ไม่ใช่แค่เรื่องแก่! หมอเฉลย "ลุกฉี่ตอนดึก" เกินกี่ครั้ง? ถึงเป็นสัญญาณเตือนโรคร้าย

ไม่ใช่แค่เรื่องแก่! หมอเฉลย "ลุกฉี่ตอนดึก" เกินกี่ครั้ง? ถึงเป็นสัญญาณเตือนโรคร้าย

ไม่ใช่แค่เรื่องแก่! หมอเฉลย "ลุกฉี่ตอนดึก" เกินกี่ครั้ง? ถึงเป็นสัญญาณเตือนโรคร้าย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ลุกฉี่ตอนดึกบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เรื่องแก่! แพทย์เผย "ภาวะปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน" สัญญาณเตือนเบาหวาน-หยุดหายใจขณะหลับ

ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดจนต้องดื่มน้ำบ่อยขึ้น การลุกไปเข้าห้องน้ำในระหว่างวันบ่อย ๆ อาจเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ แต่หากพฤติกรรมนี้ลามไปถึงช่วงเวลานอนหลับ จนทำให้คุณต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกคืนละหลาย ๆ หนเพื่อลุกมาปัสสาวะ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ออกโรงเตือนแล้วว่า อย่าชะล่าใจและคิดว่าเป็นเพียงเรื่องปกติของความร่วงโรยตามวัย เพราะแท้จริงแล้วมันอาจเป็นสัญญาณเตือนเงียบของโรคร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย

ทางการแพทย์มีคำศัพท์เฉพาะเรียกอาการตื่นมาปัสสาวะกลางดึกบ่อยผิดปกติว่า "ภาวะปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน" ซึ่งเกณฑ์ของ Cleveland Clinic ระบุไว้ว่า คือการที่บุคคลนั้นต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อปัสสาวะตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปต่อคืน แม้ว่าสาเหตุพื้นฐานจะเกิดจากการดื่มน้ำมากเกินไปก่อนนอน แต่ในหลายกรณีกลับพบสาเหตุแฝงที่น่ากลัวกว่านั้น เช่น โรคหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะทางเดินปัสสาวะอุดกั้น

ไม่ใช่แค่เรื่องของคนแก่ สถิติชี้อายุมากกว่า 30 ปี เริ่มมีอาการ

ดร. มาริสา คลิฟตัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวเดลีเมลว่า คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าการลุกฉี่ตอนดึกเป็นเรื่องธรรมชาติของการก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งในความเป็นจริง แม้ว่าสถิติจะพบในกลุ่มผู้ใหญ่อายุเกิน 50 ปี สูงถึงร้อยละ 50 แต่ภาวะนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้กับคนหนุ่มสาว โดยพบในกลุ่มผู้หญิงอายุต่ำกว่า 50 ปีค่อนข้างมาก และพบได้ถึง 1 ใน 3 ของผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ปัจจัยจากการทานยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูง ก็มีส่วนทำให้อาการนี้เด่นชัดขึ้น ทว่า สิ่งที่แพทย์แสดงความกังวลมากที่สุดคือ ความเชื่อมโยงระหว่างการลุกฉี่บ่อยกับ "ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น" 

เปิดกลไกสมองสั่งการ "Survival Mode" เมื่อร่างกายขาดออกซิเจน

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เกิดจากทางเดินหายใจตีบแคบหรืออุดกั้นในขณะหลับ ทำให้อากาศไม่สามารถไหลเวียนผ่านหลอดลมได้ ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงอย่างน่ากลัว ในนาทีวิกฤตนั้น สมองจะเข้าสู่ "โหมดเอาตัวรอด" เพื่อสั่งการให้ร่างกายสะดุ้งตื่นขึ้นมาหายใจอีกครั้ง ซึ่งเป็นการช่วยชีวิตไม่ให้ขาดใจตาย แต่กลไกนี้จะไปทำลายวงจรการนอนหลับอย่างรุนแรง

แล้วการหยุดหายใจโยงมาเกี่ยวกับการปวดฉี่ได้อย่างไร? ดร. มาริสา อธิบายว่า เมื่อร่างกายเผชิญภาวะขาดออกซิเจนและหัวใจต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือด ภาวะนี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่มีชื่อว่า Atrial Natriuretic Peptide (ANP) ออกมามากกว่าปกติ

ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์ขับโซเดียมและน้ำออกจากร่างกาย จึงไปเร่งให้ไตผลิตปัสสาวะในปริมาณมหาศาลในช่วงกลางคืน ส่งผลให้คุณรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างรุนแรงจนต้องลุกไปเข้าห้องน้ำทุกครั้งหลังสะดุ้งตื่น

ยิ่งไปกว่านั้น การปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืนยังเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนคลาสสิกของ "โรคเบาหวาน" เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไป ทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นเป็นทวีคูณเพื่อกรองและขับน้ำตาลส่วนเกินออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะนั่นเอง

iStockphoto

อาการแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์โดยด่วน

หากคุณเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย สามารถใช้เกณฑ์เหล่านี้ในการประเมินเพื่อเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคอย่างละเอียด:

เช็กอาการเข้าข่าย "ภาวะปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน" ที่ควรพบแพทย์
• ต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยครั้งติดต่อกันหลายคืน จนส่งผลให้ตื่นมาเพลียและอ่อนล้าในตอนเช้า
• อาการปวดปัสสาวะกลางดึกเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำก่อนนอน
• มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น นอนกรนสะดุ้งตื่น หายใจเฮือก คอแห้งตอนเช้า หรือหิวน้ำบ่อยผิดปกติในตอนกลางวัน

การนอนหลับอย่างมีคุณภาพโดยไม่มีการขัดจังหวะคือหัวใจสำคัญของสุขภาพที่ดี หากใครที่กำลังประสบปัญหากวนใจ ต้องตื่นมาเปิดไฟเข้าห้องน้ำทุกคืนจนขอบตาดำคล้ำ แนะนำให้ลองสังเกตพฤติกรรมการดื่มน้ำ ลดการดื่มน้ำก่อนนอน 2-4 ชั่วโมง และหากอาการยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจเช็กระบบทางเดินปัสสาวะและระดับน้ำตาลในเลือด ก่อนที่โรคแฝงเหล่านั้นจะลุกลามจนรักษายาก

แหล่งอ้างอิง

  1. UNILAD
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล