ใช้นิ้วโป้งกดทับนิ้วนาง ป้องกันมะเร็งได้จริงไหม? กรมการแพทย์มีคำตอบ : เช็กข่าวชัวร์

ใช้นิ้วโป้งกดทับนิ้วนาง ป้องกันมะเร็งได้จริงไหม? กรมการแพทย์มีคำตอบ : เช็กข่าวชัวร์

ใช้นิ้วโป้งกดทับนิ้วนาง ป้องกันมะเร็งได้จริงไหม? กรมการแพทย์มีคำตอบ : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Fact Check ใช้นิ้วโป้งกดทับนิ้วนาง 1 สัปดาห์ ป้องกันเนื้องอกและมะเร็งทุกชนิดได้จริงหรือไม่?

ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความอ้างว่า “ใช้นิ้วโป้งกดทับนิ้วนางเป็นเวลา 1 สัปดาห์” สามารถช่วยป้องกันเนื้องอกและมะเร็งได้ทุกชนิด ทำให้ประชาชนบางส่วนเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีดูแลสุขภาพด้วยตนเอง

Sanook News ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็น ข่าวปลอม (Fake News) เนื่องจากไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือทางการแพทย์ยืนยันว่า การใช้นิ้วกดทับกันสามารถป้องกันหรือรักษาโรคเนื้องอกและมะเร็งได้ โดยได้รับการตรวจสอบจากโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

คำถาม

จริงหรือไม่ที่การใช้นิ้วโป้งกดทับนิ้วนางเป็นเวลา 1 สัปดาห์ สามารถช่วยป้องกันเนื้องอกและมะเร็งได้ทุกชนิด?

การตรวจสอบ

โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวและระบุว่า การใช้นิ้วโป้งกดทับนิ้วนางเพื่อป้องกันเนื้องอกและมะเร็งทุกชนิด ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์หรือทางการแพทย์รองรับ

โรคเนื้องอกและมะเร็งเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อน ไม่สามารถป้องกันหรือรักษาได้ด้วยการใช้นิ้วทับกัน หรือวิธีการกดนิ้วในลักษณะดังกล่าว

นอกจากนี้ ไม่พบแนวทางปฏิบัตินี้ในตำราการแพทย์แผนไทย โดยการรักษาโรคมะเร็งที่ถูกต้องจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง และใช้วิธีมาตรฐาน เช่น การผ่าตัด เคมีบำบัด หรือรังสีรักษา ตามความเหมาะสมของผู้ป่วย

สำหรับศาสตร์การแพทย์แผนไทย มีการใช้การนวดหรือการกดจุดเพื่อช่วยบรรเทาอาการบางประเภท เช่น อาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้อตึง หรือโรคออฟฟิศซินโดรม แต่ต้องอาศัยหลักการ ตำแหน่ง และแนวเส้นที่ชัดเจนตามหลักสรีรวิทยา ไม่ใช่การใช้นิ้วทับกันเพื่อป้องกันโรคร้ายแรง

ข้อเท็จจริง

ข่าวที่อ้างว่าใช้นิ้วโป้งกดทับนิ้วนาง 1 สัปดาห์ สามารถป้องกันเนื้องอกและมะเร็งทุกชนิดได้ เป็นข่าวปลอม ไม่เป็นความจริง และไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ การป้องกันและรักษาโรคมะเร็งควรใช้วิธีมาตรฐานภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

อ้างอิง

  1. ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
  2. โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล