เพิ่งรู้! "กะหล่ำปลี" ที่เรากินทุกวันนี้ ประวัติไม่ธรรมดา แต่เกี่ยวข้องกับ "เจ้าดารารัศมี"

รู้หรือไม่? "กะหล่ำปลี" ที่เรากินกันทุกวันนี้ มีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวข้องกับ "พระราชชายาเจ้าดารารัศมี"
"กะหล่ำปลี" ผักธรรมดาที่อยู่ในเมนูอาหารของคนไทยมานาน ไม่ว่าจะเป็นกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ต้มจืด สุกี้ หมูกระทะ หรือกินสดเป็นเครื่องเคียง แต่ใครจะคิดว่าเบื้องหลังผักหัวกลมๆ ที่เราคุ้นเคย จะมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญของล้านนาอย่าง พระราชชายาเจ้าดารารัศมี
เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ ในอดีตกะหล่ำปลีและพืชผักเมืองหนาวอีกหลายชนิดไม่ได้เป็นพืชที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในไทยเหมือนทุกวันนี้ แต่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงมีบทบาทในการทดลองนำพืชจากต่างถิ่นมาปลูก และหนึ่งในนั้นคือ กะหล่ำปลี จากการทดลองในสวนของพระองค์ ก่อนจะนำไปขยายพันธุ์และส่งเสริมให้ประชาชนนำไปปลูก
เรื่องราวของกะหล่ำปลีจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของผัก แต่สะท้อนให้เห็นถึงพระกรณียกิจด้านการเกษตรที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
iStockphoto
กะหล่ำปลีที่เห็นทุกวัน เคยเป็น “พืชทดลอง”
ทุกวันนี้ถ้าเดินตลาดสด เราอาจเห็นกะหล่ำปลีวางขายเป็นเรื่องปกติ จนแทบไม่เคยตั้งคำถามว่า “กะหล่ำปลีเข้ามาปลูกในบ้านเราได้อย่างไร?” โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งมีสภาพอากาศเหมาะสมกับการปลูกผักอย่างกะหล่ำปลี แครอต หรือพืชเมืองหนาวอื่นๆ จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา
แต่ในอดีตการนำพืชจากต่างประเทศมาปลูกในพื้นที่ใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นต้องทดลองว่าเมล็ดพันธุ์สามารถเติบโตได้หรือไม่ สภาพอากาศเหมาะสมแค่ไหน และต้องใช้วิธีการดูแลอย่างไร ซึ่งหนึ่งในพื้นที่ที่มีการทดลองปลูกพืชเหล่านี้คือ “สวนเจ้าสบาย” บริเวณพระตำหนักดาราภิรมย์ จังหวัดเชียงใหม่
“สวนเจ้าสบาย” มากกว่าสวน แต่เป็นพื้นที่ทดลองเกษตร
พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงสนพระทัยด้านการเกษตรและการพัฒนาพืชพันธุ์ โดยทรงนำเมล็ดพันธุ์พืชจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาทดลองเพาะปลูก พื้นที่สวนเจ้าสบายจึงมีลักษณะคล้ายพื้นที่ทดลองทางการเกษตรในยุคนั้น
ข้อมูลจากสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุถึงการทดลองปลูกพืชหลายชนิด เช่น กะหล่ำปลี แครอต บีทรูท และแคนตาลูป ซึ่งเป็นพืชที่เหมาะกับสภาพอากาศเย็น สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อทดลองแล้วได้ผล พระองค์ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการปลูกภายในสวน แต่มีการขยายพันธุ์และนำผลผลิตไปจำหน่าย รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการนำความรู้และพันธุ์พืชไปใช้ประโยชน์ต่อไป
Facebook / พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์
กะหล่ำปลีมาเกี่ยวข้องกับเจ้าดารารัศมีอย่างไร?
ข้อมูลเกี่ยวกับสวนเจ้าสบายระบุว่า มีการนำเมล็ดพันธุ์พืชจากต่างประเทศมาทดลองปลูก และกะหล่ำปลีเป็นหนึ่งในพืชที่ได้รับการทดลอง โดยการทดลองปลูกเมล็ดพันธุ์กะหล่ำปลีจากต่างประเทศประสบผลสำเร็จ ก่อนจะมีการขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปทดลองปลูก จนเริ่มแพร่หลายในพื้นที่เชียงใหม่
ไม่ได้มีแค่กะหล่ำปลี!
นอกจากกะหล่ำปลีแล้ว สวนเจ้าสบายยังมีการทดลองพืชอีกหลายชนิด โดยเฉพาะพืชที่ต้องการอากาศค่อนข้างเย็น เช่น แครอต บีทรูท แคนตาลูป และหน่อไม้ฝรั่ง รวมถึงการทดลองพันธุ์ลำไย และการนำเครื่องมือรวมถึงวิธีการทางการเกษตรมาใช้เพื่อช่วยทุ่นแรงในการทำสวน
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงให้ความสำคัญกับการทดลองและพัฒนาการเกษตรอย่างเป็นระบบ สวนจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงผลิตอาหารสำหรับพระตำหนัก แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับเรียนรู้และต่อยอดเพื่อการดำรงชีวิตของประชาชนโดยตรง
Facebook / พิพิธภัณฑ์พระตำหนักดาราภิรมย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เจ้าดารารัศมี บุคคลสำคัญแห่งล้านนา
พระราชชายาเจ้าดารารัศมีทรงเป็นพระธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 และเป็นพระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างราชสำนักสยามกับล้านนาในช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง
หลังจากเสด็จกลับมาประทับที่เชียงใหม่ พระองค์ทรงทุ่มเทพระกรณียกิจให้กับการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมล้านนา ทั้งด้านดนตรี การฟ้อนรำ ภาษา การแต่งกาย และขนบธรรมเนียมประเพณี ขณะเดียวกัน ยังทรงสนพระทัยเรื่องการเกษตรและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วย
ดังนั้นครั้งหน้าที่เห็นกะหล่ำปลีในจาน อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเพียง "ผักธรรมดา" เพราะกะหล่ำปลีหนึ่งหัวอาจพาเราย้อนกลับไปถึงเรื่องราวของการทดลองทางการเกษตร และพระกรณียกิจของพระราชชายาเจ้าดารารัศมีเมื่อกว่าร้อยปีก่อน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


