"กระเทียม" สับ-ตำ-ทุบ แตกต่างกันอย่างไร? กูรูเฉลยแล้ว สายทำอาหารต้องรู้!

ไขข้อข้องใจ! ทำอาหารใช้ "กระเทียม" แบบสับ ตำ หรือทุบ แบบไหนหอมอร่อยกว่ากัน?
กระเทียม ถือเป็นวัตถุประสงค์หลักและหัวใจสำคัญในการชูรสชาติอาหารไทยและเอเชีย แต่รู้ไหมครับว่า "วิธีการเตรียมกระเทียม" ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการสับ การตำ หรือการทุบ ล้วนส่งผลให้รสชาติและกลิ่นหอมของอาหารเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง!
ในทางวิทยาศาสตร์ กลีบกระเทียมจะมีสารที่ชื่อว่า อัลลิอิน (Alliin) และเอนไซม์ อัลลิเนส (Alliinase) แยกกันอยู่คนละเซลล์ ทำให้กระเทียมดิบที่ยังไม่ปอกเปลือกแทบจะไม่มีกลิ่น แต่เมื่อใดก็ตามที่เราทุบ สับ หรือตำ โครงสร้างเซลล์จะแตกออก สารทั้งสองชนิดจะผสมโรงกันจนเกิดเป็นสาร "อัลลิซิน" (Allicin) ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดกลิ่นฉุนและรสเผ็ดร้อน ยิ่งเซลล์กระเทียมถูกทำลายมากเท่าไหร่ สารอัลลิซินก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นเท่านั้นครับ
สับ ตำ หรือทุบ? เลือกใช้ให้ถูกกับเมนู
1. ใส่ทั้งกลีบ (ไม่ทุบ): ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ และรสหวานละมุน
การปอกเปลือกแล้วใส่ลงไปทั้งกลีบจะทำให้โครงสร้างเซลล์เสียหายน้อยที่สุด สารอัลลิซินจึงเกิดขึ้นไม่มาก
-
ผลลัพธ์: เมื่อนำไปตุ๋น เคี่ยว หรืออบเป็นเวลานาน สารซัลเฟอร์จะค่อยๆ เปลี่ยนสภาพ และน้ำตาลธรรมชาติในกระเทียมจะเข้มข้นขึ้น ทำให้กระเทียมมีรสหวานนุ่มนวล
-
เมนูที่เหมาะ: เหมาะกับเมนูต้มตุ๋น, เมนูอบ หรือแกงที่ต้องการกลิ่นอายกระเทียมจางๆ แต่ไม่ฉุนกลบกลิ่นหลัก
2. กระเทียมทุบ หรือหั่นแว่น: หอมชัดเจนแต่ไม่ฉุนจัด
การทุบพอแตกหรือหั่นเป็นแผ่นแว่น จะทำให้เซลล์แตกออกปานกลาง ได้ปริมาณสารอัลลิซินที่กำลังพอดี
-
ผลลัพธ์: กระเทียมจะส่งกลิ่นหอมเตะจมูกชัดเจน แต่รสชาติจะไม่เผ็ดร้อนจนเกินไป
-
เมนูที่เหมาะ: เป็นวิธียอดฮิตในการนำไปเจียวเพื่อเอากลิ่นหอมลงในน้ำมัน, เมนูผัดผักต่างๆ, การหมักเนื้อสัตว์ หรือใช้ดับกลิ่นคาวของวัตถุดิบ
3. กระเทียมสับละเอียด หรือตำจนน่วม: ฉุนสะใจ เผ็ดร้อนขั้นสุด
การสับยิบหรือนำไปโขลกในครก จะทำให้เซลล์ของกระเทียมถูกทำลายแทบจะ 100%
-
ผลลัพธ์: ปฏิกิริยาการสร้างสารอัลลิซินจะพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุด ทำให้กระเทียมส่งกลิ่นฉุนรุนแรงและมีรสเผ็ดร้อนจัดจ้านกว่าวิธีอื่น
-
เมนูที่เหมาะ: เหมาะมากสำหรับทำน้ำจิ้ม (เช่น น้ำจิ้มซีฟู้ด), ทำซอสเนยกระเทียม หรือเมนูยำ เมนูลาบที่ต้องการรสชาติจัดจ้านถึงใจ
4 เคล็ดลับก้นครัว ดึงความหอมของกระเทียมให้เต็มร้อย
-
หลังสับเสร็จ ให้ "พัก" ก่อน 5-10 นาที: อย่าเพิ่งโยนกระเทียมสับลงกระทะร้อนๆ ทันทีครับ การปล่อยให้กระเทียมพักแปับหนึ่งจะเปิดโอกาสให้เอนไซม์ทำหน้าที่สร้างสารอัลลิซินได้อย่างสมบูรณ์ หากโดนความร้อนทันที ปฏิกิริยานี้จะถูกตัดตอนทำให้ออกกลิ่นได้ไม่เต็มที่
-
ความร้อนเปลี่ยนรสชาติ: สารอัลลิซินทนความร้อนสูงนานๆ ไม่ได้ การเจียวกระเทียมตั้งแต่เริ่มตั้งกระทะจะทำให้ได้รสหวานละมุนตอนท้าย ต่างจากการโรยกระเทียมสดสับลงไปเคล้าก่อนปิดไฟที่จะได้รสฉุนเผ็ดร้อน
-
ระวังไหม้!: กระเทียมมีน้ำตาลธรรมชาติสูงและชิ้นเล็ก จึงไหม้ง่ายมากจนอาจทำให้อาหารขมเสียรสชาติ เวลาเจียวกระเทียมควรใช้ไฟกลาง เมื่อเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนให้รีบใส่ตัววัตถุดิบอื่นตามลงไปทันทีเพื่อลดอุณหภูมิในกระทะ
-
หลีกเลี่ยงกระเทียมสับแช่ฟรีซ: หลายบ้านชอบปอกกระเทียมทิ้งไว้เยอะๆ หรือสับแช่แข็งเพื่อความสะดวก แต่รู้ไหมว่าสารอัลลิซินจะลดลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาการเก็บ ทำให้ความหอมอร่อยสู้กระเทียมสดๆ ที่เพิ่งทุบหรือสับก่อนลงกระทะไม่ได้เลย
แค่เรื่องของ "กระเทียม" วัตถุดิบพื้นบ้านที่ดูเรียบง่าย แต่รายละเอียดในการบด สับ หรือทุบ กลับมีวิทยาศาสตร์ก้นครัวซ่อนอยู่และเปลี่ยนรสชาติอาหารได้อย่างไม่น่าเชื่อ การเลือกวิธีจัดเตรียมให้เหมาะกับประเภทอาหารและระดับความฉุนที่ต้องการ ไม่เพียงแต่จะช่วยดึงรสชาติและกลิ่นหอมของเมนูนั้นๆ ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในเสน่ห์ปลายจวักอีกด้วย รู้เคล็ดลับดีๆ แบบนี้แล้ว เข้าครัวรอบหน้าลองปรับวิธีเตรียมกระเทียมให้ตรงสูตร รับรองว่าอาหารจานโปรดของคุณจะหอมอร่อยขึ้นอีกเป็นกองแน่นอน!
- หมอย้ำ 4 อาหาร "ไม่ควร" กินพร้อมหัวไชเท้า แต่หลายบ้าน-หลายร้าน ยังต้มรวมหม้อเดียวกัน!
- ไข่กลม vs ไข่แหลม เลือกกินแบบไหนอร่อย-มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่ากัน?

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี