ไขปริศนา "สายชาร์จ-หูฟัง" ทำไมชอบพันกัน บางทีผูกเป็นปมแน่นยังกับถูกจับมัด

ไขปริศนา "สายชาร์จ-หูฟัง" ทำไมชอบพันกัน บางทีผูกเป็นปมแน่นยังกับถูกจับมัด

ไขปริศนา "สายชาร์จ-หูฟัง" ทำไมชอบพันกัน บางทีผูกเป็นปมแน่นยังกับถูกจับมัด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขปริศนา "สายชาร์จ-หูฟัง" ทำไมใส่กระเป๋าแป๊บเดียวถึงพันยุ่งเหยิง บางทีเป็นปมแน่นยังกับมีคนจับมัด วิทยาศาสตร์มีคำตอบ

เคยสงสัยไหมว่า ก่อนออกจากบ้านเราเก็บ สายชาร์จหรือสายหูฟัง ลงกระเป๋าอย่างเรียบร้อย แต่พอหยิบออกมาอีกครั้ง กลับพันกันยุ่งจนต้องเสียเวลาค่อย ๆ แกะ บางครั้งถึงขั้นกลายเป็นปมหลายชั้น ทั้งที่ไม่มีใครไปแตะต้องมันเลย

เรื่องที่ดูเหมือนเป็นความลึกลับเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันนี้ จริง ๆ แล้วสามารถอธิบายได้ด้วยหลักฟิสิกส์ และนักวิทยาศาสตร์ยังเคยทำการทดลองเพื่อศึกษาว่า เหตุใดสายหรือเชือกจึงสามารถสร้างปมขึ้นมาได้เองเมื่อถูกเขย่าหรือเคลื่อนที่

สายไม่ได้อยู่นิ่ง แม้เราจะไม่ได้จับมัน

หลังจากใส่สายชาร์จหรือหูฟังลงในกระเป๋า เราอาจคิดว่าสายจะอยู่ในสภาพเดิมจนกว่าจะหยิบออกมา แต่ในความเป็นจริง ทุกครั้งที่เราเดิน วิ่ง ขึ้นรถ หรือขยับกระเป๋า สิ่งของด้านในก็เคลื่อนที่ตามไปด้วย

สายที่มีลักษณะยาวและยืดหยุ่นจึงสามารถงอ พับ และไขว้กันได้อย่างอิสระ การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ แบบคาดเดาไม่ได้ หรือ Random motion ทำให้สายค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่างจากตอนที่เราเก็บไว้

จาก "ห่วง" เล็ก ๆ สู่ปมที่แกะยาก

จุดเริ่มต้นของปมมักเกิดขึ้นเมื่อสายส่วนหนึ่งโค้งจนกลายเป็นห่วง จากนั้นปลายสายอาจเคลื่อนที่ลอดผ่านห่วงนั้นโดยบังเอิญ เมื่อกระเป๋ายังคงถูกขยับต่อไป ห่วงที่เคยหลวมก็มีโอกาสถูกดึงจนแน่นขึ้น

เมื่อเกิดกระบวนการนี้ซ้ำหลายครั้ง จากสายที่เพียงไขว้กันธรรมดาอาจกลายเป็นปมที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น แม้จะไม่มีมือของใครมาผูก สายก็สามารถสร้างปมขึ้นมาได้จากการเคลื่อนไหวของตัวมันเอง

นักฟิสิกส์เคยทดลองเรื่อง "เชือกผูกปมเอง"

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อสังเกตในชีวิตประจำวัน นักวิจัยจาก University of California, San Diego เคยศึกษาการเกิดปมโดยนำเชือกใส่ลงในกล่องแล้วทำให้กล่องหมุน เพื่อจำลองการเคลื่อนไหวแบบสุ่ม ก่อนตรวจสอบว่าเชือกจะเกิดปมหรือไม่

ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences พบว่า เชือกสามารถเกิดปมขึ้นเองจากการเคลื่อนไหวได้ และความยาวของเชือกรวมถึงลักษณะการเคลื่อนที่มีผลต่อโอกาสเกิดปม โดยเชือกที่ยาวขึ้นมีพื้นที่และโอกาสในการสร้างโครงสร้างที่ซับซ้อนมากกว่าเชือกสั้น

ทำไมสายหูฟังและสายชาร์จถึงพันกันง่าย?

สายประเภทนี้มีคุณสมบัติหลายอย่างที่เอื้อต่อการเกิดปม ทั้งความยาว ความยืดหยุ่น และความสามารถในการโค้งเป็นวง นอกจากนี้ยังมีหัวต่อ ปลั๊ก หรือหูฟังอยู่บริเวณปลายสาย ซึ่งสามารถเกี่ยวกับส่วนอื่นหรือเคลื่อนลอดผ่านห่วงของสายได้

  • สายยาว มีโอกาสสร้างห่วงและไขว้กันได้หลายตำแหน่ง
  • สายยืดหยุ่น สามารถงอและเปลี่ยนรูปร่างได้ง่ายเมื่อกระเป๋าเคลื่อนไหว
  • ปลายสายเคลื่อนที่ได้อิสระ จึงมีโอกาสลอดผ่านห่วงจนเกิดเป็นปม
  • หัวต่อและหูฟัง สามารถเกี่ยวกับสายหรือสิ่งของอื่นภายในกระเป๋า ทำให้สายยุ่งมากขึ้น
  • การเขย่าซ้ำ ๆ จากการเดินหรือเคลื่อนย้ายกระเป๋า ทำให้สายมีโอกาสเปลี่ยนจากการไขว้ธรรมดาไปเป็นปมที่แน่นขึ้น

แล้วทำอย่างไรให้สายไม่พันกัน?

วิธีลดโอกาสเกิดปมที่ง่ายที่สุดคือ ไม่ปล่อยให้สายและปลายสายเคลื่อนไหวอย่างอิสระภายในกระเป๋า ควรม้วนสายให้เป็นระเบียบแล้วใช้สายรัด ตีนตุ๊กแก หรืออุปกรณ์จัดเก็บสายช่วยยึดไว้

อีกวิธีคือเก็บสายไว้ในช่องหรือกล่องขนาดเล็กแยกจากสิ่งของอื่น เพราะยิ่งสายมีพื้นที่เคลื่อนไหวน้อย โอกาสที่ปลายสายจะลอดผ่านห่วงและพัฒนาเป็นปมก็ลดลงตามไปด้วย

สรุปแล้ว สายพันกันเองได้อย่างไร?

ดังนั้น ภาพที่เราเห็นเมื่อเปิดกระเป๋าแล้วพบว่า สายชาร์จหรือหูฟังพันกันเป็นปม ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล แต่เป็นผลจากการเคลื่อนไหวแบบสุ่มของสายภายในพื้นที่จำกัด เมื่อสายเกิดห่วงและปลายสายบังเอิญลอดผ่านห่วง การเคลื่อนไหวต่อเนื่องก็สามารถทำให้ห่วงนั้นรัดแน่นจนกลายเป็นปมได้

ครั้งต่อไปที่เก็บสายลงกระเป๋าอย่างดี แต่หยิบขึ้นมาแล้วต้องนั่งแกะปมอีกครั้ง อย่างน้อยก็รู้ได้ว่า เบื้องหลังความยุ่งเหยิงนี้มีหลักฟิสิกส์ซ่อนอยู่ และวิธีง่ายที่สุดที่จะเอาชนะมันก็คือ ม้วนสายและยึดปลายสายไว้ ไม่เปิดโอกาสให้มันเคลื่อนไหวอย่างอิสระ

แหล่งข้อมูล

  1. Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS)
  2. University of California, San Diego Department of Physics
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล