กิน "ผักโขม" ทุกวันได้ไหม? เปิดเคสชายวัย 52 ไตพัง หมอชี้กินแบบนี้เสี่ยง แนะกินยังไงให้ปลอดภัย

กิน "ผักโขม" ทุกวันได้ไหม? เปิดเคสชายวัย 52 ไตพัง หมอชี้กินแบบนี้เสี่ยง แนะกินยังไงให้ปลอดภัย

กิน "ผักโขม" ทุกวันได้ไหม? เปิดเคสชายวัย 52 ไตพัง หมอชี้กินแบบนี้เสี่ยง แนะกินยังไงให้ปลอดภัย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชายวัย 52 กิน “ผักโขมจีน” ต่อเนื่อง ไตพังอย่างไว แพทย์พบผลึกออกซาเลตอุดท่อไต

ผักเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่คำว่า “มีประโยชน์” ไม่ได้หมายความว่าจะกินชนิดเดิมในปริมาณมากติดต่อกันได้โดยไม่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไตหรือเคยผ่านการปลูกถ่ายไตมาก่อน

กรณีของชายชาวจีนวัย 52 ปีรายหนึ่งกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีการนำเสนอว่าเขาเกิดภาวะไตผิดปกติจากการกินผักโขมต่อเนื่องหลายมื้อ อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบต้นทางพบว่า ผักในข่าวคือ ผักโขมจีนหรืออะมารันธ์ 

ชายวัย 52 เคยปลูกถ่ายไต ก่อนตรวจพบค่าการทำงานของไตผิดปกติ

รายงานจากสื่อจีนระบุว่า ชายวัย 52 ปี นามสมมติว่า “คุณเฉิน” อาศัยอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน เขามีประวัติความดันโลหิตสูง เบาหวาน และเคยป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้าย จนต้องเข้ารับการปลูกถ่ายไตเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนเกิดเหตุ

หลังการปลูกถ่ายไต เขารับประทานยาตามแพทย์สั่งและเข้ารับการตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ โดยผลการตรวจเคยอยู่ในเกณฑ์คงที่ กระทั่งการตรวจครั้งหนึ่งพบว่า ระดับครีอะตินีนในเลือดสูงผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าการทำงานของไตกำลังมีปัญหา

ทีมแพทย์จากศูนย์โรคไต โรงพยาบาลในเครือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง จึงตรวจเพิ่มเติมด้วยการเก็บชิ้นเนื้อไต ผลตรวจพบผลึกออกซาเลตสะสมอยู่ภายในท่อไต

กินผักโขมจีนต่อเนื่องประมาณหนึ่งสัปดาห์

เมื่อแพทย์สอบถามพฤติกรรมการกิน คุณเฉินเล่าว่าในช่วงก่อนตรวจพบความผิดปกติ เขารับประทานผักโขมจีนที่ปลูกไว้เองต่อเนื่องหลายมื้อ เนื่องจากผักกำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวและเขาเชื่อว่าเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

แพทย์จึงพิจารณาว่า การกินผักที่มีออกซาเลตค่อนข้างสูงในปริมาณมากและถี่เกินไป อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดผลึกออกซาเลตในท่อไต โดยความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นในผู้ที่มีโรคไตเดิม มีความผิดปกติด้านการเผาผลาญ หรือผ่านการปลูกถ่ายไตมาแล้ว

ภายหลังได้รับการรักษาและติดตามอาการ การทำงานของไตของคุณเฉินค่อย ๆ กลับมาอยู่ใกล้ระดับเดิม ไม่ได้มีรายงานจากต้นทางว่าเขาต้องฟอกไตตลอดชีวิตหรือเกือบเสียชีวิตแต่อย่างใด

ผักโขมจีน ไม่ใช่ผักปวยเล้ง

ชื่อผักในภาษาจีนที่ปรากฏในข่าวคือ 苋菜 หมายถึงผักในกลุ่มอะมารันธ์ ซึ่งในประเทศไทยอาจเรียกว่า ผักโขมจีน ผักโขมแดง หรือผักโขมสวน แตกต่างจากปวยเล้งหรือ spinach ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Spinacia oleracea

แม้ผักทั้งสองกลุ่มจะมีออกซาเลต แต่เป็นคนละชนิดกัน การใช้คำว่า “ผักโขม” เพียงอย่างเดียวจึงอาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเป็นปวยเล้งที่นิยมใส่สลัดหรือทำอาหารตะวันตก

ออกซาเลตทำให้ไตเสียหายได้อย่างไร?

ออกซาเลตเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในอาหารจากพืชหลายชนิด เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ออกซาเลตส่วนหนึ่งสามารถจับกับแคลเซียมและกลายเป็นผลึกแคลเซียมออกซาเลต ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของนิ่วในไตที่พบได้บ่อย

ในกรณีที่ได้รับออกซาเลตในปริมาณสูงมาก หรือร่างกายมีปัจจัยเสี่ยง ผลึกอาจไปสะสมในท่อไต ทำให้เกิดการอุดตันและการอักเสบ จนนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า โรคไตจากออกซาเลต หรือ oxalate nephropathy ซึ่งเป็นสาเหตุของไตบาดเจ็บเฉียบพลันที่พบไม่บ่อย แต่สามารถรุนแรงได้

ผู้ที่มีโรคไตเรื้อรัง เบาหวาน ภาวะขาดน้ำ ปัญหาการดูดซึมอาหาร หรือกินอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีออกซาเลตหรือวิตามินซีเข้มข้นมาก อาจมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่กินผักเหล่านี้ในปริมาณปกติทุกคนจะเกิดไตวาย

ผักมีออกซาเลต กินแล้วไตวายทุกคนหรือไม่?

คำตอบคือไม่ การกินผักที่มีออกซาเลตในปริมาณปกติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลาย โดยทั่วไปไม่ได้ทำให้คนสุขภาพดีเกิดไตวายเฉียบพลัน กรณีไตเสียหายจากออกซาเลตในอาหารถือว่าพบได้ค่อนข้างน้อย และมักมีหลายปัจจัยร่วมกัน

มูลนิธิโรคไตแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า คนทั่วไปไม่จำเป็นต้องงดอาหารที่มีออกซาเลตทั้งหมด เพราะผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชยังให้ใยอาหาร โพแทสเซียม แมกนีเซียม และสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ การจำกัดออกซาเลตควรพิจารณาตามประวัติสุขภาพและผลตรวจของแต่ละคน

อาหารที่มีออกซาเลตสูงมากและควรระวังในผู้ที่มีนิ่วแคลเซียมออกซาเลตหรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ได้แก่ ปวยเล้ง สวิสชาร์ด บีทรูต รูบาร์บ และอัลมอนด์ ส่วนระดับออกซาเลตในผักแต่ละชนิดอาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ส่วนที่นำมากิน และวิธีปรุง

ลวกผักช่วยลดออกซาเลตได้จริงไหม?

ออกซาเลตบางส่วนละลายน้ำได้ การต้มหรือลวกผักแล้วเทน้ำทิ้งจึงช่วยลดปริมาณออกซาเลตที่ละลายน้ำได้ งานวิจัยที่ศึกษาอาหารหลายชนิดพบว่า การต้มสามารถลดออกซาเลตชนิดละลายน้ำได้ประมาณ 30–87% ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหาร ระยะเวลา และวิธีปรุง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ควรนำไปสรุปว่าการลวกสั้น ๆ จะลดออกซาเลตได้เท่ากันในผักทุกชนิด และการลวกไม่ได้กำจัดออกซาเลตออกทั้งหมด ผู้ที่มีโรคไตหรือเคยมีนิ่วควรควบคุมทั้งชนิด ปริมาณ และความถี่ในการกินตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

กินผักอย่างไร ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อไต?

  • ไม่กินผักชนิดเดิมจำนวนมากซ้ำทุกมื้อ ควรสลับผักให้หลากหลาย
  • ลวกหรือต้มผักที่มีออกซาเลตสูงแล้วเทน้ำทิ้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง
  • ดื่มน้ำให้เหมาะกับสุขภาพ แต่ผู้ป่วยโรคไตหรือหัวใจที่ต้องจำกัดน้ำควรทำตามคำแนะนำของแพทย์
  • ไม่งดแคลเซียมเอง เพราะแคลเซียมจากอาหารที่กินพร้อมมื้ออาหารอาจช่วยจับกับออกซาเลตในลำไส้และลดการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
  • ระวังผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินซีขนาดสูง เนื่องจากวิตามินซีส่วนเกินบางส่วนสามารถเปลี่ยนเป็นออกซาเลตได้
  • ผู้ป่วยโรคไตและผู้ปลูกถ่ายไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับอาหารครั้งใหญ่ เพราะอาจต้องควบคุมโพแทสเซียม โซเดียม โปรตีน และแร่ธาตุอื่นร่วมด้วย

การป้องกันนิ่วและปัญหาจากออกซาเลตไม่ได้หมายถึงการงดผักทั้งหมด การดื่มน้ำอย่างเหมาะสม กินแคลเซียมจากอาหารให้เพียงพอ ลดอาหารเค็ม และเลือกอาหารให้หลากหลาย เป็นแนวทางที่สมดุลกว่าการจำกัดออกซาเลตอย่างเข้มงวดโดยไม่มีข้อบ่งชี้

สัญญาณผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม

ภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลันบางรายอาจไม่แสดงอาการและตรวจพบจากผลเลือดเท่านั้น ส่วนอาการที่อาจพบได้ ได้แก่ ปัสสาวะลดลง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เท้าหรือขาบวม หายใจลำบาก ง่วงซึม หรือสับสน

ผู้ที่มีโรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือผ่านการปลูกถ่ายไต หากมีปัสสาวะลดลง บวม หรือรู้สึกผิดปกติหลังเปลี่ยนรูปแบบการกินอย่างมาก ควรไปพบแพทย์ ไม่ควรรอให้อาการรุนแรงหรือหยุดยาประจำเอง

สรุป ผักไม่ได้เป็นผู้ร้าย แต่ปริมาณและสุขภาพเดิมสำคัญ

กรณีของชายวัย 52 ปีรายนี้ไม่ได้หมายความว่าผักโขมจีนเป็นผักอันตรายสำหรับทุกคน ปัจจัยสำคัญคือเขาเป็นผู้ป่วยที่เคยไตวายและผ่านการปลูกถ่ายไต ก่อนจะกินผักที่มีออกซาเลตค่อนข้างสูงต่อเนื่องหลายมื้อในช่วงเวลาสั้น ๆ

สำหรับคนสุขภาพดี การกินผักในปริมาณเหมาะสมและหลากหลายยังเป็นส่วนสำคัญของอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ส่วนผู้ที่มีโรคไต นิ่วในไต หรือความผิดปกติด้านการเผาผลาญ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร แทนการงดผักหรือปรับเมนูตามข้อมูลบนโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียว

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล