบ่งปันเคสอุทาหรณ์ผ่านคลิปวิดีโอในแฟนเพจเพื่อเตือนสติสายหวานว่า "ใครที่ยังดื่มน้ำหวานชงทุกวัน ระวังให้ดี! เพราะมันไม่ได้ทำให้แค่น้ำตาลในเลือดสูงเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้ตาบอดได้เลย!"
เธอเล่าว่า ชายวัย 40 กว่าปีรายนี้มีพฤติกรรมการกินตามใจชอบ อาหารเช้ามักจบที่ขนมปังชิ้นเดียว ส่วนระหว่างวันก็มักจะจับคู่ "เครื่องดื่มชงหวานๆ คู่กับของทอด" อยู่เสมอ ในตอนแรกภายนอกของเขากุดูปกติธรรมดา ไม่มีอาการเจ็บป่วยร้ายแรงให้เห็น แต่เมื่อมาตรวจระดับน้ำตาลในเลือดที่คลินิก กลับพบว่าค่าสูงทะลุไปถึง 400 mg/dL (ค่าปกติหลังอดอาหารควรน้อยกว่า 100 mg/dL) และเมื่อตรวจเช็กจอประสาทตาอย่างละเอียด ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าหลอดเลือดฝอยที่จอประสาทตาแตกเสียหายอย่างหนักจนเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากสถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต แพทย์จึงทำการส่งตัวเขาไปยังโรงพยาบาลใหญ่ทันทีเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน ซึ่งในเวลาต่อมาเมื่อคนไข้กลับมาติดตามอาการ เขายังคงรู้สึกโชคดีอย่างมากที่วันนั้นตัดสินใจมาตรวจร่างกายได้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นตาของเขาอาจจะบอดสนิทไปแล้ว
แฉ 3 กับดักอาหารหวาน-มัน ตัวการทำลายหลอดเลือด
นักโภชนาการชี้ว่า หลายคนชินชากับอาหารรสหวานจัดและมันจัดในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสายชาไข่มุก ของทอด หรือเบเกอรีต่างๆ แถมยังคิดว่าตัวเองยังอายุน้อย ร่างกายยังไหว จึงไม่ได้ระวังเรื่องปริมาณการกิน แต่การสะสมน้ำตาลและไขมันปริมาณมากเป็นเวลานาน จะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมหาศาลผ่าน 3 กับดักอาหารใกล้ตัว:
1. เครื่องดื่มชงรสหวาน (น้ำหวาน/น้ำผลไม้/น้ำอัดลม)
เครื่องดื่มเหล่านี้ถือเป็น "กับดักน้ำตาล" ที่คนมักละเลยมากที่สุด แม้แก้วจะดูไม่ใหญ่ แต่กลับอุดมไปด้วยน้ำตาลรีไฟน์ (Refined Sugar) ปริมาณสูง ซึ่งซึมเข้าสู่กระแสเลือดและดันระดับน้ำตาลให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากดื่มเป็นประจำโดยไม่ควบคุม ปริมาณน้ำตาลจะสะสมจนกลายพฤติกรรมติดหวานเรื้อรัง
2. ของทอด (ไก่ทอด, เฟรนช์ฟรายส์)
ของทอดให้ปริมาณพลังงานและไขมันสูงมาก ยิ่งไปกว่านั้น คนส่วนใหญ่มักชอบรับประทานของทอดคู่กับน้ำหวานชง เท่ากับว่าร่างกายต้องแบกรับทั้งไขมัน แคลอรี และน้ำตาลพร้อมๆ กันในมื้อเดียว ส่งผลให้ระบบเผาผลาญและหลอดเลือดทำงานหนักเป็นสองเท่า
3. ขนมหวาน เบเกอรี และคุกกี้
อย่ามองข้ามของว่างยามบ่ายชิ้นเล็กๆ เพราะเมนูเหล่านี้คือส่วนผสมของ "แป้งขัดขาว + น้ำมัน + น้ำตาลทราย" ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเหวี่ยงขึ้นอย่างรวดเร็ว คนที่ชอบกินของหวานเป็นของว่างทุกวันจึงเสี่ยงเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงสะสมโดยไม่รู้ตัว
อย่าคิดว่า "ยังหนุ่มยังสาว" แล้วน้ำตาลจะไม่ทำร้ายคุณ
นักโภชนาการเน้นย้ำปิดท้ายว่า สิ่งที่ต้องระวังไม่ใช่แค่การกินหวานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการจับคู่ระหว่าง "แป้งแปรรูปสูง + ไขมันสูง" ซึ่งพบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น ชาไข่มุกคู่ไก่ทอด หรือกาแฟเย็นคู่เค้กชิ้นโปรด หากทำจนเป็นนิสัย จะทำให้ร่างกายจมอยู่ในสภาวะน้ำตาลและแคลอรีสูงเกินมาตรฐานตลอดเวลา
ผลกระทบจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (High Blood Sugar) ไม่ได้ทำลายแค่ตับอ่อนเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบหลอดเลือดทั่วร่างกาย หลอดเลือดที่ไต และหลอดเลือดฝอยที่ดวงตา ดังนั้น จึงไม่ควรชะล่าใจคิดว่าอายุยังน้อยแล้วจะไม่เป็นไร ควรรีบปรับพฤติกรรมการกินก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี