หมอยังอึ้ง! ชายวัย 45 ฟื้นจากสโตรก รีบเขียน "ข้อความถึงภรรยา" อ่านแล้วประทับใจ

หมอยังอึ้ง! ชายวัย 45 ฟื้นจากสโตรก รีบเขียน "ข้อความถึงภรรยา" อ่านแล้วประทับใจ

หมอยังอึ้ง! ชายวัย 45 ฟื้นจากสโตรก รีบเขียน "ข้อความถึงภรรยา" อ่านแล้วประทับใจ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชายวัย 45 ปีฟื้นจาก “สโตรก” รุนแรง สิ่งแรกที่ทำทำให้หมอประทับใจ รีบเขียนข้อความถึงภรรยา

ชายวัย 45 ปีรายหนึ่งเกิดภาวะ โรคหลอดเลือดสมองตีบจากลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดสมองขนาดใหญ่ จนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการหมดสติ

หลังทีมแพทย์ทำการรักษาด้วยการนำลิ่มเลือดออกจากหลอดเลือดได้สำเร็จ และผู้ป่วยเริ่มฟื้นคืนสติ สิ่งแรกที่เขาทำกลับไม่ใช่การถามถึงอาการของตัวเอง แต่เป็นการขอกระดาษและปากกา เพื่อเขียนข้อความถึงภรรยาเกี่ยวกับงานที่ยังค้างอยู่

เหตุการณ์นี้สร้างความประทับใจให้กับทีมแพทย์ เพราะสะท้อนให้เห็นว่า แม้เพิ่งผ่านภาวะวิกฤต ชายคนนี้ยังคงคิดถึงความรับผิดชอบและคนรอบตัว

ฟื้นจากภาวะสโตรก แต่สิ่งแรกที่ทำคือเขียนข้อความถึงภรรยา

ข้อมูลจากศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลบั๊กมาย (Bach Mai Hospital) ประเทศเวียดนาม ระบุว่า ผู้ป่วยชายวัย 45 ปีถูกนำส่งโรงพยาบาลในภาวะ โรคหลอดเลือดสมองรุนแรงจากการอุดตันของหลอดเลือดสมองขนาดใหญ่

ขณะมาถึงโรงพยาบาล ผู้ป่วยอยู่ในภาวะหมดสติ แต่โชคดีที่ได้รับการนำส่งภายใน “ช่วงเวลาทอง” (Golden Time) ทำให้แพทย์สามารถดำเนินการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ทีมแพทย์ได้ทำหัตถการนำลิ่มเลือดออกด้วยวิธี Mechanical Thrombectomy เพื่อเปิดทางให้เลือดกลับไปเลี้ยงสมองอีกครั้ง โดยการรักษาผ่านไปได้ด้วยดีและสามารถนำลิ่มเลือดที่อุดตันออกมาได้สำเร็จ

หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อผู้ป่วยเริ่มรู้สึกตัว แม้ยังอยู่ระหว่างการช่วยหายใจ เขากลับพยายามหาปากกาและกระดาษเพื่อเขียนข้อความบางอย่าง

ลายมือที่ยังไม่ชัดเจนจากอาการหลังสโตรก ระบุข้อความถึงภรรยาว่า เขาต้องการให้ภรรยาช่วยแจ้งที่ทำงานและจัดการส่งต่องานที่ยังค้างอยู่ในวันถัดไป

“แม้อยู่ในช่วงอันตราย เขายังคิดถึงหน้าที่”

ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลบั๊กมาย ระบุว่า สิ่งที่ทำให้ทีมรักษาประทับใจคือ แม้ผู้ป่วยเพิ่งผ่านภาวะที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต แต่เขายังคงนึกถึงงานที่ยังไม่เสร็จ และต้องการจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น

กรณีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการนำผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว เพราะการได้รับการรักษาภายในช่วงเวลาที่เหมาะสม สามารถเพิ่มโอกาสฟื้นตัวและลดความพิการหลังเกิดโรคได้

6 สิ่งที่ควรทำ และ 3 สิ่งที่ไม่ควรทำ เมื่อพบผู้ป่วยสโตรก

โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจทำให้เสียชีวิตหรือเกิดความพิการถาวรได้ การรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ

6 สิ่งที่ควรทำ

1. รีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที

เมื่อสงสัยว่าคนใกล้ตัวอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ควรโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที ไม่ควรรอดูอาการ เพราะทุกนาทีมีความสำคัญ

ทีมแพทย์ฉุกเฉินสามารถช่วยดูแลเบื้องต้นระหว่างเดินทาง และนำผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมด้านการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง

2. แจ้งเจ้าหน้าที่ว่า “สงสัยโรคหลอดเลือดสมอง”

เมื่อโทรขอความช่วยเหลือ ควรแจ้งชัดเจนว่าผู้ป่วยอาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อให้ทีมฉุกเฉินเตรียมอุปกรณ์และประสานโรงพยาบาลที่เหมาะสม

3. จดจำและติดตามอาการของผู้ป่วย

ระหว่างรอความช่วยเหลือ ควรสังเกตอาการ เช่น เวลาที่เริ่มมีอาการ แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว รวมถึงข้อมูลสำคัญ เช่น โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติแพ้ยา เพื่อแจ้งแพทย์

4. ให้ผู้ป่วยนอนในท่าที่เหมาะสม

หากผู้ป่วยยังรู้สึกตัว ควรให้พักในท่านอนตะแคง ยกศีรษะสูงเล็กน้อย และคลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น

หากผู้ป่วยล้มลง ไม่ควรเคลื่อนย้ายโดยไม่จำเป็น เพราะอาจทำให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น

5. ทำ CPR หากผู้ป่วยหยุดหายใจ

หากผู้ป่วยหมดสติและไม่หายใจ ควรประเมินอาการและเริ่มช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) หากมีความรู้และสามารถทำได้

6. ตั้งสติระหว่างรอความช่วยเหลือ

ควรพยายามควบคุมสติและช่วยเหลือผู้ป่วยตามขั้นตอน ไม่ควรตื่นตระหนกจนทำให้การช่วยเหลือล่าช้า

3 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อพบผู้ป่วยสโตรก

1. ห้ามให้ผู้ป่วยกินยาเอง

แม้บางคนจะคิดว่าการให้ยา เช่น แอสไพริน อาจช่วยละลายลิ่มเลือด แต่โรคหลอดเลือดสมองไม่ได้เกิดจากลิ่มเลือดอุดตันเสมอไป บางกรณีเกิดจากหลอดเลือดในสมองแตก

ดังนั้น หากยังไม่ทราบชนิดของโรค ห้ามให้ผู้ป่วยรับประทานยาเอง

2. ห้ามให้อาหารหรือน้ำ

ผู้ป่วยสโตรกจำนวนมากมีปัญหาเรื่องการกลืน หากให้กินอาหารหรือน้ำ อาจเกิดการสำลัก อุดกั้นทางเดินหายใจ และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนได้

3. ห้ามให้ผู้ป่วยขับรถไปโรงพยาบาลเอง

อาการของโรคหลอดเลือดสมองอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังอยู่ในภาวะฉุกเฉิน ควรเรียกรถพยาบาลแทนการเดินทางเอง

“เวลา คือ สมอง” ยิ่งรักษาเร็ว โอกาสฟื้นตัวยิ่งสูง

โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะที่ต้องแข่งกับเวลา เพราะเมื่อสมองขาดเลือดและออกซิเจน เซลล์สมองจะเริ่มเสียหายภายในเวลาไม่กี่นาที

สำหรับโรคหลอดเลือดสมองตีบ การรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดมีช่วงเวลาสำคัญประมาณ 4.5 ชั่วโมง หลังเริ่มมีอาการ ขณะที่การนำลิ่มเลือดออกด้วยเครื่องมืออาจทำได้ในบางกรณีภายในประมาณ 6–24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับลักษณะของผู้ป่วย

อาการเตือนที่ควรรีบไปโรงพยาบาล ได้แก่

  • หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว
  • พูดไม่ชัด พูดไม่ได้
  • แขนหรือขาอ่อนแรง ชาหรือไม่มีแรงข้างใดข้างหนึ่ง
  • มองเห็นผิดปกติอย่างฉับพลัน
  • เวียนศีรษะรุนแรง เดินเซ หรือหมดสติ

อย่ารอดูอาการ อย่ารักษาเอง และอย่าเสียเวลาไปกับวิธีพื้นบ้าน เพราะทุกนาทีที่ผ่านไปอาจหมายถึงการสูญเสียเซลล์สมองเพิ่มขึ้น

แหล่งอ้างอิง: ศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลบั๊กมาย (Bach Mai Hospital), ข้อมูลแนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล