คราบสีชมพูในห้องน้ำ คืออะไร? แท้จริงแล้วไม่ใช่เชื้อรา ถ้าเจอให้รีบกำจัดออก

คราบสีชมพูในห้องน้ำ คืออะไร อันตรายหรือไม่ เฉลยแท้จริงแล้วไม่ใช่เชื้อราอย่างที่หลายคนคิด ถ้าเจอให้รีบกำจัดออก
เคยสงสัยไหมว่า คราบสีชมพูในห้องน้ำ ที่มักเกาะอยู่ตามขอบอ่างล้างหน้า ฝักบัว ร่องยาแนว หรือ โถสุขภัณฑ์ เกิดจากอะไร หลายคนอาจเรียกว่า “ราแดง” หรือ “เชื้อราสีชมพู” แต่ความจริงแล้วคราบเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเชื้อรา แต่เป็นการสะสมของแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Serratia marcescens
แบคทีเรียชนิดนี้สามารถสร้างเม็ดสีชมพูหรือแดง ทำให้เกิดคราบลักษณะคล้ายเมือกบนพื้นผิวที่เปียกชื้น จึงมักพบในห้องน้ำที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำขังหรือมีคราบสบู่สะสม
คราบสีชมพูในห้องน้ำเกิดจากอะไร?
Serratia marcescens เป็นแบคทีเรียที่ชอบสภาพแวดล้อมชื้น ๆ และสามารถใช้สารตกค้างต่าง ๆ เป็นแหล่งอาหาร เช่น คราบสบู่ แชมพู น้ำมันจากผิวหนัง รวมถึงสารอินทรีย์ที่สะสมอยู่บนพื้นผิว
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคราบสีชมพูจึงมักปรากฏในบริเวณเหล่านี้
- ขอบอ่างล้างหน้าและอ่างอาบน้ำ
- พื้นห้องน้ำบริเวณที่มีน้ำกระเด็น
- ร่องยาแนว
- ม่านอาบน้ำ
- บริเวณรอบท่อน้ำหรือสะดืออ่าง
- ใต้ขอบฝารองนั่งชักโครก
คราบสีชมพูในห้องน้ำอันตรายหรือไม่?
สำหรับคนทั่วไป การสัมผัสกับ Serratia marcescens ในปริมาณเล็กน้อยมักไม่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรง แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้คราบสะสมเป็นเวลานาน เพราะแบคทีเรียสามารถเพิ่มจำนวนและสร้างชั้นไบโอฟิล์ม (Biofilm) ซึ่งทำให้กำจัดได้ยากขึ้น
ดร. คาราน ราจัน ศัลยแพทย์ชาวอังกฤษ อธิบายว่า แบคทีเรียชนิดนี้มักเจริญเติบโตในพื้นที่ชื้นและใช้คราบไขมันจากสบู่หรือแชมพูเป็นแหล่งอาหาร จึงพบได้บ่อยในห้องน้ำ
อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้คราบดังกล่าวสัมผัสกับดวงตาหรือบาดแผลเปิด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น เยื่อบุตาอักเสบ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคัน แสบตา หรือมีหนองได้
ดร. คาราน ราจัน ให้ความรู้เรื่องคราบสีชมพู
ใครควรระวังคราบแบคทีเรียชนิดนี้เป็นพิเศษ?
แม้คนทั่วไปมักไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง แต่กลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจมีความเสี่ยงมากกว่า เช่น
- เด็กเล็ก
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรังบางชนิด
- ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือเคมีบำบัด
ในกลุ่มเสี่ยง หากเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือช่องทางต่าง ๆ อาจนำไปสู่การติดเชื้อในอวัยวะ เช่น ปอด ระบบทางเดินปัสสาวะ หรือกระแสเลือด ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
วิธีกำจัดคราบสีชมพูในห้องน้ำ
1. ทำความสะอาดทันทีเมื่อพบคราบ
ใช้แปรงหรือฟองน้ำขัดบริเวณที่มีคราบ พร้อมน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย
2. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อกับคราบฝังแน่น
บริเวณร่องยาแนวหรือจุดที่ทำความสะอาดยาก อาจใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของสารฟอกขาวหรือสารฆ่าเชื้อที่เหมาะกับพื้นผิวนั้น ๆ โดยควรใช้อย่างถูกวิธีและหลีกเลี่ยงการผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน
3. สวมถุงมือขณะทำความสะอาด
แม้คราบสีชมพูจะไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรงสำหรับคนทั่วไป แต่การสวมถุงมือช่วยลดการสัมผัสกับแบคทีเรียและสารเคมีจากน้ำยาทำความสะอาด
วิธีป้องกันไม่ให้คราบสีชมพูกลับมาอีก
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเติบโตตั้งแต่แรก โดยควรลดความชื้นและดูแลความสะอาดของห้องน้ำอย่างสม่ำเสมอ
- เปิดพัดลมระบายอากาศหรือเปิดหน้าต่างหลังอาบน้ำ
- เช็ดบริเวณที่มีน้ำขังให้แห้ง
- ทำความสะอาดคราบสบู่และคราบน้ำมันจากร่างกายเป็นประจำ
- ซักหรือเปลี่ยนม่านอาบน้ำและผ้ารองในห้องน้ำตามความเหมาะสม
- ตรวจสอบท่อรั่วหรือจุดที่มีน้ำขัง
เห็นคราบสีชมพู ไม่ต้องตกใจ แต่ไม่ควรปล่อยไว้
คราบสีชมพูในห้องน้ำไม่ได้หมายความว่าเป็น “เชื้อราพิษ” แต่เป็นสัญญาณว่าบริเวณนั้นมีความชื้นและมีการสะสมของจุลินทรีย์ หากพบควรรีบทำความสะอาด พร้อมปรับสภาพห้องน้ำให้แห้งและมีอากาศถ่ายเท เพื่อช่วยลดโอกาสที่คราบจะกลับมาอีก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


