6 อาหารไฟเบอร์สูงปรี๊ด "มากกว่าถั่ว" ทางเลือกใหม่ๆ ของคนอยากขับถ่ายดี!

6 อาหารไฟเบอร์สูงปรี๊ด "มากกว่าถั่ว" ทางเลือกใหม่ๆ ของคนอยากขับถ่ายดี!

6 อาหารไฟเบอร์สูงปรี๊ด "มากกว่าถั่ว" ทางเลือกใหม่ๆ ของคนอยากขับถ่ายดี!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เบื่อถั่วทำไงดี? เปิดพิกัด 6 อาหารไฟเบอร์สูงปรี๊ด ช่วยปรับสมดุลลำไส้ อิ่มนาน พุงยุบ

เมื่อพูดถึงอาหารไฟเบอร์สูง "ถั่ว" มักจะเป็นชื่อแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึง และนั่นก็มีเหตุผลที่สมควร เพราะถั่วดำต้มสุกครึ่งถ้วยให้ใยอาหารสูงถึง 7.7 กรัม ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการทำยอดใยอาหารให้ครบตามที่ร่างกายต้องการ โดยปกติแล้วผู้หญิงควรได้รับไฟเบอร์อย่างน้อย 25 กรัมต่อวัน ส่วนผู้ชายควรได้รับ 38 กรัมต่อวัน (หรือคิดง่ายๆ คือไฟเบอร์ 14 กรัมต่อทุกๆ 1,000 แคลอรีที่บริโภค)

แต่ถ้าคุณไม่ใช่สายชอบกินถั่วล่ะ? ไม่ต้องกังวลไป! ยังมีอาหารไฟเบอร์สูงอีกหลายชนิดที่ให้ใยอาหารต่อเสิร์ฟในปริมาณที่น่าทึ่ง ไม่แพ้หรืออาจจะมากกว่าถั่วด้วยซ้ำ เหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหาร โดยไม่ต้องง้อถั่วอีกต่อไป


สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  • เมล็ดเชีย อะโวคาโด และราสเบอร์รี่ เป็นทางเลือกไฟเบอร์สูง รสชาติอร่อย ที่ใช้แทนถั่วได้อย่างดีเยี่ยม
  • ถั่วลันเตา เลนทิล และอาร์ติโชก ให้ทั้งไฟเบอร์และโปรตีน ช่วยส่งเสริมสุขภาพระบบย่อยอาหารและลำไส้
  • การปรับเปลี่ยนเมนูง่ายๆ ด้วยการเพิ่มเมล็ดพืช พืชตระกูลถั่ว หรือผัก จะช่วยให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์ครบตามความต้องการในแต่ละวัน

เปิดพิกัด 6 อาหารไฟเบอร์สูงกว่าถั่ว อร่อย ทานง่าย ได้ประโยชน์แน่น

1. เมล็ดเชีย (Chia Seeds)

ปริมาณไฟเบอร์: 9.75 กรัม ต่อ 1 ออนซ์ (ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ)

แม้จะมีขนาดเล็กจิ๋ว แต่เมล็ดเชียกลับอุดมไปด้วยสารอาหารอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ 2 ช้อนโต๊ะ ก็ให้ไฟเบอร์สูงถึง 9.75 กรัม แถมยังแน่นไปด้วยโอเมก้า 3 จากพืชและโปรตีน ช่วยให้อิ่มนาน บำรุงหัวใจ และลดการอักเสบในร่างกาย เมื่อดูดซับน้ำ เมล็ดเชียจะพองตัวมีลักษณะคล้ายเจล จึงเหมาะมากสำหรับใส่ในสมูทตี้ ข้าวโอ๊ต หรือพุดดิ้ง

*ทริกแนะนำ:* ลองผสมลงใน Overnight Oats ทาบนขนมปังเนยถั่ว หรือทำพุดดิ้งเบอร์รี่เมล็ดเชีย

2. อะโวคาโด (Avocado)

ปริมาณไฟเบอร์: 9.25 กรัม ต่อ 1 ผล (หรือประมาณ 5 กรัม ต่อครึ่งผล)

ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและไขมันดีบำรุงหัวใจ แต่อะโวคาโดก็มีปริมาณไฟเบอร์ที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน แถมยังนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายและง่ายดาย

*ทริกแนะนำ:* นำไปทำเป็นดิปปิ้ง น้าสลัด ทาบนขนมปังปิ้ง ใส่ในสมูทตี้ หรือหั่นเต๋าโรยหน้าสลัดเพื่อเพิ่มปริมาณไฟเบอร์ในมื้ออาหาร

3. ถั่วลันเตา (Green Peas)

ปริมาณไฟเบอร์: 8.8 กรัม ต่อ 1 ถ้วย (ต้มสุก)

การเพิ่มถั่วลันเตาลงในมื้ออาหารเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดในการเพิ่มไฟเบอร์ โดยถั่วลันเตาต้มสุก 1 ถ้วย ให้ไฟเบอร์มากกว่าถั่วดำครึ่งถ้วยเสียอีก แถมยังให้โปรตีนจากพืชสูงถึง 9 กรัม มีทั้งไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยสนับสนุนแบคทีเรียชนิดดีและสร้างความหลากหลายให้กับไมโครไบโอมในลำไส้

*ทริกแนะนำ:* นำไปปั่นทำซอสเพสโต้รสหวานนุ่มนวล หรือปั่นรวมกับถั่วลูกไก่และสมุนไพรทำเป็นดิปปิ้งแสนอร่อย

4. อาร์ติโชก (Artichokes)

ปริมาณไฟเบอร์: 8.75 กรัม ต่อ 1 หัว

อาร์ติโชกเป็นหนึ่งในผักที่มีไฟเบอร์สูงที่สุด แต่กลับมักถูกมองข้าม ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากกับการเตรียมอาร์ติโชกสด เพราะการเลือกใช้อาร์ติโชกกระป๋องก็ช่วยให้คุณนำมาปรุงอาหารได้สะดวกและรวดเร็ว รสชาติกลมกล่อมเข้ากันได้ดีกับหลายเมนู

*ทริกแนะนำ:* หั่นแกนอาร์ติโชกโรยหน้าพิซซ่า ใส่ในชามธัญพืช (Grain Bowl) ผัดกับพาสต้า หรือนำไปอบเป็นเครื่องเคียงง่ายๆ

5. ราสเบอร์รี่ (Raspberries)

ปริมาณไฟเบอร์: 8 กรัม ต่อ 1 ถ้วย

ราสเบอร์รี่คือหนึ่งในผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงที่สุด มาพร้อมรสชาติเปรี้ยวหวานลงตัว นำไปทำได้ทั้งเมนูอาหารเช้าและของหวาน ไม่เพียงแต่มีไฟเบอร์สูงเท่านั้น แต่ยังแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและโพลีฟีนอล ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและการทำงานของระบบประสาท

*ทริกแนะนำ:* โรยหน้าถ้วยโยเกิร์ต ทานเล่นเป็นของว่าง หรือนำราสเบอร์รี่สดไปเคี่ยวทำแยมโฮมเมด

6. ถั่วเลนทิล (Lentils)

ปริมาณไฟเบอร์: 7.8 กรัม ต่อ ½ ถ้วย (ต้มสุก)

ถั่วเลนทิลเป็นพืชตระกูลถั่วที่ให้ไฟเบอร์สูงมาก และข้อดีคือสุกเร็วกว่าถั่วเมล็ดแห้งชนิดอื่น จึงสะดวกในการมีติดตู้เย็นไว้ ถั่วเลนทิลต้มสุกเพียงครึ่งถ้วยให้ไฟเบอร์เกือบ 8 กรัม พร้อมโปรตีนและธาตุเหล็ก รสชาติที่หอมมันนุ่มนวลเข้ากันได้ดีกับเครื่องเทศและผักนานาชนิด


มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ

ไฟเบอร์ไม่จำเป็นต้องมาจากถั่วเพียงอย่างเดียว ตั้งแต่เมล็ดเชีย ราสเบอร์รี่ ไปจนถึงถั่วลันเตาและอะโวคาโด มีทางเลือกแสนอร่อยมากมายที่จะช่วยเพิ่มไฟเบอร์ลงในจานของคุณ อาหารเหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่ไฟเบอร์สูงเท่านั้น แต่ยังปรับเปลี่ยนทำเมนูได้หลากหลาย เตรียมง่าย และอุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพโดยรวม

การปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ เช่น การใส่ถั่วเลนทิลลงในซุป หรือการใส่ถั่วลันเตาลงในพาสต้า สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับร่างกายได้ หัวใจสำคัญคือการเลือกอาหารไฟเบอร์สูงที่คุณชื่นชอบจริงๆ แล้วนำมาปรับใช้กับเมนูที่คุณรับประทานอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน


*เรียบเรียงจากบทความสุขภาพ EatingWell*

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล