อย่ามัวถ่ายคลิป! 5 พฤติกรรมสัตว์ผิดปกติ เห็นแล้วรีบหนี อาจเป็นสัญญาณเตือน สิ่งที่มนุษย์ยังไม่รู้!

อย่ามัวถ่ายคลิป! 5 พฤติกรรมสัตว์ผิดปกติ เห็นแล้วรีบหนี อาจเป็นสัญญาณเตือน สิ่งที่มนุษย์ยังไม่รู้!

อย่ามัวถ่ายคลิป! 5 พฤติกรรมสัตว์ผิดปกติ เห็นแล้วรีบหนี อาจเป็นสัญญาณเตือน สิ่งที่มนุษย์ยังไม่รู้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พฤติกรรมสัตว์ผิดปกติแบบไหน อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติ? ทำไมสัตว์รับรู้ได้ก่อนมนุษย์?

เรื่องเล่าเกี่ยวกับสัตว์ที่แสดงพฤติกรรมผิดปกติก่อนเกิดภัยพิบัติมีอยู่ทั่วโลก ทั้งช้างที่จู่ ๆ วิ่งหนีขึ้นที่สูง ฝูงนกบินแตกตื่น สัตว์เลี้ยงกระวนกระวาย หรือสัตว์น้ำจำนวนมากเข้ามาใกล้ชายฝั่ง จนเกิดความเชื่อว่าสัตว์อาจมี “ระบบเตือนภัย” ที่มนุษย์ไม่มี

คำถามคือ สัตว์รู้ล่วงหน้าได้จริงหรือเป็นเพียงเหตุการณ์บังเอิญ? คำตอบทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันคือ สัตว์บางชนิดอาจตรวจจับความเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้เร็วกว่ามนุษย์ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้คาดการณ์ได้ว่ามีสิ่งผิดปกติกำลังจะเกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นพฤติกรรมเหล่านี้ยังไม่แม่นยำพอที่จะใช้พยากรณ์ภัยพิบัติโดยลำพัง แต่เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์สามารถสังเกตสิ่งผิดปกติ คาดการณ์ และระวังตัวได้

สัตว์รับรู้ภัยธรรมชาติได้ก่อนมนุษย์จริงหรือไม่?

สัตว์จำนวนมากมีประสาทสัมผัสไวต่อแรงสั่นสะเทือน เสียงความถี่ต่ำ กลิ่น และความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมมากกว่ามนุษย์ ตัวอย่างเช่น ก่อนแรงสั่นสะเทือนรุนแรงจากแผ่นดินไหวจะมาถึง อาจมีคลื่นปฐมภูมิหรือ P-wave เดินทางมาถึงก่อน ซึ่งสัตว์บางชนิดอาจรับรู้แรงสั่นเบา ๆ นี้ได้

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่สัตว์อาจรับรู้ได้เร็วกว่ามนุษย์อาจมีเพียงไม่กี่วินาทีหรือช่วงเวลาสั้น ๆ หลังแผ่นดินไหวเริ่มเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าสัตว์ทุกชนิดสามารถรู้ล่วงหน้าเป็นวันหรือเป็นสัปดาห์ได้ สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่า ยังไม่มีพฤติกรรมสัตว์รูปแบบใดที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอจนใช้ทำนายวัน เวลา สถานที่ และขนาดของแผ่นดินไหวได้อย่างน่าเชื่อถือ

ช้างวิ่งหนีผิดปกติ อาจรับรู้แรงสั่นสะเทือนหรือเสียงความถี่ต่ำ

ช้างสามารถรับรู้เสียงความถี่ต่ำและแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านพื้นดินได้ดี เมื่อเกิดเสียงหรือแรงสั่นที่ทำให้รู้สึกถึงอันตราย ช้างอาจหยุดนิ่ง ยกเท้า ส่งเสียงเตือน รวมฝูง หรือวิ่งออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว แม้ตามปกติจะไม่ได้แสดงอาการแตกตื่นเช่นนั้น

หลังเหตุสึนามิในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2547 มีรายงานเกี่ยวกับช้างและสัตว์บางชนิดที่เคลื่อนตัวหนีขึ้นพื้นที่สูงก่อนคลื่นมาถึง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ถือเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจน ว่าช้างสามารถทำนายสึนามิได้ทุกครั้ง

หากพบสัตว์ใหญ่หลายตัววิ่งหนีอย่างผิดธรรมชาติ ไม่ควรเข้าไปขวางทาง เข้าใกล้เพื่อถ่ายภาพ หรือยืนดูอยู่ในเส้นทางที่สัตว์กำลังเคลื่อนตัว เพราะสัตว์ที่ตกใจอาจเปลี่ยนทิศทางกะทันหันและทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้ได้รับอันตรายได้

 

สัตว์น้ำแห่ขึ้นฝั่งหรือเกยตื้น เป็นสัญญาณสึนามิหรือไม่?

ยังสรุปไม่ได้ว่าสัตว์น้ำเกยตื้นหมายถึงสึนามิกำลังมา เพราะการเกยตื้นอาจเกิดจากสัตว์บาดเจ็บ ป่วย หลงทิศ ไล่ตามอาหาร กระแสน้ำเปลี่ยน อุณหภูมิน้ำผิดปกติ มลพิษ สาหร่ายพิษ หรือเสียงรบกวนใต้น้ำ การพบสัตว์ทะเลขึ้นฝั่งจึงไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าจะเกิดแผ่นดินไหวหรือสึนามิ

หากพบปลา วาฬ โลมา หรือสัตว์ทะเลจำนวนมากเกยตื้น ควรออกห่างจากสัตว์ ไม่ผลักกลับทะเลหรือสัมผัสด้วยตนเอง และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ซึ่งอาจสะบัดตัวหรือมีเชื้อโรคที่เป็นอันตรายได้

ขณะเดียวกัน หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดพร้อมกับแผ่นดินไหวรุนแรง น้ำทะเลลดหรือเพิ่มอย่างรวดเร็ว หรือมีเสียงคำรามผิดปกติจากทะเล ให้ถือสัญญาณทางธรรมชาติเหล่านั้นเป็นเหตุอพยพทันที ไม่ควรเสียเวลายืนดูหรือถ่ายคลิป

พฤติกรรมสัตว์แบบไหนควรทำให้เราเพิ่มความระมัดระวัง?

  • สัตว์ใหญ่แตกตื่นและเคลื่อนตัวพร้อมกัน: เช่น ช้างหรือฝูงสัตว์วิ่งออกจากพื้นที่โดยไม่มีสิ่งรบกวนที่มองเห็นได้
  • สัตว์เลี้ยงกระวนกระวายผิดปกติ: สุนัขเห่าไม่หยุด แมวหลบซ่อน หรือพยายามหนีออกจากบริเวณเดิม
  • นกจำนวนมากบินแตกฝูง: อาจตอบสนองต่อเสียง แรงสั่นสะเทือน สภาพอากาศ หรือภัยคุกคามใกล้ตัว
  • สัตว์ใต้ดินออกมาบนผิวดินพร้อมกัน: อาจเกี่ยวข้องกับน้ำท่วม ดินอิ่มน้ำ อุณหภูมิ หรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง
  • สัตว์น้ำเปลี่ยนเส้นทางหรือขึ้นฝั่งจำนวนมาก: ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ แต่ยังไม่ควรสรุปเองว่าเป็นสัญญาณสึนามิ

พฤติกรรมเหล่านี้ควรถูกมองเป็น “เหตุให้สังเกตสถานการณ์เพิ่มเติม” ไม่ใช่คำพยากรณ์ เพราะสัตว์อาจแตกตื่นจากผู้ล่า เสียงดัง ไฟป่า พายุ การเปลี่ยนแปลงของอากาศ หรือกิจกรรมของมนุษย์ได้เช่นกัน

สัญญาณสึนามิที่เห็นแล้วต้องหนีทันที ไม่ต้องรอดูสัตว์

สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NOAA ระบุสัญญาณธรรมชาติสำคัญของสึนามิ ได้แก่ รู้สึกถึงแผ่นดินไหวรุนแรงหรือยาวนาน เห็นระดับน้ำทะเลลดหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้ยินเสียงคำรามดังผิดปกติจากทะเล เมื่อพบสัญญาณใดสัญญาณหนึ่ง ควรรีบเคลื่อนตัวขึ้นที่สูงหรือเข้าไปด้านในแผ่นดินทันที โดยไม่ต้องรอประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ

หากอยู่ริมทะเลและแผ่นดินไหวแรงจนยืนลำบาก ให้ป้องกันตัวจากแรงสั่นสะเทือนก่อน เมื่อการสั่นหยุดลงจึงรีบอพยพออกจากชายฝั่ง อย่าลงไปเก็บปลา เปลือกหอย หรือถ่ายภาพบริเวณที่น้ำทะเลลด เพราะน้ำที่หายไปอาจกลับมาเป็นคลื่นรุนแรงภายในเวลาไม่นาน

สึนามิไม่ได้มีเพียงลูกเดียว และคลื่นลูกแรกอาจไม่ใช่ลูกที่สูงหรือรุนแรงที่สุด จึงไม่ควรกลับเข้าพื้นที่จนกว่าเจ้าหน้าที่จะประกาศว่าปลอดภัยแล้ว อ่านคำแนะนำเพิ่มเติมได้จาก 

พบสัตว์แตกตื่น ควรถ่ายคลิปหรือรีบหนี?

หากมีเพียงสัตว์แสดงพฤติกรรมผิดปกติ แต่ยังไม่มีแผ่นดินไหว สภาพอากาศรุนแรง หรือสัญญาณอันตรายอื่น ควรถอยออกมาอยู่ในจุดปลอดภัย สังเกตจากระยะห่าง และตรวจสอบประกาศจากหน่วยงานราชการ ไม่จำเป็นต้องแตกตื่นหรืออพยพทันทีจากพฤติกรรมสัตว์เพียงอย่างเดียว

แต่หากสัตว์แตกตื่นพร้อมกับสัญญาณภัยที่เห็นหรือสัมผัสได้ เช่น พื้นดินสั่น น้ำทะเลเปลี่ยนระดับอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามจากทะเล กลิ่นควัน หรือไฟกำลังลุกลาม อย่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปจนเสียเวลา ให้รีบออกจากพื้นที่ แจ้งเตือนคนรอบข้าง และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่

สรุป สัตว์อาจรู้สึกไวกว่า แต่ไม่ใช่เครื่องทำนายภัยพิบัติ

สัตว์บางชนิดมีประสาทสัมผัสที่ไวต่อแรงสั่นสะเทือน เสียง และความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม จึงอาจตอบสนองต่ออันตรายเร็วกว่าที่มนุษย์สังเกตเห็น ดังนั้นพฤติกรรมสัตว์หลายครั้งจึงมาก่อนการเกิดแผ่นดินไหว สึนามิ หรือภัยพิบัติต่างๆ

แต่สิ่งที่ช่วยชีวิตได้มากกว่าการเดาว่าสัตว์กำลังบอกอะไร คือการรู้จักสัญญาณภัยที่ได้รับการยืนยัน เตรียมเส้นทางอพยพ ติดตามประกาศจากหน่วยงานทางการ และตัดสินใจออกจากพื้นที่ให้เร็ว เมื่อมีสัญญาณจริงปรากฏขึ้น เพราะในนาทีฉุกเฉิน การรีบไปยังจุดปลอดภัยสำคัญกว่าการได้ภาพหรือคลิปที่น่าตื่นตาตื่นใจเสมอ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล