"กินน้ำแข็ง" ทำให้ปวดท้องประจำเดือน? แพทย์ชี้ตัวการแท้จริงคือ "สิ่งนี้" : เช็กข่าวชัวร์

"กินน้ำแข็ง" ทำให้ปวดท้องประจำเดือน? แพทย์ชี้ตัวการแท้จริงคือ "สิ่งนี้" : เช็กข่าวชัวร์

"กินน้ำแข็ง" ทำให้ปวดท้องประจำเดือน? แพทย์ชี้ตัวการแท้จริงคือ "สิ่งนี้" : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

กินน้ำแข็งตอนเป็นประจำเดือน ทำให้ปวดท้องจริงไหม? แพทย์หญิงเผยตัวการที่แท้จริงอาจเป็น "สิ่งนี้"

ผู้หญิงหลายคนมักจะหลีกเลี่ยงการทานของเย็นในช่วงมีประจำเดือน เพราะกังวลว่าความเย็นจะทำให้อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม พญ.หยาง เจียซวน (Dr. Yang Chia-hsuan) สูตินรีแพทย์ระบุว่า "การทานของเย็นไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน" เนื่องจากอาหารหรือน้ำเย็นจัดเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะถูกความร้อนในกระเพาะอาหารปรับอุณหภูมิให้อุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงไม่มีทางส่งผลกระทบต่อมดลูกได้โดยตรง นอกจากนี้เธอยังชี้ด้วยว่า อาการปวดที่เพิ่มขึ้นหลังทานของเย็นนั้น แท้จริงแล้วมาจาก 2 สาเหตุหลัก โดยที่ตัวการ "จอมป่วน" ที่แท้จริงอาจเป็น น้ำตาลปริมาณมหาศาล ที่อยู่ในของเย็นเหล่านั้นต่างหาก

พญ.หยาง โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กอธิบายว่า อุณหภูมิแกนกลางร่างกายมนุษย์จะรักษาไว้ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่อทานของเย็นหรือน้ำแข็งเข้าไป มันจะปรับอุณหภูมิในกระเพาะอาหารอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้สัมผัสกับมดลูกโดยตรง ดังนั้นการศึกษาวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันจึงยังไม่พบหลักฐานยืนยันว่าอาหารอุณหภูมิต่ำจะทำอันตรายต่อมดลูกหรือทำให้ปวดประจำเดือนโดยตรง เธอยังเสริมด้วยว่าในประเทศแถบตะวันตกไม่มีข้อห้ามเรื่องการห้ามทานของเย็นช่วงมีประจำเดือนแต่อย่างใด

สำหรับสาเหตุที่ผู้หญิงหลายคนรู้สึกว่าอาการปวดประจำเดือนเด่นชัดขึ้นหลังทานของเย็น พญ.หยาง วิเคราะห์ว่า:

  1. สาเหตุแรก: การกระตุ้นจากความเย็นอาจทำให้หลอดเลือดและกล้ามเนื้อเรียบรอบหลอดอาหารและกระเพาะอาหารเกิดการหดตัวชั่วคราว หากเดิมทีมีอาการปวดประจำเดือนอยู่แล้ว ความเย็นนี้อาจไปกระตุ้นให้ความรู้สึกไม่สบายตัวจากภาวะขาดเลือดในมดลูกเด่นชัดยิ่งขึ้น

  2. สาเหตุที่สำคัญยิ่งกว่า: ของเย็นมักจะมาพร้อมกับน้ำตาลปริมาณมากและผลิตภัณฑ์จากนม เธอระบุว่าอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น ไอศกรีม หรือเครื่องดื่มชงหวานๆ จะไปกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกาย ทำให้ปวดประจำเดือนรุนแรงขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ส่งผลกระทบต่ออาการปวดจริงๆ จึงอาจไม่ใช่ความเย็นของน้ำแข็ง แต่เป็นปริมาณน้ำตาลที่ทานเข้าไปพร้อมกันต่างหาก

นอกจากจะมาไขข้อข้องใจเรื่องความเชื่อเรื่องการทานของเย็นแล้ว พญ.หยางยังได้แนะนำ 4 วิธีช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน ได้แก่:

  • ทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ล่วงหน้า (ในช่วงเริ่มมีอาการหรือก่อนคาดว่าอาการปวดจะกำเริบ) เพื่อยับยั้งการสร้างพรอสตาแกลันดิน (Prostaglandins)

  • ประคบร้อนบริเวณท้องน้อย เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและผ่อนคลายกล้ามเนื้อเรียบของมดลูก

  • เดินเล่นหรือยืดเหยียดร่างกายแต่พอดี เพื่อช่วยหลั่งสารเอ็นorphin (Endorphins) ซึ่งเป็นสารบรรเทาปวดตามธรรมชาติ

  • ทานอาหารที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 และแมกนีเซียมเป็นประจำ ซึ่งช่วยลดการอักเสบและช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว

พญ.หยาง ยังเตือนด้วยว่า หากอาการปวดประจำเดือนมีความรุนแรงมาก หรืออาจเกี่ยวข้องกับโรคอย่างภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่, โรคต่อมมดลูกอักเสบ (Adenomyosis), เนื้องอกมดลูก หรือภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล