CIMw-DPU ร่วมงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 ต่อยอดโครงงานนักศึกษา สร้างนวัตกรรม BB Cream

CIMw-DPU ร่วมงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 ต่อยอดโครงงานนักศึกษา สร้างนวัตกรรม BB Cream รองพื้นผิวหน้าสูตรน้ำผสม “ทานาคา” เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมความงามไทย
วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (CIMw-DPU) นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ คณบดี ได้ส่งผลงาน “Innovative THANAKA Aqua Drop: Natural Glow” จัดแสดงในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569” (Thailand Research Expo 2026) ครั้งที่ 21 โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ BB Cream รองพื้นผิวหน้าสูตรน้ำผสมสารสกัด “ทานาคา” นวัตกรรมด้านความงามที่ต่อยอดจากโครงงานของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยเนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่หนักผิวหน้า พร้อมคุณสมบัติช่วยบำรุงผิว ลดสิว ลดการอุดตัน และทำให้ผิวดูโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ
ผลงานดังกล่าวพัฒนาโดยหลักสูตรบูรณาการสุขภาพและความงาม วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ โดยมี ดร.ภญ.วรอนงค์ พฤกษากิจ และ อาจารย์สุจารีย์ หิรัญศิริวัฒน์ เป็นผู้ร่วมพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้จากห้องเรียนสู่ผลิตภัณฑ์จริง ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และวัยทำงานที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ความงามจากสารสกัดธรรมชาติ
ดร.ภญ.วรอนงค์ พฤกษากิจ อาจารย์ประจำหลักสูตรบูรณาการสุขภาพและความงาม วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของผลงานนี้เกิดจากการเรียนการสอนในรายวิชาของหลักสูตรบูรณาการสุขภาพและความงาม ซึ่งเกี่ยวข้องกับสีในเชิงเครื่องสำอาง การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และสมุนไพร โดยนักศึกษาได้เรียนรู้การใช้สีในเครื่องสำอาง เช่น แป้งรองพื้น Loose powder และผลิตภัณฑ์ตกแต่งผิว อาจารย์จึงนำองค์ความรู้จากหลายวิชามาบูรณาการร่วมกัน เพื่อพัฒนาเป็น BB Cream รองพื้นสำหรับผิวหน้า สูตรน้ำ หรือ Aqua Drop ที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์อยู่ที่เนื้อสัมผัสแบบ Aqua Drop เมื่อทาลงบนผิวจะให้ความรู้สึกแตกตัวเป็นน้ำ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่เหนอะหนะ และไม่หนักหน้า แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ทานาคาแบบดั้งเดิมที่มักให้ความรู้สึกหนักผิวหรือทำให้หน้าขาวลอย เมื่อนำสารสกัดทานาคามาผสานกับเบส BB Cream สูตรน้ำ จึงช่วยให้ผลิตภัณฑ์กลืนไปกับผิวได้ดี ใช้ได้กับหลายโทนสีผิว และยังคงคุณสมบัติของทานาคาในการดูแลผิวไปพร้อมกับการปรับโทนสีผิว
“ปกติแล้วเครื่องสำอางมักใช้เพื่อการตกแต่งผิว แต่ผลิตภัณฑ์นี้ออกแบบให้ช่วยบำรุงผิวไปพร้อมกัน ระหว่างวันที่ผู้ใช้ทารองพื้นหรือ BB Cream ก็ได้รับประโยชน์จากสารสกัดทานาคาไปด้วย โดยไม่ต้องพอกหน้าทานาคาแบบเดิมที่อาจหนักผิวหน้า ผลิตภัณฑ์นี้จึงตอบโจทย์ทั้งความงามและการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน” ดร.ภญ.วรอนงค์ กล่าว
นอกจากนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยังมุ่งลดปริมาณการใช้สารกันแดดสังเคราะห์และสีสังเคราะห์บางส่วน โดยอาศัยคุณสมบัติของทานาคาซึ่งมีจุดเด่นด้านการดูแลผิว ช่วยปรับโทนสีผิว และมีคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องผิวตามธรรมชาติ ในระยะต่อไป ทีมพัฒนามีแนวคิดปรับปรุงสูตรให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น การเติมสารกันแดด การส่งตรวจวัดค่า SPF อย่างเป็นทางการ การพัฒนาเฉดสีให้เหมาะกับหลายโทนผิว และการต่อยอดสู่การประกวดหรืองานวิจัยในระดับสูงขึ้น
สำหรับการเข้าร่วมจัดแสดงในงาน Thailand Research Expo 2026 ผลงานนี้ได้รับการคัดเลือกจากศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัย หลังจากเคยนำไปจัดแสดงในนิทรรศการก่อนหน้า เช่น งานวันครบรอบการสถาปนาสมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สสอท.) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 และได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมจำนวนมาก จึงมองเห็นศักยภาพในการพัฒนาต่อในฐานะนวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จริงในอุตสาหกรรมความงามได้
ภายในงาน ทีมงานได้นำผลิตภัณฑ์ตัวอย่างไปแจกให้ผู้เข้าชมทดลองใช้ประมาณ 200 หลอด และได้รับเสียงตอบรับที่ดี เนื่องจากผู้เข้าชมสามารถสัมผัส ทดลอง และมองเห็นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยกลุ่มนักเรียน นักศึกษาให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะคนรุ่นใหม่มีความตระหนักถึงอันตรายจากการใช้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ความงามสำหรับผิวหน้ามากขึ้น และรู้จักทานาคาจากการใช้ในวัฒนธรรมพม่า จึงเกิดความสนใจต่อผลิตภัณฑ์ที่นำสมุนไพรธรรมชาติมาพัฒนาในรูปแบบที่ทันสมัย
ดร.ภญ.วรอนงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรบูรณาการสุขภาพและความงามของ CIMw-DPU เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทั้งด้านสุขภาพ ความงาม เครื่องสำอาง สมุนไพร อาหารเสริม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบองค์รวม นักศึกษาจึงมีโอกาสคิดค้นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ เช่น อาหารเสริมคอลลาเจน วิตามินซี ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ โดยในแต่ละปีนักศึกษาจะมีรายวิชาออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้คิดไอเดียใหม่ ๆ และสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์จากความสนใจของตนเอง
หลายผลงานของนักศึกษามีศักยภาพในการต่อยอดเป็นงานวิจัยหรือนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ เช่น ผลิตภัณฑ์แช่เท้าแบบเม็ดฟู่ที่ช่วยลดกลิ่นเท้า สร้างความสบาย และช่วยดูแลเท้าสำหรับผู้ที่สวมรองเท้าคัชชูเป็นเวลานาน รวมถึงแนวคิดผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าที่นักศึกษาเคยนำเสนอเมื่อหลายปีก่อน ทำให้เห็นว่าความคิดของนักศึกษาสามารถก้าวทันเทรนด์สุขภาพและความงามระดับสากลได้
“บ่อยครั้งไอเดียของนักศึกษาไปไกลมาก หากอาจารย์ นักวิจัย หรือมหาวิทยาลัยเห็นคุณค่าและส่งเสริมการต่อยอด ผลงานเหล่านี้สามารถพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจได้อีกมาก ไม่แพ้ต่างประเทศ เพราะนักศึกษามีความคิดสร้างสรรค์และมองเห็นปัญหาใหม่ ๆ จากชีวิตจริง” ดร.ภญ.วรอนงค์ กล่าว
อัลบั้มภาพ 8 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี






