ไม่ใช่ตู้เย็น! เปิดพิกัดเก็บ "มะเขือเทศ" ให้หวานนาน-ฉ่ำน้ำ รสชาติไม่จืดชืด

รสเปลี่ยนเพราะแช่ผิด! ทำไมเชฟสั่งห้ามเก็บ "มะเขือเทศ" ในตู้เย็น? เผยทริคคว่ำขั้วช่วยล็อกความหวานฉ่ำ
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเปิดเผยว่า "มะเขือเทศ" จะคงความหวานและฉ่ำน้ำได้นานขึ้นหากจัดเก็บอย่างถูกวิธี ในทางกลับกัน การรีบนำมะเขือเทศไปใส่ตู้เย็นเร็วเกินไป อาจเป็นตัวการร้ายที่ทำให้รสชาติอันแสนอร่อยกลายเป็นความจืดชืดและเนื้อเละได้
หากมะเขือเทศที่คุณซื้อมาประกอบอาหารมักจะมีรสชาติจืดและมีน้ำนองจนเสียรสชาติ ต้นเหตุอาจมาจากวิธีการจัดเก็บที่คุณคาดไม่ถึง มะเขือเทศเป็นวัตถุดิบคู่ครัวที่ใช้ทำอาหารได้หลากหลาย แต่การจะรักษาความอร่อยให้ยาวนานนั้นต้องการการดูแลที่ถูกต้อง ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยสามารถพรากความหวานตามธรรมชาติของมันไปได้ทันที
หลายคนเชื่อว่าการเก็บมะเขือเทศไว้ในตู้เย็นจะช่วยยืดอายุ ไม่ให้เน่าเสีย ขจัดปัญหาเนื้อนิ่มหรือขึ้นรา แต่ตามรายงานจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารบนโลกออนไลน์กลับชี้ว่า นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดค่ะ
มิกา จิโอ (Mika Gio) นักศึกษาด้านศิลปะการทำอาหาร ผู้ซึ่งชอบแชร์ความรู้จากห้องเรียนเชฟผ่าน Instagram ได้เปิดเผยว่า เธอได้เปลี่ยนพฤติกรรมการเก็บมะเขือเทศไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากได้เรียนรู้ว่า ความเย็นจัดในตู้เย็นสามารถทำลายเอนไซม์ (Enzyme) ที่สร้างกลิ่นและรสชาติของมะเขือเทศได้ การนำมะเขือเทศเข้าตู้เย็นเร็วเกินไปจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมะเขือเทศถึงจืดและฉ่ำน้ำเกินไป แทนที่จะหวานเข้มข้นเหมือนตอนซื้อมาใหม่ ๆ
"โรงเรียนสอนทำอาหารเปลี่ยนวิธีใช้มะเขือเทศของฉันไปเลยค่ะ หลายคนไม่รู้ว่าเราไม่ควรเก็บมะเขือเทศไว้ในตู้เย็นเด็ดขาด เพราะความเย็นจะทำลายเอนไซม์ที่ให้รสชาติ ทำให้มะเขือเทศจืดชืดและเนื้อสัมผัสแย่ลง" มิกากล่าวในวิดีโอไวรัลของเธอ
ถ้าไม่ใส่ตู้เย็น... ควรเก็บมะเขือเทศอย่างไร?
แทนที่จะใส่ตู้เย็น มิกาแนะนำให้วางมะเขือเทศไว้ในชามหรือตะกร้าโปร่ง ๆ บนเคาน์เตอร์ครัวในอุณหภูมิห้อง และที่สำคัญคือ "ต้องคว่ำส่วนขั้วลงด้านล่างเสมอ"
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารอธิบายเพิ่มเติมว่า การวางมะเขือเทศโดยคว่ำขั้วลงจะช่วยปิดรอยแผลที่ผลเคยติดอยู่กับกิ่งก้าน วิธีนี้จะช่วยลดการระเหยของความชื้นภายในผล ป้องกันไม่ให้เนื้อช้ำ และช่วยสกัดกั้นไม่ให้อากาศรวมถึงแบคทีเรียภายนอกเข้าไปด้านใน ซึ่งทริคง่าย ๆ แค่นี้สามารถยืดอายุความสดของมะเขือเทศออกไปได้นานขึ้นอีกประมาณ 1 สัปดาห์เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศที่มีสภาพอากาศร้อนและมีความชื้นสูงอย่างประเทศไทย หากวางทิ้งไว้ข้างนอกนานเกินไป มะเขือเทศอาจจะสุกงอมและเน่าเสียเร็วขึ้น ดังนั้น เราจึงควรแบ่งวิธีจัดเก็บตาม "ระดับความสุก" ดังนี้:
คู่มือจัดเก็บมะเขือเทศอย่างถูกวิธี
1. สำหรับมะเขือเทศที่ "ยังไม่สุกดี" (ผลสีเขียวหรือเนื้อยังแข็ง)
- วางบนเคาน์เตอร์ครัว: จัดเรียงมะเขือเทศเป็นชั้นเดียวโดยคว่ำส่วนขั้วลง เพื่อลดการสูญเสียน้ำ
- ทริคเร่งให้สุกเร็วขึ้น: หากต้องการให้มะเขือเทศสุกไวขึ้น ให้นำผลที่ยังเขียวใส่ในถุงกระดาษสีน้ำตาลร่วมกับ "กล้วยสุก" หรือ "แอปเปิล" เนื่องจากผลไม้เหล่านี้จะปล่อยก๊าซเอทิลีน (Ethylene) ซึ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาตามธรรมชาติช่วยให้มะเขือเทศสุกพร้อมทานเร็วขึ้น
2. สำหรับมะเขือเทศที่ "สุกงอมเต็มที่แล้ว"
- สามารถแช่ตู้เย็นได้: เมื่อมะเขือเทศสุกจนเป็นสีแดงทั่วทั้งผลแล้ว คุณสามารถนำไปแช่ในตู้เย็นได้เพื่อชะลอการเน่าเสียและยืดอายุการใช้งาน
- ข้อสำคัญก่อนนำมาทาน: ควรนำมะเขือเทศออกจากตู้เย็นมาวางพักไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 30 นาทีก่อนจะนำไปปรุงอาหารหรือรับประทานสด เพื่อให้อุณหภูมิคลายตัว ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเนื้อสัมผัสและคืนความหวานฉ่ำให้กลับมาอร่อยเหมือนเดิม
ตู้เย็นไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเก็บรักษาผักผลไม้เสมอไปค่ะ สำหรับมะเขือเทศแล้ว การปล่อยให้ค่อย ๆ สุกในอุณหภูมิห้องโดยใช้วิธี "คว่ำขั้วลง" คือเคล็ดลับระดับเชฟที่ช่วยล็อกความหวานและชุ่มฉ่ำเอาไว้ได้ดีที่สุด ลองนำทริคนี้ไปปรับใช้ในห้องครัวดู รับรองว่าเมนูอาหารจานต่อไปของคุณจะอร่อยเข้มข้นขึ้นแน่นอน
- กินไฟเท่าใช้ตู้เย็น 65 เครื่อง?! เปิดโปง “จอมเขมือบไฟ” ในบ้าน แอบดูดเงินแม้ไม่ได้ใช้งาน
- เชฟมาเอง! หุงข้าวให้เม็ดสวยร่วน ไม่เหนียวติดหม้อ แค่เติม "สิ่งนี้" หอมอร่อยขึ้น 10 เท่า

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
