"ตากผ้าในห้องแอร์" กินไฟจริงไหม? เผยทริกทำให้แห้งไว-ไม่เหม็นอับ แถมเซฟสุขภาพ!

"ตากผ้าในห้องแอร์" กินไฟจริงไหม? เผยทริกทำให้แห้งไว-ไม่เหม็นอับ แถมเซฟสุขภาพ!

"ตากผ้าในห้องแอร์" กินไฟจริงไหม? เผยทริกทำให้แห้งไว-ไม่เหม็นอับ แถมเซฟสุขภาพ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เฉลยแล้ว ตากผ้าในห้องแอร์ดีจริงไหม? ชี้ผลดี-ผลเสียพร้อมทริกทำให้ผ้าแห้งไวไม่เหม็นอับ

ในวันที่ฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานานหรือสภาพอากาศมีความชื้นสูง หลายคนมักใช้วิธีนำเสื้อผ้ามาแขวนตากไว้ภายในห้องแอร์เพราะเห็นว่าผ้าแห้งไวและสะดวกสบายดี แม้ว่าวิธีนี้จะเป็นทริกยอดนิยมที่หลายบ้านเลือกใช้ แต่คำถามคือ "เราควรตากผ้าในห้องแอร์เป็นประจำจริงหรือ?" คำตอบคือ สามารถทำได้ในยามจำเป็น แต่ไม่ควรทำเป็นประจำจนติดเป็นนิสัย

ทำไมเครื่องปรับอากาศถึงช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น?

เครื่องปรับอากาศไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ทำความเย็นเท่านั้น แต่ยังมีกลไกในการ "ดึงความชื้น" ออกจากอากาศภายในห้องอีกด้วย เมื่อเปิดแอร์ ไอน้ำในอากาศจะถูกควบแน่นและระบายออกทางท่อน้ำทิ้ง ส่งผลให้สภาพแวดล้อมภายในห้องมีความแห้ง อากาศที่แห้งนี้เองจึงช่วยเร่งให้ความชื้นในเนื้อผ้าดึงระเหยออกมาได้เร็วขึ้น เหมาะสำหรับใช้วิธีนี้ในวันที่ฝนตกหนักจนไม่มีแดด

ผลเสียของการตากผ้าในห้องแอร์เป็นประจำ

แม้วิธีนี้จะได้ผลในระยะสั้น แต่การตากผ้าในห้องแอร์บ่อยเกินไปอาจส่งผลกระทบตามมา ดังนี้:

  1. แอร์ทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้น: เมื่อนำผ้าเปียกจำนวนมากมาตาก ความชื้นในห้องจะพุ่งสูงขึ้น เครื่องปรับอากาศต้องใช้พลังงานมากขึ้นทั้งในการทำความเย็นและดึงความชื้นออก ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานนานขึ้นและ "ค่าไฟพุ่งสูง"

  2. ผ้าแห้งไม่สนิท เสี่ยงเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ: ลมแอร์อาจทำให้ผ้าชั้นนอกดูเหมือนแห้ง แต่เนื้อผ้าด้านในของผ้าหนาๆ เช่น กางเกงยีนส์ เสื้อหนาว หรือผ้าเช็ดตัว อาจยังคงมีความชื้นสะสมอยู่ หากนำไปพับเก็บในตู้ทันทีจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและส่งกลิ่นอับชื้น

  3. ขัดขวางการหมุนเวียนของลมแอร์: การราวตากผ้ามาตั้งไว้กลางห้องจะบังทิศทางลมเย็น ทำให้ห้องเย็นช้าลง และทำให้พื้นที่อยู่อาศัยดูแออัด

เมื่อไหร่ที่ควรตากผ้าในห้องแอร์?

ควรใช้วิธีนี้เป็น "ทางออกชั่วคราว" เท่านั้น ในกรณีดังต่อไปนี้:

  • วันที่ฝนตกหนักต่อเนื่อง และไม่มีพื้นที่ตากผ้าในร่มที่ลมถ่ายเท

  • ช่วงฤดูชื้นที่ทำให้ผ้าแห้งช้าจนเริ่มมีกลิ่นอับ

  • ต้องการตากผ้าด่วนเฉพาะชิ้น 1–2 ชิ้นเพื่อเร่งใช้งาน

หากวันใดที่สภาพอากาศโปร่งใส มีลมพัด หรือมีแสงแดด การตากผ้าภายนอกในที่ตากลมย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทั้งประหยัดไฟและช่วยให้ผ้าแห้งหอมอย่างเป็นธรรมชาติ

5 ทริกช่วยให้ผ้าแห้งไวเมื่อจำเป็นต้องตากในห้องแอร์

  1. ปั่นหมาดให้แห้งที่สุด: บิดหรือใช้เครื่องปั่นหมาดให้ผ้าเหลือความชื้นน้อยที่สุดก่อนนำมาตาก

  2. เว้นระยะห่างของเสื้อผ้า: ไม่แขวนผ้าชิดกันเกินไป เพื่อให้อากาศแห้งหมุนเวียนผ่านเนื้อผ้าได้สะดวก

  3. เปิดพัดลมช่วยกระจายลม: เปิดพัดลมเป่าตรงไปยังกองผ้า จะช่วยเร่งการระเหยของน้ำได้ไวขึ้นเท่าตัว

  4. ไม่ตากผ้าปริมาณมากเกินไป: ตากเฉพาะชิ้นที่จำเป็น ไม่ควรขนผ้าทั้งถังมาตากในห้องเดียว

  5. นำไปผึ่งลมอีกครั้งก่อนเก็บ: เมื่อผ้าใกล้แห้ง ให้นำไปผึ่งในพื้นที่ที่มีลมถ่ายเท เพื่อให้แน่ใจว่าผ้าแห้งสนิทถึงเส้นใยข้างในก่อนจัดเก็บเข้าตู้

 สรุปแล้ว การตากผ้าในห้องแอร์สามารถทำได้ในวันที่จำเป็น เช่น ฝนตกต่อเนื่องหรือไม่มีพื้นที่ตากผ้า แต่ไม่ควรใช้เป็นวิธีหลักเป็นประจำ เพราะอาจทำให้แอร์ทำงานหนัก ค่าไฟสูงขึ้น และเสี่ยงผ้าแห้งไม่สนิทจนเกิดกลิ่นอับได้ ทางที่ดีที่สุดคือปั่นหมาดให้มากที่สุด เว้นระยะผ้า เปิดพัดลมช่วย และตรวจให้แน่ใจว่าผ้าแห้งสนิทก่อนพับเก็บ เพื่อให้เสื้อผ้าสะอาด หอม และปลอดเชื้อรามากขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล