หมอดังแฉ 6 อาชีพ สะสมโรคร้ายเงียบๆ พยาบาลอยู่แค่อันดับ 4 แชมป์คืองานที่คุ้นเคย!

หมอดังแฉ 6 อาชีพ สะสมโรคร้ายเงียบๆ พยาบาลอยู่แค่อันดับ 4 แชมป์คืองานที่คุ้นเคย!

หมอดังแฉ 6 อาชีพ สะสมโรคร้ายเงียบๆ พยาบาลอยู่แค่อันดับ 4 แชมป์คืองานที่คุ้นเคย!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หมออังกฤษชี้ชัด! 6 อาชีพ "อันตราย" ในแบบที่ไม่คาดคิด ไม่ได้เสี่ยงภัย แต่ค่อยๆ บั่นทอนสุขภาพไม่รู้ตัว

หลายคนมักคิดว่ามีเพียงอาชีพที่เสี่ยงอันตรายหรือต้องอยู่กับสารเคมีเท่านั้นที่จะส่งผลเสียต่อร่างกาย ทว่า นพ. อาเมียร์ ข่าน (Dr. Amir Khan) แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปชื่อดังจากรายการทีวีของอังกฤษ เช่น Good Morning Britain และ Lorraine ได้ออกมาเตือนผ่านสื่อว่า ในชีวิตจริง อาชีพธรรมดาๆ ที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี่แหละ ที่กำลังสะสมและทำลายสุขภาพของเราอย่างเงียบๆ

"พอพูดถึงอาชีพอันตราย คนมักนึกถึงเหมืองถ่านหิน งานก่อสร้าง หรือการสัมผัสแร่ใยหิน แต่ในฐานะหมอ สิ่งที่ผมเห็นทุกวันกลับตรงกันข้าม ผมเห็นอาชีพที่ดูธรรมดามากๆ กำลังทำให้คนป่วยอย่างเงียบๆ" นพ. ข่าน กล่าว

6 อาชีพเสี่ยงป่วยเงียบ ที่หลายคนคาดไม่ถึง

1. ครู/อาจารย์

เป็นกลุ่มอาชีพที่ยุ่งมากตลอดชั่วโมงการสอน จนหลายคน "ไม่มีเวลาแม้แต่จะดื่มน้ำหรือเข้าห้องน้ำ" ตลอดทั้งวัน พฤติกรรมนี้ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะ ร่างกายขาดน้ำ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคงกกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง

2. พนักงานขับรถมืออาชีพ (แท็กซี่, รถบัส, ขนส่งสินค้า)

การที่ต้อง "นั่งนิ่งอยู่กับที่เป็นเวลานานหลายชั่วโมง" ส่งผลให้เสี่ยงต่อโรคปวดหลังเรื้อรัง ความผิดปกติของระบบเผาผลาญ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมาก

3. ช่างตัดผม / ช่างแต่งหน้า

ตรงกันข้ามกับคนนั่ง ทำงานอาชีพนี้ต้อง "ยืนติดต่อกันนานหลายชั่วโมง" ทำให้เกิดปัญหาเรื้อรังบริเวณกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ หลัง ตลอดจนปัญหาระบบข้อต่อและเท้าบวม

4. พยาบาล และผู้ดูแลผู้ป่วย

ต้องก้มๆ เงยๆ ยก หมุนตัว และพยุงน้ำหนักตัวของผู้ป่วยตลอดทั้งวัน พฤติกรรมนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อ อาการบาดเจ็บของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก อย่างรุนแรง

5. พนักงานออฟฟิศ

ต้องนั่งทำงานเกือบทั้งวัน จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำงานลากยาวโดยไม่พักผ่อน และแทบไม่ได้ออกไปสัมผัสแสงแดดภายนอก ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต

6. บุคลากรทางการแพทย์ / คนทำงานเป็นกะ

การทำงานกะยาว การเปลี่ยนกะกลางคืนบ่อยๆ แรงกดดันทางจิตใจสูง และการกินอาหารไม่ตรงเวลา ส่งผลให้ นาฬิกาชีวิต (Biological Clock) รวน พฤติกรรมการนอนผิดปกติ ซึ่งในระยะยาวเชื่อมโยงกับความเสี่ยงสูงในการเกิดโรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน

(รวมถึงกลุ่มผู้ดูแลคนป่วยในครอบครัวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ซึ่งมักเอาความต้องการของผู้อื่นขึ้นก่อนตนเอง จนเสี่ยงต่อภาวะเครียด สะสม ซึมเศร้า และป่วยเรื้อรัง)

ทางออกคืออะไร? ในเมื่อเรายังต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ

นพ.อาเมียร์ ข่าน ย้ำว่า ทางออกไม่ใช่การยื่นใบลาออก เพราะทุกคนจำเป็นต้องทำงานเพื่อใช้ชีวิต แต่หัวใจสำคัญคือ "การเข้าใจว่างานของเรากำลังเรียกร้องและทำร้ายร่างกายในจุดไหน" เพื่อรับมือได้ถูกต้อง

  • หากต้องนั่งทั้งวัน: หาเหตุผลลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย หรือเดินขยับร่างกายทุกๆ 1 ชั่วโมง

  • หากต้องยืนทั้งวัน: พักผ่อนและดูแลกล้ามเนื้อ ขา และข้อต่ออย่างเหมาะสมเมื่อมีโอกาส

  • หากต้องทำงานเป็นกะ: เข้มงวดกับการนอนหลับพักผ่อนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

  • ทุกอาชีพ: อย่ามองข้ามความสำคัญของการรับประทานอาหารให้ตรงเวลา ดื่มน้ำให้เพียงพอ และจัดเวลาพักผ่อนให้ตัวเองบ้าง

 ท้ายที่สุด อาชีพไม่ได้ทำร้ายสุขภาพเพียงเพราะชื่องาน แต่เกิดจากรูปแบบการทำงานที่เราทำซ้ำทุกวัน ทั้งการนั่งนาน ยืนนาน อั้นปัสสาวะ กินไม่ตรงเวลา หรือนอนผิดเวลา การรู้ทันความเสี่ยงของงานตัวเอง แล้วปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ เช่น ขยับร่างกาย ดื่มน้ำ พักสายตา และนอนให้พอ จึงเป็นวิธีดูแลสุขภาพที่ทำได้จริงโดยไม่ต้องรอให้ร่างกายส่งสัญญาณเตือนก่อน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล