ขับถ่ายทุกวันไม่ได้แปลว่าลำไส้ดี! หมอเผย 5 ดัชนีวัดสุขภาพลำไส้ เช็กด้วยตัวเองง่ายๆ

ขับถ่ายทุกวันไม่ได้แปลว่าลำไส้ดี! หมอเผย 5 ดัชนีวัดสุขภาพลำไส้ เช็กด้วยตัวเองง่ายๆ

ขับถ่ายทุกวันไม่ได้แปลว่าลำไส้ดี! หมอเผย 5 ดัชนีวัดสุขภาพลำไส้ เช็กด้วยตัวเองง่ายๆ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ขับถ่ายทุกวันไม่ได้แปลว่าลำไส้ดี! แพทย์เผย "5 ดัชนีเช็กสุขภาพลำไส้ด้วยตัวเอง" สังเกตด่วนก่อนสาย

หลายคนมักมีความเชื่อว่า ตราบใดที่เราสามารถ ขับถ่ายทุกวัน ก็เท่ากับว่าระบบประมวลผลของลำไส้และระบบย่อยอาหารมีความสมบูรณ์แข็งแรงดี ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ความถี่ในการเข้าห้องน้ำไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวที่มีความแม่นยำ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ขับถ่ายทุกวันแต่ต้องนั่งแช่อยู่บนชักโครกเป็นเวลานาน ไถวิดีโอสั้นจนจบไปหลายคลิป ผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ยังรู้สึกว่าถ่ายไม่สุด หรือพอลุกขึ้นยืนแล้วยังมีอาการมวนท้องเหมือนมีอุจจาระตกค้าง สัญญาณเหล่านี้กำลังบ่งบอกว่าลำไส้ของคุณอาจไม่ได้มีสุขภาพดีอย่างที่คิด

นอกจากนี้ ในกลุ่มคนที่เข้าห้องน้ำวันละหลายๆ ครั้ง แต่หลังจากขับถ่ายเสร็จแล้วกลับยังรู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย อาการแฝงเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบจากร่างกายที่กำลังส่งเสียงบอกว่า ระบบทางเดินอาหารและลำไส้ใหญ่กำลังเกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้นแล้ว

เช็กด่วน 5 ดัชนีตรวจสุขภาพลำไส้ด้วยตัวเอง สัญญาณแบบไหนที่ควรพบแพทย์?

พญ. หวง อวี่ฉุน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก จากไต้หวัน ได้ให้คำแนะนำว่า การประเมินสุขภาพของลำไส้ที่ถูกต้อง ไม่ควรมองแค่จำนวนครั้งในการขับถ่ายต่อวัน แต่ต้องพิจารณาจาก "คุณภาพและพฤติกรรมในระหว่างการขับถ่าย" เป็นสำคัญ

โดยเราสามารถใช้ 5 ดัชนีชี้วัดในการสังเกตและประเมินตนเองเบื้องต้นได้ดังนี้

  1. ความพยายามในการเบ่ง: ในระหว่างการขับถ่ายต้องใช้แรงเบ่งมากเป็นพิเศษจนหน้าดำครัดเครียด หรือถ่ายออกได้ยากลำบากหรือไม่
  2. ลักษณะและรูปร่างของอุจจาระ: สังเกตว่ารูปทรงของอุจจาระมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่ เช่น มีลักษณะเป็นก้อนแข็งคล้ายขี้กระต่าย หรือเรียวยาวเล็กลงผิดปกติ
  3. ความรู้สึกหลังขับถ่ายเสร็จ: หลังจากเสร็จภารกิจแล้ว ร่างกายรู้สึกโล่ง สบายท้อง หรือยังคงรู้สึกอึดอัด แน่นท้อง และเหมือนยังถ่ายออกไม่หมด
  4. อาการผิดปกติร่วม: มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในท้องเยอะ คลื่นไส้ หรืออยากอาเจียนร่วมด้วยในชีวิตประจำวันหรือไม่
  5. พฤติกรรมการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป: รูปแบบและพฤติกรรมการเข้าห้องน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เช่น จากเดิมที่เคยขับถ่ายเวลาเดิมทุกวัน กลับกลายเป็นท้องผูกสลับท้องเสียโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน

iStockphoto

พฤติกรรมเปลี่ยนกะทันหัน อย่าละเลยการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่

พญ. หวง อวี่ฉุน อธิบายเพิ่มเติมว่า ในบางครั้งคุณภาพในการขับถ่ายที่แย่ลงอาจเป็นเพียงอาการชั่วคราวที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการกินอาหารในช่วงนั้น การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม หรือการเคลื่อนตัวของลำไส้ที่ช้าลงชั่วขณะ

แต่หากพบว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำๆ เรื้อรัง หรือพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในระยะเวลาสั้นๆ ควรรีบเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด และพิจารณาเข้ารับการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

ระดับอาการที่พบ แนวทางการปฏิบัติตนเบื้องต้น
ขับถ่ายทุกวัน แต่แน่นท้องชั่วคราว ปรับพฤติกรรม ดื่มน้ำให้มากขึ้น ทานอาหารที่มีกากใยสูง และลดความเครียด
ท้องอืดเรื้อรัง ถ่ายไม่สุด นั่งแช่นาน เข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยระบบทางเดินอาหารและรับยาปรับสมดุลลำไส้
พฤติกรรมเปลี่ยนกะทันหัน อุจจาระเล็กลง พบแพทย์เฉพาะทางด่วน เพื่อประเมินและนัดหมายส่องกล้องลำไส้ใหญ่ตรวจหาความผิดปกติ

การตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และไม่ได้ทำเฉพาะในตอนที่ร่างกายป่วยหนักแล้วเท่านั้น แต่เปรียบเสมือนการเปิดไฟส่องเข้าไปในลำไส้เพื่อให้แพทย์ได้เห็นสภาพภายในอย่างชัดเจน ว่ามีติ่งเนื้อ (Polyps) อาการอักเสบ หรือรอยโรคที่เป็นอันตรายแฝงอยู่หรือไม่ ซึ่งการตรวจพบความผิดปกติและเนื้อร้ายตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถรักษาและตัดไฟแต่ต้นลมได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล