คราบสีชมพูในห้องน้ำ คืออะไร? แท้จริงแล้วไม่ใช่เชื้อรา ถ้าเจอให้รีบกำจัดออก

คราบสีชมพูในห้องน้ำ คืออะไร? แท้จริงแล้วไม่ใช่เชื้อรา ถ้าเจอให้รีบกำจัดออก

คราบสีชมพูในห้องน้ำ คืออะไร? แท้จริงแล้วไม่ใช่เชื้อรา ถ้าเจอให้รีบกำจัดออก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คราบสีชมพูในห้องน้ำ คืออะไร อันตรายหรือไม่ เฉลยแท้จริงแล้วไม่ใช่เชื้อราอย่างที่หลายคนคิด ถ้าเจอให้รีบกำจัดออก

เคยสงสัยไหมว่า คราบสีชมพูในห้องน้ำ ที่มักเกาะอยู่ตามขอบอ่างล้างหน้า ฝักบัว ร่องยาแนว หรือ โถสุขภัณฑ์ เกิดจากอะไร หลายคนอาจเรียกว่า “ราแดง” หรือ “เชื้อราสีชมพู” แต่ความจริงแล้วคราบเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเชื้อรา แต่เป็นการสะสมของแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Serratia marcescens

แบคทีเรียชนิดนี้สามารถสร้างเม็ดสีชมพูหรือแดง ทำให้เกิดคราบลักษณะคล้ายเมือกบนพื้นผิวที่เปียกชื้น จึงมักพบในห้องน้ำที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำขังหรือมีคราบสบู่สะสม

คราบสีชมพูในห้องน้ำเกิดจากอะไร?

Serratia marcescens เป็นแบคทีเรียที่ชอบสภาพแวดล้อมชื้น ๆ และสามารถใช้สารตกค้างต่าง ๆ เป็นแหล่งอาหาร เช่น คราบสบู่ แชมพู น้ำมันจากผิวหนัง รวมถึงสารอินทรีย์ที่สะสมอยู่บนพื้นผิว

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคราบสีชมพูจึงมักปรากฏในบริเวณเหล่านี้

  • ขอบอ่างล้างหน้าและอ่างอาบน้ำ
  • พื้นห้องน้ำบริเวณที่มีน้ำกระเด็น
  • ร่องยาแนว
  • ม่านอาบน้ำ
  • บริเวณรอบท่อน้ำหรือสะดืออ่าง
  • ใต้ขอบฝารองนั่งชักโครก

คราบสีชมพูในห้องน้ำอันตรายหรือไม่?

สำหรับคนทั่วไป การสัมผัสกับ Serratia marcescens ในปริมาณเล็กน้อยมักไม่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรง แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้คราบสะสมเป็นเวลานาน เพราะแบคทีเรียสามารถเพิ่มจำนวนและสร้างชั้นไบโอฟิล์ม (Biofilm) ซึ่งทำให้กำจัดได้ยากขึ้น

ดร. คาราน ราจัน ศัลยแพทย์ชาวอังกฤษ อธิบายว่า แบคทีเรียชนิดนี้มักเจริญเติบโตในพื้นที่ชื้นและใช้คราบไขมันจากสบู่หรือแชมพูเป็นแหล่งอาหาร จึงพบได้บ่อยในห้องน้ำ

อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้คราบดังกล่าวสัมผัสกับดวงตาหรือบาดแผลเปิด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น เยื่อบุตาอักเสบ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคัน แสบตา หรือมีหนองได้

ดร. คาราน ราจัน ให้ความรู้เรื่องคราบสีชมพู

ใครควรระวังคราบแบคทีเรียชนิดนี้เป็นพิเศษ?

แม้คนทั่วไปมักไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง แต่กลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจมีความเสี่ยงมากกว่า เช่น

  • เด็กเล็ก
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังบางชนิด
  • ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือเคมีบำบัด

ในกลุ่มเสี่ยง หากเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือช่องทางต่าง ๆ อาจนำไปสู่การติดเชื้อในอวัยวะ เช่น ปอด ระบบทางเดินปัสสาวะ หรือกระแสเลือด ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

วิธีกำจัดคราบสีชมพูในห้องน้ำ

1. ทำความสะอาดทันทีเมื่อพบคราบ
ใช้แปรงหรือฟองน้ำขัดบริเวณที่มีคราบ พร้อมน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย

2. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อกับคราบฝังแน่น
บริเวณร่องยาแนวหรือจุดที่ทำความสะอาดยาก อาจใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของสารฟอกขาวหรือสารฆ่าเชื้อที่เหมาะกับพื้นผิวนั้น ๆ โดยควรใช้อย่างถูกวิธีและหลีกเลี่ยงการผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน

3. สวมถุงมือขณะทำความสะอาด
แม้คราบสีชมพูจะไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรงสำหรับคนทั่วไป แต่การสวมถุงมือช่วยลดการสัมผัสกับแบคทีเรียและสารเคมีจากน้ำยาทำความสะอาด

วิธีป้องกันไม่ให้คราบสีชมพูกลับมาอีก

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเติบโตตั้งแต่แรก โดยควรลดความชื้นและดูแลความสะอาดของห้องน้ำอย่างสม่ำเสมอ

  • เปิดพัดลมระบายอากาศหรือเปิดหน้าต่างหลังอาบน้ำ
  • เช็ดบริเวณที่มีน้ำขังให้แห้ง
  • ทำความสะอาดคราบสบู่และคราบน้ำมันจากร่างกายเป็นประจำ
  • ซักหรือเปลี่ยนม่านอาบน้ำและผ้ารองในห้องน้ำตามความเหมาะสม
  • ตรวจสอบท่อรั่วหรือจุดที่มีน้ำขัง

เห็นคราบสีชมพู ไม่ต้องตกใจ แต่ไม่ควรปล่อยไว้

คราบสีชมพูในห้องน้ำไม่ได้หมายความว่าเป็น “เชื้อราพิษ” แต่เป็นสัญญาณว่าบริเวณนั้นมีความชื้นและมีการสะสมของจุลินทรีย์ หากพบควรรีบทำความสะอาด พร้อมปรับสภาพห้องน้ำให้แห้งและมีอากาศถ่ายเท เพื่อช่วยลดโอกาสที่คราบจะกลับมาอีก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล