คนไทยอย่าเมิน! ผักราคาหลักสิบ แต่ตำราจีนยกเป็น ‘ยาอายุวัฒนะ’ เคลียร์ลำไส้-บำรุงเลือด

คนไทยอย่าเมิน! ผักราคาหลักสิบ แต่ตำราจีนยกเป็น ‘ยาอายุวัฒนะ’ เคลียร์ลำไส้-บำรุงเลือด

คนไทยอย่าเมิน!  ผักราคาหลักสิบ แต่ตำราจีนยกเป็น ‘ยาอายุวัฒนะ’ เคลียร์ลำไส้-บำรุงเลือด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 ประโยชน์ล้นจาน! "ผักโขม" ผักริมรั้วราคาหลักสิบ แต่คุณค่าโภชนาการสูงลิ่ว ตำราจีนยกให้เป็นยาอายุวัฒนะ

หากพูดถึงเมนูคลายร้อนยอดฮิตในมื้ออาหารของหลาย ๆ บ้าน เชื่อว่าต้องมีเมนูจานผักอย่างแกงจืดผักโขมหมูสับ หรือผักโขมลวกจิ้มน้ำพริกอยู่ด้วยแน่นอน ผักโขม (หรือที่บางคนเรียกผักขม) เป็นผักที่หาซื้อง่าย ราคาประหยัด และขึ้นเองตามธรรมชาติได้ง่ายมาก แต่รู้หรือไม่ว่าผักพื้นบ้านที่ดูธรรมดา ๆ แบบนี้ ในตำราแพทย์แผนจีนโบราณกลับยกย่องให้เป็นยอดผักบำรุงร่างกายที่มีคุณค่าสูงไม่แพ้สมุนไพรราคาแพงเลยทีเดียว

จริง ๆ แล้ว ผักโขมบ้านเรา (มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า Amaranth) เป็นพืชเขตร้อนที่มีต้นกำเนิดดั้งเดิมมาจากทวีปอเมริกา ก่อนจะแพร่กระจายและเติบโตได้ดีในแถบเอเชีย ในมุมของโภชนาการสมัยใหม่ ผักชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงมาก นักโภชนาการจึงจัดให้ผักโขมเป็นหนึ่งในอาหารเพื่อสุขภาพที่ควรมีติดครัวไว้


เปิดบันทึกตำราจีนโบราณ ยกย่องเป็น "ผักอายุวัฒนะ"

ความมหัศจรรย์ของผักโขมมีบันทึกไว้ในคัมภีร์แพทย์แผนจีนโบราณชื่อดังอย่าง "เปิ่นเฉ่ากังมู่" โดยระบุไว้ว่า ผักชนิดนี้มีรสหวาน ฤทธิ์เย็นชุ่มคอ และไม่มีพิษ มีสรรพคุณเด่นในการช่วยขับถ่าย บำรุงลำไส้ ช่วยแก้อาการร้อนใน และทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้คล่องตัวขึ้น

นอกจากนี้ ในตำราสมุนไพรเก่าแก่ของจีนยังจัดให้ผักโขมอยู่ในกลุ่มอาหารบำรุงชั้นยอดที่สามารถรับประทานติดต่อกันได้ในระยะยาวเพื่อบำรุงร่างกาย จนชาวบ้านพากันตั้งฉายาให้ว่า "ผักอายุวัฒนะ" พร้อมคำเปรียบเปรยที่ว่า "มีประโยชน์ยิ่งกว่าเนื้อสัตว์ และคุ้มค่ากว่าการซื้อยามาทาน" ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าของดีราคาถูกที่มีอยู่จริงรอบตัวเรา


ชวนรู้จัก "ผักโขม" สายพันธุ์ยอดนิยมและสรรพคุณทางยา

แพทย์แผนโบราณระบุว่า ผักโขมมีส่วนช่วยดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ เป็นยาระบายอ่อน ๆ และช่วยบำรุงสายตา โดยสายพันธุ์ที่เรามักพบเห็นและนำมารับประทานกันบ่อย ๆ มีดังนี้ค่ะ

  • 1. ผักโขมแดง
    สังเกตง่าย ๆ จากลำต้นและใบที่จะมีสีม่วงแดงเข้ม เมื่อนำไปต้มหรือทำแกงจืด น้ำซุปจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือสีแดงข้น ผักโขมสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมสูงมาก เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระและแร่ธาตุที่เข้มข้นเป็นพิเศษ
  • 2. ผักโขมขาว
    มีใบสีเขียวสดและลำต้นอ่อนนุ่ม รสชาติหวานนุ่มลิ้น ทานง่าย นิยมนำมาทำแกงจืด ผัดน้ำมันหอย หรือลวกจิ้มน้ำพริก
  • 3. ผักโขมหนาม
    มักขึ้นเองตามที่รกร้างหรือตามป่า ลำต้นจะมีหนามแหลมและทนแล้งได้ดีมาก ในทางยาแผนโบราณมักจะนำส่วนรากและลำต้นมาต้มดื่มเพื่อช่วยขับปัสสาวะ

คุณค่าทางโภชนาการที่คาดไม่ถึง: แหล่งธาตุเหล็กและแคลเซียมชั้นดี

ข้อมูลจากสถาบันโภชนาการระบุว่า ผักโขมแดงปริมาณ 100 กรัม ให้ธาตุเหล็กสูงถึงประมาณ 5.4 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับผักใบเขียวทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงเลือด นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินเค โฟเลต วิตามินบี 6 โพแทสเซียม และใยอาหารสูง ซึ่งช่วยบำรุงกระดูก รักษาสมดุลความดันโลหิต และกระตุ้นการขับถ่ายให้ดีขึ้น


ข้อควรระวังสำคัญ! กินผักโขมอย่างไรให้ปลอดภัย

  • ห้ามกินดิบในปริมาณมาก: ควรปรุงให้สุกผ่านความร้อนก่อนทานทุกครั้ง เนื่องจากผักโขมสดจะมีกรดออกซาลิก (Oxalic Acid) ค่อนข้างสูง ซึ่งสารนี้อาจไปจับตัวกับแคลเซียมจนทำให้เกิดนิ่วในไตหรือทางเดินปัสสาวะได้ การต้มหรือลวกให้สุกจะช่วยลดกรดชนิดนี้ลงไปได้เยอะมากค่ะ
  • ผู้ป่วยเฉพาะโรคต้องระวัง: เนื่องจากผักโขมมีโพแทสเซียมและกรดออกซาลิกสูง ผู้ป่วยโรคไต โรคเกาต์ หรือผู้ที่มีปัญหานิ่วในทางเดินปัสสาวะ จึงควรจำกัดปริมาณในการรับประทาน หรือปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อน
  • เน้นความหลากหลาย: แม้ผักโขมจะมีประโยชน์ล้นเหลือ แต่ก็ควรทานสลับหมุนเวียนกับผักชนิดอื่น ๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และอย่าลืมล้างทำความสะอาดผ่านน้ำไหลให้สะอาดก่อนนำมาปรุงอาหารทุกครั้งนะคะ

บทสรุปจากนักโภชนาการ: สุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป ผักโขมคือตัวอย่างของวัตถุดิบพื้นบ้านราคาประหยัดที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก การนำมาปรุงสุกอย่างถูกวิธีและรับประทานอย่างเหมาะสม จะช่วยเติมเต็มวิตามินแร่ธาตุ และสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายของเราได้อย่างยั่งยืนค่ะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล