ทำไม นทท.ตะวันตก มักเลือกสะพาย "เป้ใบใหญ่" แทนที่ลากกระเป๋าเดินทาง?

ทำไม นทท.ตะวันตก มักเลือกสะพาย "เป้ใบใหญ่" แทนที่ลากกระเป๋าเดินทาง?

ทำไม นทท.ตะวันตก มักเลือกสะพาย "เป้ใบใหญ่" แทนที่ลากกระเป๋าเดินทาง?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมฝรั่งเที่ยวทีไรต้องแบกเป้ใบใหญ่ ไม่ค่อยใช้กระเป๋าลากเหมือนนักท่องเที่ยวเอเชีย?

หลายคนอาจเคยสังเกตเวลาไปสนามบิน สถานีรถไฟ หรือเมืองท่องเที่ยวดัง ๆ ว่านักท่องเที่ยวชาวตะวันตก โดยเฉพาะชาวยุโรป มักสะพายเป้ใบใหญ่เกือบครึ่งตัว แทนที่จะลากกระเป๋าเดินทางเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป

ภาพของนักท่องเที่ยวฝรั่งสะพายเป้เดินตามถนนในฮานอย โฮจิมินห์ ฮอยอัน เว้ ซาปา หรือเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นภาพคุ้นตา เป้บางใบใหญ่จนสูงกว่าช่วงไหล่ และยังมีถุงนอน ขวดน้ำ เสื้อกันหนาว หรือรองเท้าผูกติดอยู่ด้านนอก จนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า พวกเขาแบกอะไรมากมาย และทำไมถึงไม่ใช้กระเป๋าลากให้สบายกว่า

เป้ใบใหญ่ ไม่ใช่แค่กระเป๋า แต่คือ “บ้านเคลื่อนที่”

สำหรับนักท่องเที่ยวตะวันตกจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้น การเดินทางแบบแบ็กแพ็กไม่ใช่แค่การไปเที่ยวพักผ่อนไม่กี่วัน แต่เป็นวัฒนธรรมการเดินทางที่สืบต่อกันมานานหลายสิบปี

หลายคนใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือบางครั้งหลายเดือน เดินทางข้ามเมือง ข้ามประเทศ หรือข้ามทวีปในทริปเดียว บางคนเลือกออกเดินทางในช่วง gap year หลังจบมัธยมหรือมหาวิทยาลัย เพื่อพักจากการเรียนหรือการทำงาน และใช้เวลาเปิดโลกก่อนเข้าสู่ชีวิตอีกช่วงหนึ่ง

เพราะการเดินทางยาวนานและเปลี่ยนจุดหมายบ่อย เป้ใบใหญ่จึงกลายเป็นเหมือน “บ้านเคลื่อนที่” ที่ต้องใส่ทุกอย่างที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่เสื้อผ้าไม่กี่ชุดเหมือนทริปสั้น ๆ

ในเป้ใบใหญ่มีอะไรบ้าง?

ภายในเป้ของนักเดินทางสายแบ็กแพ็กมักมีของใช้หลากหลาย ตั้งแต่เสื้อผ้าสำหรับหลายสภาพอากาศ รองเท้าแตะ รองเท้าผ้าใบ ยาประจำตัว อุปกรณ์อาบน้ำ ผ้าขนหนูแห้งเร็ว ขวดน้ำ สายชาร์จ พาวเวอร์แบงก์ กล้องถ่ายรูป หรือแล็ปท็อป

สำหรับคนที่พักโฮสเทล เดินป่า หรือชอบแคมป์ปิ้ง อาจมีถุงนอน เต็นท์พับเล็ก อุปกรณ์ทำอาหารพื้นฐาน หรือเสื้อกันฝนติดไปด้วย เพื่อให้พร้อมรับมือกับหลายสถานการณ์ระหว่างทาง

นี่คือเหตุผลที่เป้ขนาด 50-80 ลิตรกลายเป็นอุปกรณ์คู่ใจของนักเดินทางกลุ่มนี้ แม้คนภายนอกจะมองว่าใหญ่และหนักเกินไป แต่สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตนอกบ้านหลายสัปดาห์ มันคือขนาดที่พอดีกับการเดินทางระยะยาว

ความต่างไม่ได้อยู่ที่กระเป๋า แต่อยู่ที่สไตล์การเที่ยว

หากมองเผิน ๆ หลายคนอาจคิดว่า การใช้เป้หรือกระเป๋าลากเป็นเพียงเรื่องความชอบส่วนตัว แต่จริง ๆ แล้วสิ่งนี้สะท้อนรูปแบบการท่องเที่ยวที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน

นักท่องเที่ยวชาวยุโรปจำนวนมากมักชอบวางแผนเอง จองที่พักเอง เลือกเส้นทางเอง และพร้อมเปลี่ยนแผนกลางทาง หากพบเมืองใหม่ สถานที่น่าสนใจ หรือเพื่อนร่วมทางที่ชวนเดินทางต่อไปด้วยกัน

พวกเขาจึงมักเลือกพักโฮสเทล โฮมสเตย์ หรือพื้นที่แคมป์ปิ้ง มากกว่าที่พักหรูหรือโรงแรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เพราะนอกจากประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังได้พบปะนักเดินทางจากหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์สำคัญของการเดินทางแบบแบ็กแพ็ก

ทำไมหลายคนไม่ใช้กระเป๋าลาก?

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ถ้าต้องพกของเยอะขนาดนั้น ทำไมไม่ใช้กระเป๋าลากให้เบากว่า คำตอบอยู่ที่เส้นทางและรูปแบบการเดินทางของพวกเขา

ในการเดินทางหลายสัปดาห์ นักท่องเที่ยวอาจต้องขึ้นลงรถบัสทางไกล รถไฟ เครื่องบินราคาประหยัด เรือข้ามฟาก หรือเดินผ่านถนนหิน ทางขรุขระ ซอยแคบ และบันไดในโฮสเทลหรือสถานีรถไฟที่ไม่มีลิฟต์

ในสถานการณ์แบบนี้ กระเป๋าลากอาจไม่สะดวกอย่างที่คิด เพราะเมื่อต้องลากผ่านพื้นไม่เรียบ ยกขึ้นลงบันได หรือเปลี่ยนพาหนะบ่อย ๆ กระเป๋าลากจะกลายเป็นภาระมากกว่าตัวช่วย

เป้ช่วยให้เดินทางคล่องตัวกว่า

เป้สะพายหลังช่วยให้ผู้เดินทางมีมือว่างทั้งสองข้าง เคลื่อนที่ได้ง่ายบนหลายสภาพพื้นผิว และรับมือกับการเปลี่ยนพาหนะบ่อย ๆ ได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเดินขึ้นรถ ลงเรือ ข้ามถนน หรือเดินตามแผนที่ในเมืองที่ไม่คุ้นเคย

หลายคนจึงเลือกสะพายเป้ใหญ่ไว้ด้านหลัง และพกเป้ใบเล็กหรือกระเป๋าคาดอกไว้ด้านหน้า สำหรับเก็บพาสปอร์ต กระเป๋าสตางค์ กล้อง โทรศัพท์ หรือของที่ต้องหยิบบ่อย ภาพนี้จึงกลายเป็นเหมือนเอกลักษณ์ของนักเดินทางสายแบ็กแพ็กไปแล้ว

เป้ดูใหญ่ แต่ไม่ได้แบกด้วยไหล่อย่างเดียว

แม้เป้ใบใหญ่จะดูเหมือนหนักมาก แต่เป้เดินทางหรือเป้เทรคกิ้งสมัยใหม่ไม่ได้ออกแบบมาให้รับน้ำหนักด้วยไหล่อย่างเดียว

เป้ประเภทนี้มักมีโครงรองรับด้านใน แผ่นรองหลังที่ช่วยระบายอากาศ สายสะพายบ่า สายรัดอก และสายคาดเอว เมื่อปรับให้พอดีกับร่างกาย น้ำหนักส่วนใหญ่จะถ่ายลงมาที่สะโพกแทนที่จะกดอยู่บนไหล่ทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้ คนที่ใช้เป้ถูกวิธีจึงสามารถเดินต่อเนื่องหลายชั่วโมงได้โดยไม่รู้สึกเมื่อยจนเกินไป แม้ภายนอกจะดูเหมือนแบกของจำนวนมากก็ตาม

ทำไมนักท่องเที่ยวเอเชียมักเลือกกระเป๋าลาก?

ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวชาวเอเชียจำนวนมาก รวมถึงคนไทย มักเดินทางเป็นทริปสั้น 3-5 วัน หรือมีแผนค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เช่น จองโรงแรม จองรถรับส่ง วางเส้นทางเที่ยว และมีที่พักที่สะดวกสบายรองรับ

เมื่อไม่ต้องเปลี่ยนที่พักบ่อย หรือไม่ต้องเดินแบกของเป็นเวลานาน กระเป๋าลากจึงตอบโจทย์มากกว่า ทั้งจัดของง่าย เปิดหยิบของสะดวก และดูเป็นระเบียบสำหรับทริปที่เน้นความสบาย

ความแตกต่างของกระเป๋าจึงไม่ใช่เรื่องว่าแบบไหนดีกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนเดินทางแบบใด ระยะเวลานานแค่ไหน และต้องเจอกับสภาพพื้นที่แบบไหนระหว่างทริป

เป้ใบใหญ่คือสัญลักษณ์ของอิสระในการเดินทาง

สำหรับนักท่องเที่ยวสายแบ็กแพ็ก เป้ใบใหญ่ไม่ได้เป็นแค่ภาชนะใส่ของ แต่เป็นสัญลักษณ์ของอิสระ ความยืดหยุ่น และความพร้อมที่จะออกเดินทางต่อได้ทุกเมื่อ

พวกเขาอาจยอมแบกน้ำหนักมากขึ้น เพื่อแลกกับการไม่ต้องพึ่งพาสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก สามารถเปลี่ยนเมือง เปลี่ยนประเทศ หรือเปลี่ยนแผนได้ง่ายโดยมีของจำเป็นครบอยู่บนหลัง

สรุปว่า ภาพนักท่องเที่ยวฝรั่งสะพายเป้ใบใหญ่ที่หลายคนเห็นจนชิน แท้จริงแล้วสะท้อนวัฒนธรรมการเดินทางแบบแบ็กแพ็กที่เน้นอิสระ ประหยัด คล่องตัว และพร้อมใช้ชีวิตระหว่างทางมากกว่าการพักผ่อนแบบมีแผนตายตัว

ในขณะที่กระเป๋าลากเหมาะกับทริปที่สะดวกและจัดการง่าย เป้ใบใหญ่กลับเหมาะกับคนที่ต้องเดินทางไกล เปลี่ยนที่พักบ่อย และอยากพกทุกอย่างที่จำเป็นไว้กับตัวตลอดเวลา ดังนั้น สิ่งที่ดูเหมือน “เป้ใหญ่เกินตัว” สำหรับบางคน จึงอาจเป็นเพื่อนคู่ทางที่ขาดไม่ได้สำหรับนักเดินทางอีกหลายคน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล