นักสืบเอกชนเผย 5 จุดซ่อน "เครื่องติดตาม" ที่พบเจอบ่อยที่สุด แต่คนส่วนใหญ่หาผิดจุด
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
นักสืบเอกชนมาเผยเอง 5 จุดซ่อน "เครื่องติดตาม" ที่พบเจอบ่อยที่สุด พร้อมเผยข้อผิดพลาดใหญ่ที่คนชอบทำเมื่อเจอ
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์ติดตามขนาดเล็กอย่าง AirTag หรือเครื่องติดตามผ่าน Bluetooth กลายเป็นสิ่งใกล้ตัวที่หาซื้อได้ง่ายและราคาถูก ทว่าในมุมกลับกัน มันกลับถูกนำมาใช้ในทางที่ผิด ทั้งการสะกดรอยตามและการคุมคามสิทธิส่วนบุคคล
รายงานวิเคราะห์ข้อมูลจาก Google Search พบว่า ยอดการค้นหาคำว่า "Tracker" พุ่งสูงขึ้นถึง 81% ในรอบปีที่ผ่านมา ขณะที่คำว่า "AirTag" มียอดค้นหาสูงถึง 2.6 ล้านครั้งต่อเดือน สะท้อนถึงความวิตกกังวลของสังคมที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
คนส่วนใหญ่หาผิดจุด! 5 ตำแหน่งสุดฮิตที่นักสืบมักตรวจพบ
อุสมาน อาเหม็ด นักสืบเอกชนและผู้ก่อตั้ง British Lie Detector Test เปิดเผยว่า คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเครื่องติดตามต้องถูกนำไปติดไว้ใต้ท้องรถเหมือนในภาพยนตร์หรือโซเชียลมีเดีย แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากมีผู้ต้องการติดตามพฤติกรรมของคุณจริงๆ พวกเขาจะเลือกซุกซ่อนไว้กับสิ่งของที่คุณต้องพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยทุกวันมากกว่า
โดย 5 จุดซ่อนเครื่องติดตามที่นักสืบเอกชนพบเจอบ่อยที่สุด มีดังนี้:
1. กระเป๋าสะพายและกระเป๋าถือ: ซุกซ่อนตามช่องเล็กๆ หรือมุมก้นกระเป๋าที่คุณไม่ค่อยได้เปิดใช้งาน
2. กระเป๋าเสื้อโค้ตและซับในเสื้อแจ็กเก็ต: ซ่อนไว้ในช่องกระเป๋าเสื้อนอก หรือตามรอยตะเข็บซับในเสื้อหนาว
3. รถเข็นเด็กและกระเป๋านักเรียน: อาศัยสิ่งของของเด็กเป็นตัวติดตามพฤติกรรมของพ่อแม่
4. ช่องเก็บของภายในรถยนต์: ซ่อนอยู่ในเก๊ะเก็บของ ช่องข้างประตู หรือใต้เบาะ นำมาซ่อนได้ง่ายกว่าการมุดไปติดใต้ท้องรถ
5. กระเป๋าเดินทาง: มักถูกแอบใส่ไว้ช่วงเดินทางท่องเที่ยวหรือไปทำงานต่างจังหวัด
สมาร์ทโฟนช่วยตรวจจับได้ไหม?
ปัจจุบันทั้งระบบ iOS (Apple) และ Android ต่างมีฟีเจอร์การแจ้งเตือนความปลอดภัย หากระบบตรวจพบว่ามีอุปกรณ์ติดตามแปลกหน้า เดินทางเคลื่อนที่ไปพร้อมกับคุณเป็นระยะเวลานาน
อย่างไรก็ตาม นักสืบเอกชนเตือนว่าไม่ควรพึ่งพาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว เพราะสมาร์ทโฟนบางรุ่นหรือระบบปฏิบัติการที่ไม่ได้รับการอัปเดตอาจไม่ส่งการแจ้งเตือนเลย การหมั่นสังเกตสิ่งรอบตัวและการตรวจสอบสิ่งของส่วนตัวยังคงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
iStockphoto
ข้อผิดพลาดใหญ่ที่สุดเมื่อเจอเครื่องติดตาม
อุสมานระบุว่า ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่สุดที่คนส่วนใหญ่ทำเมื่อบังเอิญเจอเครื่องติดตามซ่อนอยู่ คือ "การตกใจแล้วโยนทิ้งไปในทันที"
หากมีคนตั้งใจนำอุปกรณ์ดังกล่าวมาติดไว้กับตัวหรือทรัพย์สินของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต อุปกรณ์ชิ้นนั้นถือเป็น "หลักฐานสำคัญทางกฎหมาย" ที่สามารถใช้นำสืบหาตัวผู้กระทำผิดได้ สิ่งที่คุณควรทำเมื่อเจอเครื่องติดตาม คือ:
| ข้อควรปฏิบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| 1. ถ่ายภาพบันทึกหลักฐาน | ถ่ายรูปตำแหน่งที่พบอุปกรณ์ไว้หลายๆ มุมอย่างชัดเจนก่อนเคลื่อนย้าย |
| 2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง | พยายามจับให้น้อยที่สุดเพื่อรักษาลายนิ้วมือแฝงบนตัวอุปกรณ์ |
| 3. เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ | นำอุปกรณ์พร้อมหลักฐานภาพถ่ายไปมอบให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนตามกฎหมาย |
ทั้งนี้ นักสืบเอกชนทิ้งท้ายว่า อุปกรณ์ติดตามตัวไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้ายในตัวมันเอง เพราะมันช่วยผู้คนหาพวงกุญแจหรือกระเป๋าเดินทางที่สูญหายได้วันละหลายล้านคน ทว่าความรู้เท่าทันและการตั้งสติเมื่อพบสิ่งแปลกปลอม คือสิ่งสำคัญที่สุดในการปกป้องความปลอดภัยของตัวคุณเอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี