มื้อสั่งลา...ลูกใช้บัตรคนจนซื้อของทำเมนูโปรดให้พ่อที่ติดเตียง ก่อนก่อเหตุสลด

มื้อสั่งลา...ลูกใช้บัตรคนจนซื้อของทำเมนูโปรดให้พ่อที่ติดเตียง ก่อนก่อเหตุสลด

มื้อสั่งลา...ลูกใช้บัตรคนจนซื้อของทำเมนูโปรดให้พ่อที่ติดเตียง ก่อนก่อเหตุสลด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ต้มไก่มื้อสุดท้าย ลูกชายใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐทำเมนูโปรดให้พ่อป่วยติดเตียง ก่อนเกิดเหตุเศร้า พ่อเผยไม่เคยรู้ปัญหา

เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในพื้นที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อลูกชายวัย 55 ปี ซึ่งเป็นผู้ดูแลพ่อวัย 80 ปีที่ป่วยติดเตียง ถูกพบเสียชีวิตภายในบ้าน หลังช่วงเช้าเพิ่งออกไปซื้อข้าวสารและเนื้อไก่ ก่อนกลับมาทำอาหารให้พ่อรับประทาน

เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นวันที่ 1 กันยายน 2569 ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งที่บ้านโคกอิสระ หมู่ 10 ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ หลัง ร.ต.อ.มานิตย์ ศิริเวช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สตึก ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านว่าพบชาวบ้านเสียชีวิต จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยวังกรูดสตึกเข้าตรวจสอบ

พบลูกชายวัย 55 ปีเสียชีวิตในบ้าน เบื้องต้นไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 55 ปี ขอสงวนนามสกุล อยู่ภายในห้องพัก จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและดำเนินการเกี่ยวกับร่างผู้เสียชีวิตตามขั้นตอน เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป โดยรายงานเบื้องต้นยังไม่ระบุว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต

สองพ่อลูกอาศัยอยู่ด้วยกัน ลูกชายรับจ้างและคอยดูแลพ่อ

จากการสอบถามบิดาของผู้เสียชีวิต อายุ 80 ปี ทราบว่า ภายในบ้านอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงสองคน ลูกชายไม่มีครอบครัวและประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปในหมู่บ้าน ส่วนผู้เป็นพ่อมีอาการป่วยและเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ด้วยตนเอง

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลูกชายจึงเป็นคนคอยดูแลเรื่องต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงออกไปซื้ออาหารและจัดเตรียมกับข้าวให้พ่อรับประทานเป็นประจำ ความสูญเสียครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้างความโศกเศร้า แต่ยังทำให้คนในชุมชนห่วงใยถึงความเป็นอยู่ของผู้เป็นพ่อหลังจากนี้ด้วย

ช่วงเช้าใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซื้อข้าวและไก่มาทำอาหารให้พ่อ

บิดาของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ ลูกชายออกจากบ้านไปใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อซื้อข้าวสารและเนื้อไก่ ก่อนนำกลับมาประกอบอาหาร โดยทำต้มไก่ซึ่งเป็นเมนูที่พ่อชื่นชอบให้รับประทาน

หลังจัดเตรียมอาหารและดูแลให้พ่อรับประทานเรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุสูญเสียตามมา กระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. มีผู้พบลูกชายเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พ่อเผยไม่ทราบสาเหตุ ลูกชายไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง

ผู้เป็นพ่อระบุว่า ก่อนหน้านี้ลูกชายเคยบ่นถึงเรื่องต่างๆ อยู่บ้าง แต่ไม่ได้เล่ารายละเอียดหรือสาเหตุของความกังวลให้ฟัง จึงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น หลังจากเพิ่งดูแลและทำอาหารให้รับประทานในช่วงเช้า

ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังไม่สามารถสรุปได้จากคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว และควรรอผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ การสูญเสียจากการทำร้ายตนเองมักมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน จึงไม่ควรกล่าวโทษบุคคลใดหรือสรุปว่ามีเหตุจากปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยไม่มีหลักฐานยืนยัน

ชาวบ้านสะเทือนใจ ห่วงพ่อป่วยติดเตียงหลังขาดผู้ดูแลหลัก

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเศร้าและความประหลาดใจให้คนในชุมชน เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นผู้คอยดูแลพ่อที่ป่วยติดเตียงมาโดยตลอด หลายคนจึงเป็นห่วงว่า หลังสูญเสียลูกชายซึ่งเป็นผู้ดูแลหลักแล้ว ผู้เป็นพ่อจะได้รับการดูแลอย่างไรต่อไป

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสาเหตุการเสียชีวิตตามขั้นตอน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยควรหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพหรือรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเสียชีวิต ซึ่งอาจกระทบต่อครอบครัวและส่งผลต่อผู้ที่กำลังอยู่ในภาวะเปราะบาง

สัญญาณเตือนจากคนใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้ที่กำลังเผชิญความเครียดรุนแรงอาจไม่ได้บอกความรู้สึกทั้งหมดออกมาตรงๆ แต่บางคนอาจพูดถึงความสิ้นหวัง รู้สึกว่าตนเองเป็นภาระ แยกตัวจากคนรอบข้าง นอนไม่หลับ อารมณ์เปลี่ยนแปลงมาก หรือกล่าวคำคล้ายการอำลา หากพบความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ควรรับฟังอย่างไม่ตัดสินและช่วยพาไปพบผู้เชี่ยวชาญ

การถามตรงๆ ด้วยความห่วงใยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดทำร้ายตัวเองหรือไม่ ไม่ได้เป็นการชี้นำให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าว แต่ช่วยเปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายพูดถึงความทุกข์ได้ หากประเมินว่ามีความเสี่ยงเร่งด่วน ไม่ควรปล่อยให้อยู่ตามลำพัง และควรนำสิ่งที่อาจใช้ทำร้ายตัวเองออกจากบริเวณใกล้เคียงเท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย

หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังคิดทำร้ายตัวเอง รู้สึกสิ้นหวัง หรือไม่สามารถควบคุมตนเองได้ โปรดโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเดินทางไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลใกล้บ้าน

กรณีมีอันตรายเร่งด่วน มีการทำร้ายตนเอง หรือหมดสติ ให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ทันที ระหว่างรอความช่วยเหลือควรอยู่กับบุคคลนั้น รับฟังโดยไม่ตำหนิ และหลีกเลี่ยงการท้าทายหรือทำให้รู้สึกผิด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล