"ฟอยล์ห่ออาหาร" พันลูกบิดประตู ทำแล้วเกิดอะไรขึ่น? เฉลยเทรนด์ฮิตโซเชียลต่างชาติ!

"ฟอยล์ห่ออาหาร" พันลูกบิดประตู ทำแล้วเกิดอะไรขึ่น? เฉลยเทรนด์ฮิตโซเชียลต่างชาติ!

"ฟอยล์ห่ออาหาร" พันลูกบิดประตู ทำแล้วเกิดอะไรขึ่น? เฉลยเทรนด์ฮิตโซเชียลต่างชาติ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขความจริงเบื้องหลังเทรนด์ฮิตบนโซเชียล "ฟอยล์ห่ออาหาร" พันลูกบิดประตู

แฮกแต่งบ้านยอดฮิต! ฟอยล์พันลูกบิดประตูช่วยอะไรได้บ้าง ป้องกันโจรได้จริงไหม?

การนำฟอยล์อะลูมิเนียมมาพันรอบลูกบิดประตูกำลังกลายเป็นทริกงานบ้านที่ได้รับความสนใจอย่างมากบนโลกออนไลน์ แต่ประสิทธิภาพที่แท้จริงจะเหมือนกับคำโฆษณาในโซเชียลหรือไม่?

การใช้กระดาษฟอยล์พันลูกบิดประตูได้กลายเป็นหนึ่งในเคล็ดลับการจัดการบ้านที่ได้รับความสนใจบนโลกโซเชียล โดยสำนักข่าว Times of India รายงานว่า หลายคนในสหรัฐอเมริกาเชื่อว่าวิธีง่ายๆ นี้ช่วยลดอาการสะดุ้งจากไฟฟ้าสถิตที่มักเกิดขึ้นเวลาสัมผัสลูกบิด พร้อมทั้งช่วยสังเกตความผิดปกติหรือป้องกันไม่ให้คนแปลกหน้ามายุ่งกับประตูบ้านได้ด้วย

เมื่อมองแวบแรก วิธีนี้อาจดูเหมือนการทดลอง DIY แปลกๆ แต่ตามรายงานของ Times of India ระบุว่า ประโยชน์บางส่วนของทริกนี้สามารถอธิบายได้ด้วยหลักฟิสิกส์ ส่วนคำอธิบายเรื่องการปกป้องตัวบ้านนั้นจำเป็นต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง

ทำไมฟอยล์ถึงช่วยลดความรู้สึกจากไฟฟ้าสถิตได้?

อาการไฟช็อตเบาๆ เวลาสัมผัสลูกบิดประตูมักเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศแห้ง โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว หรือในบ้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศอยู่เป็นประจำ

เมื่อประจุไฟฟ้าสถิตสะสมบนร่างกายหรือพื้นผิวโลหะ การสัมผัสกะทันหันจะทำให้เกิดการคายประจุไฟฟ้าระดับไมโคร ทำให้คนที่จับลูกบิดรู้สึกเจ็บจี๊ดเหมือนโดนไฟช็อต

ข้อมูลจาก Times of India ซึ่งอ้างอิงบทความใน Journal of Applied Physics ระบุว่า อลูมิเนียมเป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดี เมื่อนำมาพันรอบลูกบิด พื้นผิวของฟอยล์จะช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวและทำให้ประจุไฟฟ้ากระจายตัวได้ทั่วถึง แทนที่จะรวมตัวกันหนาแน่นอยู่แค่จุดเล็กๆ จุดเดียว

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ แทนที่ประจุไฟฟ้าจะสะสมจนเกิดเสียง "ป๊อป" ชัดเจนเวลาปลายนิ้วสัมผัสลูกบิด ฟอยล์จะช่วยกระจายประจุเหล่านั้นให้แผ่กว้างออกไป ทำให้ความรู้สึกจี๊ดหรือเสียวแปลบอาจลดเบาลง

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าฟอยล์จะกำจัดไฟฟ้าสถิตหายไปได้ทั้งหมด ประสิทธิภาพที่ได้ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ความชื้นในห้อง วัสดุของลูกบิด เสื้อผ้าที่สวมใส่ พื้นห้อง และปริมาณประจุไฟฟ้าที่สะสมอยู่ในตัวคุณ

การห่อฟอยล์ช่วยกันขโมยได้จริงหรือ?

นี่คือคุณสมบัติที่ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันมากที่สุด

บางคนเชื่อว่ากระดาษฟอยล์จะส่งเสียงกรอบแกรบเมื่อมีคนมาสัมผัส ช่วยให้เจ้าของบ้านรู้ตัวว่ามีคนกำลังพยายามบิดประตู นอกจากนี้ พื้นผิวที่ยับย่นและสะท้อนแสงยังอาจทิ้งร่องรอยให้สังเกตเห็นได้ง่าย หากฟอยล์ถูกแกะหรือขยับเขยื้อน

อีกทั้งรูปลักษณ์ที่ดูแปลกตาของลูกบิดที่ห่อด้วยฟอยล์ อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีคิดว่าบ้านหลังนี้กำลังถูกเฝ้าระวัง หรือเจ้าของบ้านได้ติดตั้งระบบเตือนภัยอะไรบางอย่างไว้ ซึ่งอาจส่งผลทางจิตวิทยาทำให้บ้านหลังนี้ดูเป็นเป้าหมายที่เข้าถึงได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฟอยล์ไม่ได้สร้างอุปสรรคทางกายภาพที่แข็งแรงใดๆ เลย มันไม่ช่วยให้กลอนประตูแข็งแรงขึ้น ไม่ได้เสริมความมั่นคงให้กับตัวบานประตู และไม่สามารถหยุดคนแปลกหน้าจากการเปิดเข้ามาได้หากระบบล็อกถูกทำลาย

แผ่นฟอยล์สามารถถูกฉีกหรือดึงออกได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เสียงกรอบแกรบของฟอยล์ก็เบามากจนอาจทำให้คนในห้องอื่นไม่ได้ยิน โดยเฉพาะในบ้านหลังใหญ่หรือมีเสียงรบกวนรอบข้าง ดังนั้น วิธีนี้จึงทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนภัยได้จำกัดมากๆ และไม่ควรนำมาใช้เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยหลักของบ้าน

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนลองทำ

กระแสความนิยมของการใช้ฟอยล์พันลูกบิดประตูมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ต้นทุนต่ำ ทำตามได้ทันที และมองเห็นผลลัพธ์ด้วยตาเปล่าได้ง่าย ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น หลายครอบครัวจึงมักมองหาวิธีประหยัดแทนที่จะซื้ออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยราคาแพง ทริกแปลกใหม่บนโซเชียลจึงดึงดูดความสนใจและชวนให้คนอยากทดลองทำตาม

อย่างไรก็ตาม ฟอยล์สามารถฉีกขาด เป็นรอยยับ หรือหลุดลอกได้ง่ายหลังใช้งานไปสักระยะ และหากพันทิ้งไว้เป็นเวลานาน ฟอยล์ก็อาจกักเก็บความชื้นไว้บริเวณรอบลูกบิดประตูได้เช่นกัน

ทริกนี้ไม่สามารถทดแทนระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน รายงานจาก Times of India แนะนำทางเลือกที่น่าเชื่อถือกว่า เช่น การใช้กลอนประตูลดความเสี่ยงหรือสมาร์ทล็อก, ติดตั้งไฟเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว, กล้องวงจรปิด, กริ่งประตูอพาร์ตเมนต์แบบมีจอภาพ และเพิ่มแสงสว่างบริเวณทางเข้าบ้าน

การดูแลบริเวณรอบบ้านให้เป็นระเบียบ มองเห็นได้ง่าย หรือเปิดไฟทิ้งไว้เมื่อจำเป็น ก็เป็นวิธีที่ช่วยส่งสัญญาณว่าบ้านหลังนี้มีคนดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล