ปิด vs ไม่ปิด น้ำฝักบัว "ระหว่างสระผม" แบบไหนประหยัดกว่า? ผลวิจัยเฉลยชัดแล้ว!

ปิด vs ไม่ปิด น้ำฝักบัว "ระหว่างสระผม" แบบไหนประหยัดกว่า? ผลวิจัยเฉลยชัดแล้ว!

ปิด vs ไม่ปิด น้ำฝักบัว "ระหว่างสระผม" แบบไหนประหยัดกว่า? ผลวิจัยเฉลยชัดแล้ว!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นักวิจัยแนะ ปิดฝักบัวระหว่างสระผม ช่วยประหยัดน้ำได้มากกว่าที่คิด

เวลาสระผม คุณปล่อยให้น้ำจากฝักบัวไหลตลอด หรือปิดน้ำชั่วคราวระหว่างชโลมแชมพู? นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมเสนอว่า การหยุดน้ำเพียงช่วงสั้น ๆ ขณะถูแชมพูอาจเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดการใช้น้ำภายในครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำแนะนำดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า ภายในปี ค.ศ. 2055 ประเทศอังกฤษอาจเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำประมาณ 5,000 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบจ่ายน้ำในอนาคต

แทนที่จะพึ่งพาเพียงอุปกรณ์ประหยัดน้ำ เช่น ฝักบัวแบบลดอัตราการไหล นักวิจัยมองว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันก็อาจช่วยลดการใช้น้ำได้ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะพฤติกรรมขณะอาบน้ำและสระผม

ปิดน้ำเพียงครั้งเดียวระหว่างสระผมก็อาจช่วยได้

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Journal of Environmental Management แนะนำให้ผู้ใช้อาบน้ำใช้วิธี “หยุดน้ำอย่างมีประสิทธิภาพหนึ่งครั้งระหว่างชโลมแชมพู” แทนการเปิดฝักบัวทิ้งไว้ตลอดเวลา

ดร.ปาโบล เปเรรา-โดเอล จากมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ หนึ่งในคณะผู้วิจัย อธิบายว่า ปัจจัยสำคัญที่กำหนดปริมาณการใช้น้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้เป็นใครหรืออาศัยอยู่ที่ใดเป็นหลัก แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมที่ทำจริงขณะอาบน้ำ

กิจวัตรเล็ก ๆ เช่น การสระผมด้วยแชมพูสองรอบ หรือปล่อยให้น้ำไหลระหว่างชโลมแชมพู สามารถทำให้ระยะเวลาอาบน้ำเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คนส่วนใหญ่ตระหนัก ในทางกลับกัน การปิดน้ำชั่วคราวเพียงหนึ่งครั้งสามารถลดปริมาณน้ำที่ใช้ในแต่ละครั้งได้

เก็บข้อมูลการอาบน้ำมากกว่า 8,500 ครั้ง

ทีมวิจัยติดตั้งเซนเซอร์อัจฉริยะในห้องน้ำของครัวเรือนจำนวน 319 หลังในประเทศเยอรมนี เพื่อบันทึกรูปแบบการอาบน้ำอย่างละเอียด ทั้งระยะเวลา ช่วงที่ปิดน้ำ และสภาพแวดล้อมขณะใช้งาน

ตลอดระยะเวลา 40 วัน อุปกรณ์สามารถเก็บข้อมูลการอาบน้ำได้ทั้งหมด 8,550 ครั้ง พร้อมกับแบบสำรวจที่มีการบันทึกเวลา เพื่อวิเคราะห์ว่าพฤติกรรมระหว่างสระผมส่งผลต่อการใช้น้ำอย่างไร

ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมใช้เวลาอาบน้ำเฉลี่ย 4 นาที 48 วินาที โดยเกือบสองในสามใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที อย่างไรก็ตาม ประมาณ 1 ใน 7 ของการอาบน้ำใช้เวลานานกว่า 8 นาที และมีปริมาณการใช้น้ำสูงขึ้นอย่างชัดเจน

มากกว่าครึ่งปล่อยให้น้ำไหลขณะถูแชมพู

การศึกษาพบว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของการอาบน้ำที่มีการสระผม ไม่มีการปิดน้ำเลยแม้แต่ครั้งเดียว สะท้อนว่าคนจำนวนมากยังคงเปิดฝักบัวทิ้งไว้ระหว่างถูแชมพูและทำความสะอาดเส้นผม

นักวิจัยมองว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการประหยัดน้ำ เพราะผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีน้ำไหลตลอดระหว่างชโลมแชมพู หากมีการแจ้งเตือนหรือออกแบบพฤติกรรมให้ปิดน้ำโดยอัตโนมัติ ก็อาจช่วยลดการใช้น้ำโดยไม่กระทบต่อความสะอาด

การสระผมด้วยแชมพูสองรอบยังทำให้ผู้เข้าร่วมใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าผู้ที่สระเพียงรอบเดียวประมาณ 27% ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ใช้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

น้ำอ่อนอาจทำให้คนอาบน้ำนานขึ้น

ความกระด้างของน้ำก็มีผลต่อระยะเวลาในการอาบน้ำเช่นกัน โดยการอาบน้ำในพื้นที่ที่มีน้ำอ่อนใช้เวลานานกว่าพื้นที่น้ำกระด้างประมาณ 23%

นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า น้ำอ่อนทำให้แชมพูและสบู่เกิดฟองได้มากกว่า รวมถึงให้ความรู้สึกสบายผิว จึงอาจกระตุ้นให้คนใช้เวลาอยู่ใต้ฝักบัวนานขึ้นโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ กลุ่มคนอายุน้อยและวัยกลางคนยังมีแนวโน้มใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีด้วย

ฝักบัวใช้น้ำภายในบ้านมากถึง 45%

ทีมวิจัยระบุว่า การอาบน้ำด้วยฝักบัวอาจคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45% ของการใช้น้ำทั้งหมดภายในบ้าน จึงถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีผลต่อการใช้น้ำครัวเรือนมากที่สุด

ฝักบัวทั่วไปอาจใช้น้ำประมาณ 6–15 ลิตรต่อนาที หากอาบน้ำเฉลี่ย 6.7 นาที ปริมาณน้ำที่ใช้อาจสูงถึงประมาณ 100 ลิตรต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับอัตราการไหลของฝักบัว

รัฐบาลอังกฤษมีเป้าหมายลดการใช้น้ำต่อคนให้เหลือประมาณ 110 ลิตรต่อวันภายในปี ค.ศ. 2050 หากอาบน้ำนานหรือใช้ฝักบัวที่มีอัตราการไหลสูง การอาบน้ำเพียงครั้งเดียวก็อาจใช้น้ำเกือบเท่ากับเป้าหมายการใช้น้ำทั้งวัน

เครื่องจับเวลาอาจช่วยลดเวลาอาบน้ำ

นอกจากการปิดน้ำระหว่างสระผม นักวิจัยยังเสนอให้ใช้เครื่องมือที่ให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น ตัวจับเวลาอาบน้ำ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะที่แสดงระยะเวลาและปริมาณน้ำที่ใช้

งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่า การติดตั้งตัวจับเวลาสามารถลดระยะเวลาที่ผู้ใช้อยู่ใต้ฝักบัวได้ประมาณ 26% เนื่องจากผู้ใช้ตระหนักได้ทันทีว่าอาบน้ำนานเพียงใด

โซฟี วอส นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ อธิบายว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้ติดตามเวลาอาบน้ำอย่างจริงจัง การเห็นข้อมูลแบบทันทีจึงช่วยดึงผู้ใช้ออกจากพฤติกรรมอัตโนมัติ และทำให้ตัดสินใจปิดน้ำได้เร็วขึ้น

พฤติกรรมสำคัญกว่าพื้นที่อยู่อาศัย

ผลการวิเคราะห์พบว่า ปัจจัยที่ทำให้ใช้น้ำเพิ่มขึ้น ได้แก่ การที่มีผู้อื่นเป็นผู้จ่ายค่าน้ำ การอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำอ่อน และการสระผมด้วยแชมพูสองรอบ

ในทางกลับกัน การปิดฝักบัวเพียงช่วงเดียวระหว่างชโลมแชมพูสัมพันธ์กับปริมาณน้ำที่ลดลง นักวิจัยจึงเสนอให้ส่งเสริมพฤติกรรมนี้ผ่านการแจ้งเตือน การออกแบบผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และอุปกรณ์ให้ข้อมูลแบบทันที

ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำในสหราชอาณาจักรยังมองว่า การซ่อมจุดรั่วภายในบ้าน การลดเวลาอาบน้ำ และการลดน้ำที่ใช้กดชักโครก เป็นสามด้านสำคัญที่ประชาชนสามารถปรับปรุงเพื่อประหยัดน้ำได้

อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก็ใช้น้ำจำนวนมหาศาล

แม้การประหยัดน้ำในบ้านจะมีความสำคัญ แต่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็เป็นผู้ใช้น้ำรายใหญ่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเคมี และการผลิตกระดาษ

อุตสาหกรรมเสื้อผ้าต้องใช้น้ำในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกฝ้าย การผลิต การย้อมสี ไปจนถึงการซักดูแลโดยผู้บริโภค โดยเฉพาะการผลิตผ้ายีนส์ที่ต้องใช้น้ำจำนวนมากในกระบวนการย้อมสี

การประเมินวงจรชีวิตของกางเกงยีนส์ Levi’s 501 เคยพบว่า กางเกงหนึ่งตัวอาจใช้น้ำรวมประมาณ 3,781 ลิตร ตั้งแต่ขั้นตอนปลูกฝ้าย ผลิตสินค้า การใช้งาน และการกำจัดเมื่อหมดอายุ

ภาคเกษตรใช้น้ำมากที่สุดของโลก

ในภาพรวม ภาคการเกษตรคิดเป็นประมาณ 70% ของการใช้น้ำทั่วโลก น้ำถูกนำไปใช้ทั้งในการเพาะปลูก การจัดการพื้นที่การเกษตร และการเลี้ยงสัตว์

การใช้น้ำอย่างไม่มีประสิทธิภาพยังอาจสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างสำคัญคือการชลประทานในพื้นที่รอบทะเลอารัล ซึ่งส่งผลให้ทะเลสาบหดตัวอย่างรุนแรง กระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศโดยรอบ

นอกจากนี้ ภาคเกษตรยังเป็นหนึ่งในแหล่งมลพิษทางน้ำจากปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช และสารเคมีอื่น ๆ หากไม่มีระบบจัดการที่เหมาะสม

การปิดฝักบัวระหว่างชโลมแชมพูอาจดูเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อทำเป็นประจำและเกิดขึ้นในครัวเรือนจำนวนมาก ก็สามารถช่วยลดการใช้น้ำโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ไม่จำเป็นต้องปิดและเปิดน้ำหลายครั้ง เพียงหยุดน้ำหนึ่งช่วงระหว่างถูแชมพู เลือกสระผมรอบเดียวเมื่อเพียงพอ และสังเกตระยะเวลาอาบน้ำ ก็เป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ ที่ช่วยทั้งประหยัดน้ำและลดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งพฤติกรรมของประชาชน การซ่อมแซมระบบน้ำ การออกแบบอุปกรณ์ประหยัดน้ำ และการปรับปรุงการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมและการเกษตรควบคู่กันไป

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล