ย้อนตำนาน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อแรกของไทย คือแบรนด์อะไร? ไม่ใช่ชื่อที่คนเรียกติดปาก

ย้อนตำนาน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อแรกของไทย คือแบรนด์อะไร? ไม่ใช่ชื่อที่คนเรียกติดปาก

ย้อนตำนาน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อแรกของไทย คือแบรนด์อะไร? ไม่ใช่ชื่อที่คนเรียกติดปาก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ย้อนตำนาน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อแรกของไทย คือแบรนด์อะไร? ไม่ใช่ชื่อที่คนไทยส่วนใหญ่เรียกติดปาก  

เมื่อพูดถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คนไทยจำนวนมากมักเรียกติดปากว่า “มาม่า” ไม่ว่าจะหยิบผลิตภัณฑ์จากแบรนด์อื่นมารับประทานก็ตาม ชื่อมาม่าจึงกลายเป็นคำที่ใช้แทนสินค้าประเภทนี้ในชีวิตประจำวันไปแล้ว

จุดเริ่มต้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

เรื่องราวของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้องย้อนกลับไปยังประเทศญี่ปุ่นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งประชาชนจำนวนมากเผชิญปัญหาขาดแคลนอาหาร โมโมฟุกุ อันโด (Andō Momofuku) ผู้ก่อตั้งบริษัทนิสชิน ฟูดส์ เคยเห็นผู้คนยืนต่อแถวยาวเพื่อรอรับประทานราเมนบริเวณใกล้สถานีโอซากา ภาพดังกล่าวทำให้เขามองเห็นว่า อาหารเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต และราเมนเป็นอาหารที่คนญี่ปุ่นต้องการอย่างมาก

อันโดจึงตั้งเป้าพัฒนาอาหารที่มีรสชาติอร่อย เก็บรักษาได้นาน ปรุงได้รวดเร็ว ราคาเข้าถึงง่าย และมีความปลอดภัย เขาใช้เวลาทดลองหลายวิธีเพื่อเปลี่ยนเส้นราเมนให้กลายเป็นอาหารแห้งที่สามารถเก็บไว้ในครัวได้นาน โดยไม่เสียรสชาติเดิมไป

หนึ่งในหัวใจสำคัญของการคิดค้นคือกระบวนการทอดเส้นด้วยความร้อนสูง หรือ “Flash Frying” เพื่อขจัดความชื้นออกจากเส้น เมื่อเติมน้ำร้อน เส้นที่แห้งจะดูดน้ำกลับเข้าไปและคืนสภาพจนพร้อมรับประทานได้ในเวลาไม่นาน

ในที่สุด วันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1958 หรือ พ.ศ. 2501 โมโมฟุกุ อันโด ก็เปิดตัว “ชิกินราเมน” หรือ Chicken Ramen ซึ่งนิสชินระบุว่าเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดแรกของโลก โดยเส้นได้รับการปรุงรสซุปไก่มาแล้ว ผู้บริโภคเพียงเติมน้ำร้อนก็สามารถรับประทานได้ภายในประมาณ 2 นาที

ความสำเร็จของชิกินราเมนไม่ได้เปลี่ยนแปลงเฉพาะพฤติกรรมการกินของชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่แพร่กระจายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

โมโมฟุกุ อันโด (Andō Momofuku)

“ซันวา” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเจ้าแรกที่เปิดตลาดในไทย

ประเทศไทยเริ่มรู้จักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2514 โดยแบรนด์แรกที่มีข้อมูลว่าเข้ามาวางจำหน่ายคือ “ซันวา” หรือ Sanwa ซึ่งนำแนวคิดจากบะหมี่ญี่ปุ่นยุคแรกมาปรับใช้ ทั้งรสชาติแบบซุปไก่และวิธีปรุงที่ต้องนำเส้นออกจากซองไปต้มก่อนรับประทาน

จุดขายของซันวาในเวลานั้นถือว่าแปลกใหม่สำหรับผู้บริโภคชาวไทย เพราะเพียงฉีกซอง นำเส้นลงต้มในหม้อ ก็สามารถรับประทานราเมนได้ภายในเวลาไม่นาน โดยไม่ต้องเริ่มทำเส้นหรือเคี่ยวน้ำซุปตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ตาม ซันวายังเป็นบะหมี่แบบที่ต้องต้ม ไม่ใช่บะหมี่ซองแบบเติมน้ำร้อนแล้วรอรับประทานได้ทันที เมื่อแบรนด์รุ่นต่อมาเริ่มนำบะหมี่ชนิดชงน้ำร้อนเข้าสู่ตลาด ซึ่งสะดวกและตอบโจทย์ชีวิตเร่งรีบมากกว่า ความนิยมของซันวาจึงค่อย ๆ ลดลง ก่อนจะหายไปจากตลาดไทยในที่สุด

ซันวา

“ยำยำ” ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายแรกในประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2514 เช่นเดียวกัน บริษัท วันไทยอุตสาหกรรมการอาหาร จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้นและผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ “ยำยำ” โดยบริษัทระบุว่าเป็นผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายแรกในประเทศไทย ก่อนเข้าร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะในปี พ.ศ. 2515

ยำยำจึงมีสถานะแตกต่างจากซันวาอย่างชัดเจน กล่าวคือ ซันวาเป็นแบรนด์ยุคแรกที่เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย ส่วนบริษัทผู้ผลิตยำยำเป็นผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทยเป็นรายแรก รวมทั้งบุกเบิกการรับประทานแบบ “เติมน้ำร้อนแล้วทานได้ทันที” ซึ่งช่วยสร้างความสะดวกสบายขึ้นมาก ไม่ต้องนำเส้นไปต้มบนเตาเหมือนบะหมี่รุ่นแรกๆ อีกต่อไป

หลังเริ่มต้นธุรกิจ ยำยำได้พัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2526 ได้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสำหรับเด็กภายใต้ชื่อ “ยำยำ กุ๊กไก่” และ “ยำยำ ช้างน้อย” ซึ่งถือเป็นการบุกเบิกตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เจาะกลุ่มเด็กโดยเฉพาะ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ยำยำยังเปิดตัว “ยำยำ จัมโบ้ รสผัดขี้เมาแห้ง” และระบุว่าเป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดแห้งออกสู่ตลาด เพิ่มทางเลือกใหม่จากบะหมี่แบบน้ำที่ผู้บริโภคคุ้นเคยในเวลานั้น

โรงงานยำยำ

“ไวไว” มาพร้อมรสปรุงสำเร็จและซองแดงในตำนาน

อีกหนึ่งแบรนด์ที่เกิดขึ้นในยุคบุกเบิกคือ “ไวไว” ผลิตโดยบริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2515 บริเวณตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

สินค้าชิ้นแรกของบริษัทคือ “ไวไวปรุงสำเร็จ” ที่เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2515 จุดเด่นอยู่ที่เส้นและเครื่องปรุงซึ่งมีรสชาติในตัวเอง รวมถึงบรรจุภัณฑ์ซองสีแดง ด้านหลังซองมีเด็กสาธิตวิธีข้มบะหมี่ ที่กลายเป็นภาพจำของผู้บริโภคหลายรุ่น

ชื่อ “ไวไว” สั้นและจดจำง่าย อีกทั้งยังสื่อถึงความรวดเร็วในการปรุงอาหารได้ตรงกับคุณสมบัติของสินค้า ทำให้แบรนด์สามารถเติบโตและกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทย

“มาม่า” มาทีหลัง แต่สร้างชื่อจนคนไทยเรียกติดปาก

บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 6 ล้านบาท จากการร่วมทุนระหว่างบริษัท เพรซิเดนท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จากไต้หวัน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิต กับบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ซึ่งรับผิดชอบด้านการตลาดและการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย

สำนักงานใหญ่แห่งแรกตั้งอยู่ริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ส่วนโรงงานแห่งแรกตั้งอยู่ที่เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร หลังดำเนินธุรกิจผ่านปีแรก หุ้นทั้งหมดถูกโอนไปยังผู้ถือหุ้นรายใหญ่ชาวไทย และดำเนินกิจการภายใต้การบริหารของคนไทยต่อมา

แม้บริษัทจะก่อตั้งในปี พ.ศ. 2515 แต่ผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้เครื่องหมายการค้า “มาม่า” เริ่มผลิตในปี พ.ศ. 2516 โดยสินค้าแรกคือรสซุปไก่ ทำให้มาม่าเข้ามาในตลาดหลังจากซันวา ยำยำ และไวไว

รสต้มยำกุ้ง จุดเปลี่ยนที่ทำให้มาม่าโดดเด่น

ช่วงแรก ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยยังเต็มไปด้วยรสชาติพื้นฐานอย่างรสไก่ กระทั่งมาม่าเปิดตัว มาม่ารสต้มยำกุ้ง ในปี พ.ศ. 2523 โดยนำรสชาติอาหารไทยที่มีทั้งความเปรี้ยว เผ็ด และกลิ่นเครื่องสมุนไพรเข้ามาอยู่ในบะหมี่ซอง การผสมผสานระหว่างรสชาติแบบไทยกับภาพลักษณ์ที่โดดเด่นกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้มาม่าเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

และในปี พ.ศ. 2526 มาม่ารสหมูสับ ได้มีเปิดตัวและมีโฆษณาทางทีวีเป็นครั้งแรก กลายเป็นหนึ่งในรสชาติยอดนิยมตลอดกาลของคนไทย

จากแบรนด์ที่เข้ามาเป็นลำดับหลัง มาม่าค่อย ๆ ขยายการทำตลาดและพัฒนารสชาติให้เข้ากับความชอบของผู้บริโภค จนชื่อ “มาม่า” กลายเป็นคำเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่คนไทยใช้กันอย่างแพร่หลาย แม้สินค้าที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นแบรนด์อื่นก็ตาม

ดังนั้น หากถามถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อแรกที่เข้ามาวางขายในประเทศไทย คำตอบคือ “ซันวา” ขณะที่ “ยำยำ” เป็นแบรนด์จากผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายแรกในประเทศ ส่วนมาม่าแม้จะมาทีหลัง แต่สามารถสร้างรสชาติและภาพจำที่แข็งแรง จนชื่อแบรนด์กลายเป็นคำที่คนไทยเรียกติดปากมาจนถึงปัจจุบัน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล