เพิ่งรู้! "กะหล่ำปลี" ที่เรากินทุกวันนี้ ประวัติไม่ธรรมดา แต่เกี่ยวข้องกับ "เจ้าดารารัศมี"

เพิ่งรู้! "กะหล่ำปลี" ที่เรากินทุกวันนี้ ประวัติไม่ธรรมดา แต่เกี่ยวข้องกับ "เจ้าดารารัศมี"

เพิ่งรู้! "กะหล่ำปลี" ที่เรากินทุกวันนี้ ประวัติไม่ธรรมดา แต่เกี่ยวข้องกับ "เจ้าดารารัศมี"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รู้หรือไม่? "กะหล่ำปลี" ที่เรากินกันทุกวันนี้ มีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวข้องกับ "พระราชชายาเจ้าดารารัศมี" 

"กะหล่ำปลี" ผักธรรมดาที่อยู่ในเมนูอาหารของคนไทยมานาน ไม่ว่าจะเป็นกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ต้มจืด สุกี้ หมูกระทะ หรือกินสดเป็นเครื่องเคียง แต่ใครจะคิดว่าเบื้องหลังผักหัวกลมๆ ที่เราคุ้นเคย จะมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของล้านนาอย่าง พระราชชายาเจ้าดารารัศมี

เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ ในอดีตกะหล่ำปลีและพืชผักเมืองหนาวอีกหลายชนิดไม่ได้เป็นพืชที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในไทยเหมือนทุกวันนี้ แต่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงมีบทบาทในการทดลองนำพืชจากต่างถิ่นมาปลูก และหนึ่งในนั้นคือ กะหล่ำปลี จากการทดลองในสวนของพระองค์ ก่อนจะนำไปขยายพันธุ์และส่งเสริมให้ประชาชนนำไปปลูก

เรื่องราวของกะหล่ำปลีจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผัก แต่สะท้อนให้เห็นถึงพระกรณียกิจด้านการเกษตรที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

iStockphoto

กะหล่ำปลีที่เห็นทุกวัน เคยเป็น “พืชทดลอง”

ทุกวันนี้ถ้าเดินตลาดสด เราอาจเห็นกะหล่ำปลีวางขายเป็นเรื่องปกติ จนแทบไม่เคยตั้งคำถามว่า “กะหล่ำปลีเข้ามาปลูกในบ้านเราได้อย่างไร?” โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งมีสภาพอากาศเหมาะสมกับการปลูกผักอย่างกะหล่ำปลี แครอต หรือพืชเมืองหนาวอื่นๆ จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา

แต่ในอดีตการนำพืชจากต่างประเทศมาปลูกในพื้นที่ใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องทดลองว่าเมล็ดพันธุ์สามารถเติบโตได้หรือไม่ สภาพอากาศเหมาะสมแค่ไหน และต้องใช้วิธีการดูแลอย่างไร ซึ่งหนึ่งในพื้นที่ที่มีการทดลองปลูกพืชเหล่านี้คือ “สวนเจ้าสบาย” บริเวณพระตำหนักดาราภิรมย์ จังหวัดเชียงใหม่

“สวนเจ้าสบาย” มากกว่าสวน แต่เป็นพื้นที่ทดลองเกษตร

พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงสนพระทัยด้านการเกษตรและการพัฒนาพืชพันธุ์ โดยทรงนำเมล็ดพันธุ์พืชจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาทดลองเพาะปลูก พื้นที่สวนเจ้าสบายจึงมีลักษณะคล้ายพื้นที่ทดลองทางการเกษตรในยุคนั้น

ข้อมูลจากสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุถึงการทดลองปลูกพืชหลายชนิด เช่น กะหล่ำปลี แครอต บีทรูท และแคนตาลูป ซึ่งเป็นพืชที่เหมาะกับสภาพอากาศเย็น สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อทดลองแล้วได้ผล พระองค์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการปลูกภายในสวน แต่มีการขยายพันธุ์และนำผลผลิตไปจำหน่าย รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการนำความรู้และพันธุ์พืชไปใช้ประโยชน์ต่อไป

พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์Facebook / พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์

กะหล่ำปลีมาเกี่ยวข้องกับเจ้าดารารัศมีอย่างไร?

ข้อมูลเกี่ยวกับสวนเจ้าสบายระบุว่า มีการนำเมล็ดพันธุ์พืชจากต่างประเทศมาทดลองปลูก และกะหล่ำปลีเป็นหนึ่งในพืชที่ได้รับการทดลอง โดยการทดลองปลูกเมล็ดพันธุ์กะหล่ำปลีจากต่างประเทศประสบผลสำเร็จ ก่อนจะมีการขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปทดลองปลูก จนเริ่มแพร่หลายในพื้นที่เชียงใหม่

ไม่ได้มีแค่กะหล่ำปลี!

นอกจากกะหล่ำปลีแล้ว สวนเจ้าสบายยังมีการทดลองพืชอีกหลายชนิด โดยเฉพาะพืชที่ต้องการอากาศค่อนข้างเย็น เช่น แครอต บีทรูท แคนตาลูป และหน่อไม้ฝรั่ง รวมถึงการทดลองพันธุ์ลำไย และการนำเครื่องมือรวมถึงวิธีการทางการเกษตรมาใช้เพื่อช่วยทุ่นแรงในการทำสวน

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงให้ความสำคัญกับการทดลองและพัฒนาการเกษตรอย่างเป็นระบบ สวนจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงผลิตอาหารสำหรับพระตำหนัก แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับเรียนรู้และต่อยอดเพื่อการดำรงชีวิตของประชาชนโดยตรง

Facebook / พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เจ้าดารารัศมี บุคคลสำคัญแห่งล้านนา

พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงเป็นพระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 และเป็นพระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักสยามกับล้านนาในช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง

หลังจากเสด็จกลับมาประทับที่เชียงใหม่ พระองค์ทรงทุ่มเทพระกรณียกิจให้กับการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมล้านนา ทั้งด้านดนตรี การฟ้อนรำ ภาษา การแต่งกาย และขนบธรรมเนียมประเพณี ขณะเดียวกัน ยังทรงสนพระทัยเรื่องการเกษตรและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วย

ดังนั้นครั้งหน้าที่เห็นกะหล่ำปลีในจาน อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเพียง "ผักธรรมดา" เพราะกะหล่ำปลีหนึ่งหัวอาจพาเราย้อนกลับไปถึงเรื่องราวของการทดลองทางการเกษตร และพระกรณียกิจของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีเมื่อกว่าร้อยปีก่อน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล