น้ำประปามีคลอรีน ยิ่งต้มยิ่งกลายเป็นสารก่อมะเร็ง จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

น้ำประปามีคลอรีน ยิ่งต้มยิ่งกลายเป็นสารก่อมะเร็ง จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

น้ำประปามีคลอรีน ยิ่งต้มยิ่งกลายเป็นสารก่อมะเร็ง จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มีการเผยแพร่ข้อมูลเตือนว่า น้ำประปามีส่วนผสมของคลอรีน และหากนำไปต้มจะทำให้คลอรีนเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็ง

จนทำให้ประชาชนบางส่วนเกิดความกังวลว่า การนำน้ำประปามาหุงข้าว ต้มอาหาร หรือประกอบอาหารอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ โดยคลอรีนถูกนำมาใช้ในกระบวนการผลิตน้ำประปาเพื่อฆ่าเชื้อโรค และมีการควบคุมปริมาณคลอรีนอิสระคงเหลือในระบบน้ำประปาให้อยู่ในระดับที่กำหนด เพื่อให้สามารถช่วยป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรคตลอดระบบจ่ายน้ำจนถึงปลายก๊อก

สำหรับระดับคลอรีนอิสระคงเหลือที่ระบุว่า ไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร เป็นระดับที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพน้ำประปา และไม่ได้หมายความว่าน้ำประปาที่มีกลิ่นคลอรีนจะเป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดมะเร็งจากการนำไปต้มและประกอบอาหาร

ดังนั้น ประชาชนสามารถนำน้ำประปาที่ผ่านมาตรฐานมา หุงข้าว ต้มอาหาร และประกอบอาหารได้ตามปกติ การได้กลิ่นคลอรีนเล็กน้อยไม่ได้เป็นหลักฐานว่าน้ำประปาไม่ปลอดภัย แต่ในทางกลับกัน คลอรีนคงเหลือในระบบยังมีบทบาทในการช่วยควบคุมเชื้อโรคระหว่างการส่งจ่ายน้ำ

ไม่ชอบกลิ่นคลอรีน ทำอย่างไร?

หากผู้บริโภครู้สึกไม่ชอบกลิ่นหรือรสของคลอรีน สามารถนำน้ำประปาใส่ภาชนะที่สะอาดและเปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที เพื่อให้คลอรีนบางส่วนระเหยออกตามธรรมชาติ ก่อนนำไปดื่มหรือประกอบอาหารได้

สรุป

ข้อกล่าวอ้างว่า “น้ำประปามีคลอรีน และยิ่งนำไปต้มจะเปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็ง” เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน การเติมคลอรีนในน้ำประปาเป็นกระบวนการเพื่อควบคุมเชื้อโรค และมีการควบคุมปริมาณคลอรีนให้อยู่ในระดับที่กำหนด ประชาชนจึงสามารถนำน้ำประปาที่ได้มาตรฐานมาหุงข้าว ต้มอาหาร และประกอบอาหารได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม หากน้ำมีสี กลิ่น หรือรสผิดปกติอย่างชัดเจน ควรตรวจสอบคุณภาพน้ำกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ก่อนนำมาใช้เพื่อการบริโภค

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล